ยอดส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จากแดนมังกรพุ่งทะยานไม่หยุด! ล่าสุดเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนทำสถิติส่งออกรถ NEV ได้ถึง 406,000 คัน พุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 111.8% และเติบโตจากเดือนมีนาคม 18.3% ตามข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน (CPCA)

ตารางสรุปยอดส่งออกแบรนด์ระดับท็อป (เมษายน)
| อันดับ | แบรนด์ | ยอดส่งออก (คัน) | ส่วนแบ่งการตลาด (%) |
| 1 | BYD | 130,042 | 32.0% |
| 2 | Chery | 57,910 | 14.3% |
| 3 | Tesla | 53,522 | 13.2% |
| 4 | Geely Auto | 48,901 | 12.0% |
-
BYD ยืนหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง: ยอดส่งออกกว่า 1.3 แสนคัน ทำให้ BYD กลายเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน กินรวบส่วนแบ่งไปเกือบ 1 ใน 3 ของยอดส่งออก NEV ทั้งหมดจากจีน
-
NEV ครองเมือง (ส่งออก): เดือนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่ยอดส่งออกรถ NEV ทะลุเกิน 50% ของยอดส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งหมดของจีน (อยู่ที่ 53%) จากยอดรวม 769,000 คัน
-
BEV ยังเป็นตัวหลัก: รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ยังคงเป็นสินค้าส่งออกหลักด้วยสัดส่วน 57.2% โดยกลุ่มรถคอมแพ็คขนาดเล็ก (A00 และ A0-class) คือพระเอกตัวจริงที่ทำยอดได้เกินครึ่งของกลุ่ม BEV
-
ค่ายน้องใหม่เริ่มมา: แบรนด์ EV ดาวรุ่งอย่าง Leapmotor (14,225 คัน) และ Xpeng ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (6,006 คัน) เริ่มมีบทบาทในตลาดโลกมากขึ้น

กลยุทธ์ CKD: หมัดเด็ดบุกตลาดต่างประเทศ
ที่น่าสนใจคือหลายค่ายเริ่มเน้นการส่งออกชิ้นส่วนไปประกอบในต่างประเทศ (CKD) มากขึ้น:
-
GWM: ยอดขายต่างแดนกว่า 56% มาจากการประกอบแบบ CKD
-
SAIC-GM-Wuling: มีสัดส่วน CKD อยู่ที่ 27%
-
SAIC Motor: มีสัดส่วนที่ 12%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดเจนว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จีนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานใหม่อย่างเต็มตัว และพร้อมบุกชิงส่วนแบ่งในตลาดโลกด้วยความได้เปรียบทั้งเรื่องต้นทุนและเทคโนโลยีแบตเตอรี่!
Source: cnevpost












