Ford F-150 2023 กระบะยักษ์จากอเมริกามาถึงออสเตรเลีย

หลังจากที่เปิดสเปกระบะพี่ใหญ่ Ford Ranger อย่าง Ford F-150 เจนเนอเรชันที่ 14 ทำให้สิงห์กระบะชาวออสเตรเลียต่างรถคอยที่อยากเป็นเจ้าของ

Ford

 

ล่าสุด Ford ออสเตรเลียประกาศมาว่าตอนนี้ Ford F-150 จากเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกาถึงท่าเรือเมลเบิร์น ออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่จะถูกทางโรงงาน RMA Automotive (RMA Automotive Holdings Pty Ltd.) อยู่ที่ Merrifield Business Park เมืองมิกเกิลแฮม รัฐวิกตอเรีย ตั้งอยู่ทางเหนือของเมลเบิร์น ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักวิศวกรรมของ Ford Australia ในเมืองแคมป์เบลล์ฟิลด์

ดัดแปลงรถจากพวงมาลัยซ้ายกลายเป็นพวงมาลัยขวาและตรจวสอบอุปกรณ์ดัดแปลงที่เกี่ยวเนื่องตามมาตรฐานการออกแบบและข้อบังคับความปลอดภัยของออสเตรเลียก่อนส่งขายที่ดีลเลอร์โดยล็อตแรกมาถึง 98 คัน หน้าตาไม่ต่างจากสเปกอเมริกาตั้งแต่

  • กระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์พร้อมระบบ Active Grill Shutter ปิดช่องในกระจังหน้าเน้นความประหยัดน้ำมัน
  • ไฟหน้าทรงตั้งแบบ LED กับไฟ LED Daytime รูปตัว C ในโคมเดียวกัน
  • กันชนหน้าดีไซน์บึกบึน ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED
  • ล้ออัลลอยสองลายสองแบบขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 275/60R20
  • ฝากระบะท้ายเปิดฝาออกมามีช่องวางของกระจุกกระจิกทั้ง ปากกา แก้วน้ำ แท็บเล็ต เพื่อการทำงานนอกสถานที่หลายรูปแบบ
  • ตอบโจทย์ช่างยุคใหม่ด้วยเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กพร้อมช่องเสียบปลั๊ก Power Pro อำนวยความสะดวกในการใช้งานเครื่องมือช่างได้อย่างเต็มรูปแบบให้กำลังไฟ 2 kW, 2.4 kW และ 7.2 kW เป็นออปชันเสริม

ตัวรถใหญ่กว่า Ford Ranger แถมมีให้เลือกทั้งรุ่นฐานล้อสั้นที่มีระยะฐานล้อ 3,683 มม. พร้อมความยาวกระบะท้าย 1,676 มม. แต่ถ้าเป็นรุ่นฐานล้อยาว 3,987 มม. และความยาวกระบะท้ายมากว่าถึง 1,981 มม. ทั้งคู่มีน้ำหนักการลากจูงถึง 4,500 กก.

Ford

ภายในหล่อด้วย

  • ดีไซน์แผงคอนโซลหน้าแผงประตูตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุผิวสัมผัส
  • เบาะนั่งหรูแบบไฟฟ้าคู่หน้าปรับได้ 12 ทิศทางพร้อมระบบความจำ ด้านคนนั่งปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง เบาะนั่งปรับเอนได้ 180 องศา ส่วนเบาะด้านหลังมีที่เก็บใต้เบา
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สาย
  • จอสัมผัสที่มีตั้งแต่ขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว รองรับความบันเทิง Ford’s SYNC 4 รองรับ Apple CarPlay, Android Auto
  • มาตรวัดดิจิทัลบอกทั้งความเร็วกับรอบเครื่องที่มีตั้งแต่ขนาด 8 นิ้ว และ 12.3 นิ้ว
  • ลำโพงมีทั้งแบบ 7 จุด และ 18 จุด จาก B&O Sound System
  • คอนโซลกลางขนาดใหญ่ไว้พื้นที่ส่วนตัวในการทำงานทั้งวางโน๊ตบุ๊คทำงาน

จำหน่ายแค่ขุมพลังเดียวคือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ EcoBoost 3.5 ลิตร V6 213 CID ให้กำลังมากถึง 405 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 678 นิวตันเมตรที่ 3,100 รอบ/นาทีคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 10R80 Select Shift พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Ful Time 4WD

Ford

พร้อมความปลอดภัยทั้ง

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Collision Assist with Automatic Emergency Braking
  • เตือนมุมอับสายตากับตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด BLIS® (Blind Spot Information System) with Cross-Traffic Alert
  • ควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane-Keeping System
  • กล้องมองหลัง Rear View Camera และกล้องมองภาพรอบคัน Surround-view camera
  • ปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beams
  • ช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง Reverse Brake Assist, Reverse Sensing System
  • ควบคุมเบรกหลังเกิดการชน Post-Collision Braking

Ford

Ford F-150 มาในร่างใหญ่ 4 ประตู ดับเบิ้ลแค็ปขายทั้งสองเกรดตั้งแต่รุ่น XLT จนถึงรุ่นท็อป Lariat 4 รุ่นย่อยขายทั้งแบบกระบะท้ายยาวและกระบะท้ายสั้น เริ่มต้น $106,950- $140,945 ซึ่งเป็นราคาไม่รวมค่า On-Road Costs หรือประมาณ 2,439,000-3,215,000 บาท โดยตั้งใจมาชนกับ Toyota Tundra ที่จะเปิดตัวปลายปีนี้มาทั้งเบนซิน V6 เทอร์โบคู่ผสมพลังไฮบริด

ที่มา Drive

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts