Mitsubishi XFORCE HEV เปิดขาย 3 รุ่นย่อยเริ่ม 899,000 บาท

ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกเปิดตัว Mitsubishi XFORCE HEV พกขุมพลังฟูลไฮบริดตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนเมืองอย่างเป็นทางการ

Mitsubishi

Mitsubishi XFORCE HEV ถอดแบบจาก Mitsubishi XFC Concept ขัดเกลางานดีไซน์ให้ดูสปอร์ตขึ้น เริ่มที่

ภายนอกทรงเท่เริ่มที่ไฟหน้า DRL แบบ LED พร้อมไฟหน้า LED ใต้โคมไฟ DRL มาในแบบรูปตัว T-Shaped โลโก้ทรีไดมอนด์สีเงินในกรอบสามเหลี่ยมกับกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบ Dynamic Shield เวอร์ชันใหม่

ดีไซน์ด้านข้างออกแบบให้มีความกระฉับกระเฉงเส้นสายลงตัวออกแบบกระจกเสา C ให้เล็กลงกว่าเดิม กระจกมองข้างทรงสปูน ด้านท้ายมาแบบไฟท้ายรูปตัวทีแบบ T-Shaped LED ล้ออัลลอยลายห้าก้านดีไซน์เล่นระดับขลิบลิบสีน้ำเงินขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50R18 ตัวรถคล่องตัวแบบ Sub Compact SUV ด้วยมิติตัวรถที่เล็กตั้งแต่

  • ความยาว 4,390 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,660 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 1,245 กิโลกรัม
  • ความสูงจากใต้ท้องรถ 183 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร

Mitsubishiแผงคอนโซลหน้าออกแบบเชื่อมกันกับแผงประตูคู่หน้ากันอย่างลงตัว จอคู่ที่ประกอบด้วยมาตรวัดดิจิทัล 8 นิ้วกับจอสัมผัสขนาดใหญ่อยู่ในชุดเดียวกันขนาด 12.3 นิ้ว Smartphone-link Display Audio รองรับ Apple Car Play และ Android Auto พร้อมจอมาตรวัดออฟโรดอเนกประสงค์แบบเดียวกับ Mitsubishi Pajero

ติดตั้งลำโพงคุณภาพจาก Yamaha เป็น OEM ผลิตมาสำหรับเอสยูวีรุ่นนี้โดยเฉพาะในชื่อ Dynamic Sound Yamaha Premium ติดตั้งที่แผงประตูคู่หน้า ลำโพงทวิตเตอร์บริเวณเสา A และลำโพง coaxial two-way ที่ประตู่คู่หลังรวมทั้งหมด 8 จุด

ช่องเสียบ USB Type-A กับ Type-C ports ทั้งด้านหน้าและหลัง ที่ชาร์จมือถือไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน แผงเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติดีไซน์เดียวกับ Mitsubishi Triton คอนโซลเกียร์ดีไซน์เก๋ออกแบบอย่างต่อเนื่อง และตู้แช่เย็นในกล่องคอนโซลกลาง เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold

ภายในมาในแบบ 5 ที่นั่งมีพื้นที่วางขาพื้นที่หลังคาที่โล่งโปร่งสบายๆพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระมากขึ้นด้วยเบาะหลังพับได้แบบ 40/20/40 ปรับเอนได้ 8 ระดับ

Mitsubishi

เมืองไทยนำขุมพลังใหม่ Hybrid MIVEC แบบ e:MOTION จากรุ่น XPANDER HEV ประจำการ ขนาด 1.6 ลิตร รหัส 4A92 ให้กำลังสูงสุด 107 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 134 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตรพ่วงแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนตอบสนองด้วยอัตราเร่งรวดเร็วและทรงพลังเน้นทั้งความเงียบที่มากขึ้นและประหยัด พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 2-Speed Transaxle

พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 โหมด 7 DRIVE MODE ปรับโหมดการขับขี่เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับทุกจุดหมายอย่างไร้กังวลท้ัง NORMAL (ถนนทั่วไป), WET (ถนนเปียก), GRAVEL (ถนนลูกรัง), TARMAC (ถนนลาดยาง), MUD (ถนนโคลน),CHARGE (โหมดการชาร์จ), EV PRIORITY (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%)

มีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและขวาออกแบบให้สามารถเรียกแรงบิดให้กระจายกำลังไปยังล้อทั้งสี่ตามความเหมาะสมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือที่เรียกว่า Active Yaw Control (AYC) ช่วงล่างอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทที่ล้อหน้าและล้อหลังแบบทอร์ชันบีมและระบบบังคับเลี้ยวจะเป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) ช่วยให้ขับขี่คล่องตัว ควบคุมได้ดังใจที่มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

Mitsubishiสามารถลุยได้มั่นใจทุกรูปแบบตั้งแต่มุมไต่หรือมุมเงย Approach Angle 21.0 องศา มุมจาก Departure Angle 30.5 องศา และมุมคร่อม break-over angle 20.5 องศา พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร จากพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าและความปลอดภัยมาครบแบบ Diamond Sense ทั้ง

  • เตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system: FCM)
  • ล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • สัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BLIND SPOT WARNING WITH LANE
    CHANGE ASSIST (BSW WITH LCA))
  • เตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert: RCTA)
  • ปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (Auto High Beam: AHB)
  • เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) กล้องมองภาพด้านกหลังรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) ตรวจสอบความดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System: TPMS)

ดิสก์เบรก 4 ล้อพร้อมระบบเบรก ABS กระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) เสริมแรงเบรก (BA) ออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคัน เซนเซอร์กะระยะการจอดหน้าและหลังและเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts)

Mitsubishi

Mitsubishi XFORCE HEV พบตัวจริงที่ Bangkok International Motor Show 2025 ระหว่งวันที่ 26 มีนาคม-6 เมษายน เป็นรถประกอบในไทยที่โรงงานแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมสีภายนอกดังนี้ สีขาว White สีบอรนซ์เงิน Diamond Blade Silver สีเทา Graphite Gray ในรุ่น IGNITE และ รุ่น ULTIMATE

ในรุ่น ULTIMATE กับ ULTIMATRE X ได้สีดำ Jet Black Mica สีขาวหลังคาดำ White Diamond with Black Roof รุ่น ULTIMATRE X ได้สีเทาหลังคาดำ Graphite Gray with Black Roof สีเหลืองหลังคาดำ Energetic Yellow with Black Roof และสีแดงหลังคาดำ Spirit Red with Black Roof ด้านราคาจำหน่ายดังนี้

  • รุ่น IGNITE ราคา 899,000 บาท
  • รุ่น ULTIMATE ราคา 1,039,000 บาท
  • รุ่น ULTIMATE X ราคา 1,089,000 บาท
พร้อมส่งมอบตั้งแต่พฤษภาคมเป็นต้นไปพร้อมโปรโมชันดังนี้
  • เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%
  • รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี มูลค่าสูงสุด 24,000 บาท
  • รับฟรี ประกันคุณภาพนาน 5 ปี พร้อมค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี
  • เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) มูลค่าสูงสุด 21,050 บาท พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี มูลค่า 8,950 บาท
  • รับฟรี ประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง มูลค่าแบตเตอรี่ราคา 88,000 บาท และ ระบบไฮบริดทั้งระบบ รับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 30,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive
  • รับฟรีบัตรของขวัญเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts