หลังโชว์ตัวทำความรู้จักกับคนไทยมาได้สักระยะงานนี้ ฮุนได ขายจริงเสียทีกับ IONIQ 6 เก๋งอีวีทรงสปอร์ตที่มาจะมาเสริมทัพความสำเร็จของ IONIQ 5
IONIQ 6 ด้านหน้าหล่อด้วยไฟหน้า Parametric Pixel LED คู่ พร้อมไฟ DRL สองจุดในโคมเดียวกันรับกับชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตทูโทนคาดดำ โลโก้Hyundai แบบ 2 มิติ โฉมใหม่ ด้านข้างมาในดีไซน์หลังคาโค้งและลาดพร้อมกระจกโอเปร่าสไตล์ยุโรปให้ความเท่ลงตัวเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ หลังคา Wide Sunroof
ดีไซน์แปลกตรงที่ด้านท้ายคล้ายกับ Porsche 911 ตั้งแต่ไฟท้าย Parametric Pixel LED แนวยาว พร้อมสปอยเลอร์หลังสองชั้นในตำแหน่งฝาท้าย กระจกหลังโดยเฉพาะกระจกหลังมีไฟเบรก LED มาให้ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/40R20 ตัวรถสร้างจากพื้นฐาน E-GMP platform
- ความยาว 4,855 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,495 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 141 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,986 กิโลกรัม
ภายในไฮเทคเกินความเป็นรถเกาหลีด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วประกอบด้วยชุดมาตรวัดดิจิตอลจอสัมผัสแสดงระบบความบันเทิง ถัดลงมาเป็นช่องแอร์แนวยาวและใหญ่สองช่องพร้อมไฟสร้างบรรยากาศ Dual Ambient Mood Light 64 สี 6 ธีมแบบสีคู่ทูโทน
วัสดุภายในรถผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมลำโพง BOSE 8 จุด เบาะนั่่งแถวที่่ 2 ปรับพับได้แบบ 60:40 ระบบ Sounds of Nature 6 แบบ ที่ชาร์จ USB Type C ภายในมีโทนสีให้เลือกถึงสามสีทั้ง สีเทาเข้ม-เทาอ่อน Dark Gray-Light Gray สีดำล้วน Black และดำ-น้ำตาล Black-Brown Two-tone
ขุมพลังไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า permanent magnet synchronous มีให้เลือกด้วยความจุแบตเตอรี่เดียวกัน 77.4 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวรุ่น EM07 229 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งทำได้ 545 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
รองรับการชาร์จด้วยเต้ารับ เต้าเสียบแบบ CC2 Combo / Type 2 ชาร์จเร็วกระแสตรง DC ให้กำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 350 kW 0-80% ชาร์จได้นาน 18 นาที และให้กำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 50 kW 0-80% ชาร์จได้นาน 73 นาที
ชาร์จกระแสสลับ AC กระแสสลับ ให้กำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 10.5 kW ชาร์จได้นาน 7.41 ชั่วโมง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟ V2L กำลังไฟสูงสุด 3.6 kW พร้อมความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Hyundai SmartSense ประกอบด้วย
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control with Stop and Go)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)
- เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-avoidance Assist)
- เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก FCA-JT (Forward Collision-avoidance Assist Junction Turning)
- ช่วยควบคุุมรถให้อยู่เลน LKA (Lane Keeping Assist)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา BCA (Blind-Spot Collision-Avoidance Assistance)
- เตือนการเปิดประตููเมื่่อมีรถวิ่่งมาด้านข้าง SEW (Safe Exit Warning)
- กล้องมองภาพจุุดอับสายตา BVM (Blind-spot View Monitor)
- กล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor)
- ช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)
- ช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ RCCA (Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist)
พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เบรก ABS คงบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESC ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-Start Assist Control) ช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Multi-Collision Brake (MCB) แจ้งเตือนลมยาง TPMS เซนเซอร์กะระยะการจอดหน้า-หลัง ชุดซ่อมยางชั่วคราว (TMK) และบ VESS จำลองเสียงเครื่องยนต์เพื่อความปลอดภัยสำหรับคนเดินถนน

IONIQ 6 พบกันที่งาน Bangkok Motor Show 2024 ในราคา 1,899,000 บาท* สำหรับรุ่น Exclusive มีทั้งหมดสามสีทั้ง
- สีเทา Nocturne Gray Metallic
- สีทอง Gravity Gold Matte
- สีดำ Abyss Black Pearl
*อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติ ภายใต้โครงการ EV 3.5










