หลังจากที่ Honda ล้มไม่เป็นท่ากับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขาดทุนมหาศาลกว่า 4 พันล้านเย็น หรือกว่า 9 หมื่นล้านบาทจากผลประกอบการปีล่าสุด

เป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบเกือบ 70 ปี ของ Honda จนต้องยุติแผนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าทั้ง Honda 0 Series ทั้งแบบเก๋งกับเอสยูวี ACURA RSX และ AFEELA และเอสยูวีร่วมกับ SONY
เพื่อความอยู่รอดในการทำธุรกิจ Honda ตัดสินใจพับแผยโครงการรถยนต์ไฟฟ้าชั่วคราวแล้วหันมาเอาดีกับสิ่งที่มีอย่างเช่น ฟูลไฮบริด หรือ e:HEV ล่าสุด Honda จัดงานแถลงข่าวนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจปรับโครงสร้างและทิศทางในอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญ ถึง 5 เรื่องดังนี้
1. ปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์: “ไฮบริดคือหัวใจหลัก”
ในช่วง 3 ปีข้างหน้า Honda จะโยกงบประมาณจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) บางส่วนกลับมาที่รถยนต์ไฮบริด เพื่อตอบรับความต้องการตลาด

-
เปิดตัวไฮบริดเจเนอเรชันใหม่: ตั้งเป้าเปิดตัว 15 รุ่นทั่วโลกช่วงปี 2027-2030 โดยจะประเดิมด้วย Honda Hybrid Sedan และ ACURA Hybrid SUV ช่วงปี 2028

-
ลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพ: ระบบไฮบริดใหม่จะมีต้นทุนถูกลงกว่า 30% และประหยัดน้ำมันขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไฮบริดเดิมที่พัฒนาตั้งแต่ปี 2023 โดยไฮบริดใหม่จะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD


-
ตลาดหลัก: เน้นอเมริกาเหนือ (ปรับโรงงานทุกแห่งให้ผลิตไฮบริดได้), ญี่ปุ่น (เน้น KEI CAR และ All-new Honda HR-V หรือ VEZEL ), อินเดีย (พัฒนารถรุ่นเฉพาะตลาด) และจีน (เน้นใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพื่อลดต้นทุน)
2. ปฏิรูปการผลิตด้วยแนวคิด “Triple Half”

Honda ตั้งเป้าลดภาระงานและระยะเวลาลง “ครึ่งหนึ่ง” เมื่อเทียบกับปี 2025 โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Digital Simulation เข้ามาช่วย:
-
ลดต้นทุนการพัฒนาลง 50%
-
ลดระยะเวลาการพัฒนาลง 50% (เช่น รุ่น Minor Change จะใช้เวลาสั้นลงครึ่งหนึ่งทันที ส่วน Model Change จะใช้เวลาสั้นลงครึ่งหนึ่งเริ่มในปี 2028)
-
ลดปริมาณภาระงานลง 50%
3. การบริหารจัดการแบตเตอรี่และทรัพยากรภายนอก

-
ไม่ผลิตเองทั้งหมด: เลือกใช้ความร่วมมือกับพันธมิตร (เช่น LG Energy Solution) เพื่อความยืดหยุ่น
-
ชะลอโครงการ EV ในแคนาดา: ระงับการสร้างห่วงโซ่อุปทาน EV ครบวงจรออกไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างรอบคอบ
-
ใช้ซัพพลายเออร์ท้องถิ่น: โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย เพื่อดึงจุดเด่นเรื่องความเร็วและต้นทุนต่ำมาใช้
4. ทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต (Software-Defined Mobility)


-
ASIMO OS: จะถูกนำมาใช้ทั้งในรถ EV และไฮบริด เพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะ
-
ระบบ ADAS ใหม่: ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่เจเนอเรชันใหม่จะเริ่มติดตั้งในรถมากกว่า 15 รุ่น ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป ประเดิมด้วย Honda HR-V เจนใหม่
-
ความเป็นกลางทางคาร์บอน: ยังคงเป้าหมายเดิมในปี 2050 แต่อาศัยความหลากหลายทั้ง EV, ไฮบริด และเชื้อเพลิงทางเลือก
5. เป้าหมายทางการเงินและธรรมาภิบาล

-
สร้างสถิติใหม่: ตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน หรือราว 2.9 ล้านล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2029
-
การลงทุน: วางงบรวม 6.2 ล้านล้านเยน หรือ 128 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ไฮบริด/สันดาป (4.4 ล้านล้าน หรือ 905 แสนล้านบาท), ซอฟต์แวร์ (1.0 ล้านล้าน หรือ 206 แสนล้านบาท) และ EV (0.8 ล้านล้าน หรือ 165 แสนล้านบาท)
-
ล้างขาดทุน EV: คาดว่าจะจัดการผลขาดทุนจากธุรกิจ EV ได้ทั้งหมดภายในปี 2029
-
ธรรมาภิบาล: ปรับโครงสร้างบอร์ดบริหารให้มี “กรรมการอิสระ” เป็นเสียงข้างมาก เพื่อความโปร่งใสและตัดสินใจได้เด็ดขาดขึ้น
ทั้งหมดนี้เพื่อให้การดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจในทุกด้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเอื้อให้เกิดการตัดสินใจที่กล้าหาญและโปร่งใสสำหรับ Honda ยุคใหม่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ปี 2026-2029










