Mitsubishi Outlander 2026 มีการปรับอีกครั้งที่ออสเตรเลีย ปรับไลน์อัพด้วยการกลับมาของรุ่น Black Edition พร้อมสีใหม่สำหรับรุ่นปกติ

Mitsubishi Outlander 2026 หน้าตาเดิมปรับลุคเล็กน้อยให้ดูหรูสง่าขึ้นในเวอร์ชันสันดาปและรุ่นใหม่กลับมาขายกับ Black Edition หลังเผยครั้งแรกเมื่อปี 2024
รุ่น Black Edition

นำพื้นฐานจากรุ่น LS แต่งดำทั้งคันตั้งแต่ ราวหลังคา กระจกมองข้างทรงสปูน เสา A ไปจนถึงเสา C กระจังหน้าทรงเข้ม คิ้วกระจังหน้าทรง Dynamic Shield โครเมียม คิ้วชายล่างใต้กันชนหน้าและหลัง กรอบไฟตัดหมอกหน้า กรอบไฟหน้า
สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ป้ายชื่อรถใช้โทนสีเข้ม และใช้สแตนเลสสีดำสำหรับขอบหน้าต่าง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/45R20 จาก Bridgestone ALENZA 001 ส่วนภายในตกแต่งด้วยเพดานสีดำและเบาะหนังเทียม/Granlux สีดำ

รุ่นอื่นๆคงเดิมทั้ง ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ในกรอบนอกปรับดีไซน์ชุดกระจังหน้าใหม่ในชุดคิ้วกระจังหน้าโครเมียมแบบ Dynamic Shield เสริมราศีให้ดูดีด้วยไฟหน้า Daytime LED ทรงเล็กรับกับกันชนหน้าแบบสปอร์ตเสริมคิ้วชายล่างสีเงินพร้อมไฟหรี่ ไฟสูงไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED พร้อมฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่เปิดแค่เฉพาะฝาเท่านั้นจากเดิมจะเปิดทั้งฝาและตัวกระจังหน้าด้วยกันพร้อมที่ฉีดล้างไฟหน้ารถ
ด้านข้างทรงเดิมทั้งกระจกมองข้างทรงสปูนที่เปิดประตูรถดึงก้าน ราวหลังคาพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ยาวจรดด้านท้ายกับแนวของโคมไฟหลัง LED แนวนอนเรียวเล็กออกแบบใหม่ ที่ฉีดล้างไฟหน้ารถ และไฟตัดหมอกหลัง LED เสา D ขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้ว และขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 235/60R18 มิติตัวรถปรับใหม่ตั้งแต่
- ความยาว 4,720 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,862 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,742-1,745 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,706 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 205-210 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,585-,1695 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ภายในหรู

ภายในมาพร้อมข้าวของใหม่ๆด้วยลำโพงจากค่าย YAMAHA ตั้งแต่ 8 จุดและ 12 จุด กำลังขับ 1,650W มอบเสียงที่สมจริงถึง 4 รูปแบบ พร้อมเพิ่มขนาดหน้าจอสัมผัสใหม่ขนาด 12.3 นิ้วแทนขนาดเดิม 9 นิ้ว พร้อมระบบนำทางในจอที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สายมีระบบเบาะเย็น

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้าน มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ช่องแอร์แนวยาว กับเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิอิสระ 3 ส่วน ตกแต่งด้วยวัสดุอะลูมิเนียม และพร้อมจอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้า full-color Head-Up Display (HUD) ขนาด 10.8 นิ้ว
ฟังก์ชันเชื่อมต่อ WIFI ทำให้ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินไม่สะดุดกับวิดีโอออนไลน์ เพลง เกม ฯลฯ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูล สามารถเลือกระยะเวลาการใช้งานได้ตามความต้องการพร้อมฟังก์ชันใหม่ในแอป My MITSUBISHI CONNECT” ตั้งค่าฟังก์ชัน “ล็อก/ปลดล็อกประตูจากระยะไกล” ช่วยให้ล็อกและปลดล็อกประตูได้โดยใช้แอปและช่องเสียบ HDMI

สำหรับเบาะนั่ง ตกแต่งทั้งเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ทูโทนลายเพชร สีดำน้ำตาล หรือ สีดำล้วน มาแบบ 3 ตอน 7 ที่นั่งหรือแบบ 2 ตอน 5 ที่นั่ง ตอน 2 พับได้แบบ 40:20:40 และตอน 3 พับได้แบบ 50:50
พร้อมพื้นที่สัมภาระด้านท้ายตอน 2 มีพื้นที่ 478-485 ลิตร พื้นที่ตอนท้ายเบาะ 3 แถว 163 ลิตร กรณีไม่พับเบาะ แต่พับเบาะตอน 3 แล้วมีพื้นที่มากถึง 974 ลิตร และเมื่อพับแถวตอน 2 มีพื้นที่มากถึง 1,466 กับ 1,473 ลิตร และถ้าพับตอนที่ 2 กับ 3 มีพื้นที่ 1,461 ลิตร
สมรรถนะ

เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร รหัส PR25DD จากทาง Nissan ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 244 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ Super All-Wheel Control 4WD ที่มีโหมดการขับเคลื่อน มากถึง 6 โหมด NORMAL ECO TARMAC GRAVEL SNOW MUD
ความปลอดภัยครบครันด้วย MI-PILOT Assist

- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous emergency braking: AEB)
- ล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC) ชะลอความเร็วของรถให้เองโดยอัตโนมัติจนถึงจุดหยุดนิ่ง (Stop&Go)
- สัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning: BSW)
- เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver attention monitor: DAM)
- ช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ (Intelligent speed assist: ISA)
- ควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist: LKA)
- เตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA)
- อ่านป้ายจราจร (Traffic sign recognition system: TSR)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Centering: LC)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Traffic Jam Assist: TJA)
- เตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM)
- สัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist: LCA)
- ปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB)

พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง ไฟหน้าปรับระดับสูงต่ำ ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control :HDC) เบรก ABS กระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ลดกำลังเครื่องยนต์ (BOS) เพื่อช่วยเบรก เสริมแรงเบรก (BA)

ไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัย 8 จุดรอบคัน (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านนิรภัย/หัวเข่าใต้คนขับ/คั่นกลางเบาะหน้า) เซนเซอร์กะระยะการจอดหน้าและหลัง กล้องมองภาพรอบคัน MAM (Multi Around Monitor) พร้อมกล้องมองภาพด้านหลังและกระจกมองหลังอัจฉริยะ
Mitsubishi Outlander 2026 มาพร้อมสีใหม่สีแดง Red Diamond หลังคาสีดำ Black Mica เป็นสีที่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติม ในรุ่นท็อป Exceed Tourer AWD 5 ที่นั่ง จากเดิมมี 4 สีทูโทนหลังคาดำหรือเทา
ทั้งหมด 10 รุ่นย่อยตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ES, LS, LS Black Edition, ASPIRE, EXCEED และ EXCEED TOURER เริ่ม $39,990-$58,740 หรือราว 936,000–1,375,000 บาท เป็นราคาไม่รวมค่าตัวรถและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการนำรถลงวิ่งบนท้องถนน (On-road costs) ไว้ทั้งหมดแล้ว ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย (ACCC) ขายจริงมิถุนายนนี้
ที่มา Carexpert










