แน่ชัดแล้วว่ารถใหม่จากแดนกิมจิอย่าง Hyundai Santa FE เอสยูวีเจเนอเรชันที่ 5 เตรียมเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ
Hyundai Santa FE ดีไซน์แปลกกลับไปสู่ยุคเรโทรเหลี่ยมๆทั้งคันเน้นดุดันในร่างรถทรงกล่องด้วยแนวคิด “Born in BOXY”
ตั้งแต่กระจังหน้าเส้นแนวนอนเส้นเดียวพร้อมไฟหน้า LED และ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกันรูปตัว H กับกันชนหน้าดีไซน์รูปตัว H เช่นเดียวกับชุดไฟหน้าและกระจังหน้า ด้านข้างบึกบึนกับซุ้มล้อและคิ้วขอบล้อสีดำทรงสี่เหลี่ยม ราวหลังคา ไฟท้ายแนวยาว LED รูปตัว H อยู่แนวต่ำใต้ตราโลโก้ Hyundai ชื่อรุ่น Santa FE ในชุดกันชนหลังมีไฟเลี้ยวกับไฟถอยทรงเสน่ห์ พร้อมฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ล้ออัลลอยลายหรูขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 255/45R20 ตัวรถใหญ่ขึ้นทุกมิติตั้งแต่
- ความยาว 4,830 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,900 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,730 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,815 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,225 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 67 ลิตร
ภายในหรูในสไตล์ 3 แถว 6 หรือ 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่สัมภาระท้าย 725 – 1,275 ลิตร วัสดุหุ้มหนังแบบ NAPPA คู่หน้าฝั่งคนขับปรับได้ 10 ทิศทาง พร้อมออปชันครบครันทั้งโทนสีภายในห้องโดยสารมาทั้งแบบสีอ่อนและสีเข้มให้เลือก พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านดีไซน์ย้อนยุคนึกถึงรถเก่ายุค 80 ของค่ายอย่าง Hyundai Grandeur
จอคู่ฝั่งละ 12.3 นิ้วรวมการทำงานทั้งจอมาตรวัดดิจิทัลและจอสัมผัสระบบความบันเทิงรองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple Car Play และ Android Auto ปุ่มการทำงานจอสัมผัสใต้ช่องแอร์แนวยาว พร้อมลำโพง BOSE ที่ชาร์จ USB Type-C พร้อมที่ชาร์จมือถือไร้สายแบบคู่ กล่องคอนโซลลกลางแนวยาวกันรังสี UV-C Sterilization ผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังสามารถเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บสัมภาระท้ายได้แบบ Bilateral Multi-Console แจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลังก่อนออกจากรถ
ขุมพลังที่จะจำหน่ายในไทยจะเป็นขุมพลังลูกผสมฟูลไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ Smartstream G ขนาด 1.6 ลิตร T-GDi Hybrid รหัส G4FT ให้พลัง 180 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 265 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 60 แรงม้า ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที แรงบิด 264 นิวตันเมตร ที่ 1,600 รอบต่อนาที
พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.49 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวมสูงสุด 235 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดรวม 367 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,400 รอบต่อนาที คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด A6MF2H ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 9.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประหยัด 16.67-17.86 กิโลเมตรต่อลิตร
เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC All-Wheel-Drive (AWD) พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกตามแต่ละสภาพถนน Terrain Mode ได้แก่โหมดบนทราย (Sand), หิมะ (Snow), โคลน (Mud) เช่นเดียวกับโหมดขับขี่ปกติ Drive Mode ทั้งโหมด Eco, Sport, Comfort และ Smart ซึ่งจะจดจำโหมดสุดท้ายของผู้ขับขี่อัตโนมัติโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องเลือกโหมด ความปลอดภัยเต็มคัน Hyundai Smart Sense อาทิ
- ช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติตรวจจับรถยนต์ คน และจักรยาน พร้อม Junction Assist Forward Collision Avoidance Assist (FCA 2.0)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist (LKA)
- ช่วยควบคุมให้รถอยู่ในช่องจราจร Lane Following Assist 2 (LFA 2)
- ช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตาที่กระจกมองข้าง Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA)
- กล้องมองรอบทิศทาง Surround View Monitor (SVM)
- กล้องมองภาพจุดอับสายตา Blind-Spot View Monitor (BVM)
- เตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Smart Cruise Control Stop & Go (SCC)
- เซนเซอร์ช่วยเหลือการเข้าจอดด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง Parking Distance Warning (PDW) -Front, Side and Rear
- ช่วยป้องกันการชนขณะถอยจอด Parking Collision-Avoidance Assist (PCA)
- ช่วยจอดโดยใช้รีโมตจากสมาร์ตคีย์ Remote Smart Parking Assist (RSPA)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA)
- ป้องกันไม่ให้ลงรถ ขณะมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist (SEA)
ถุงลมนิรภัยรอบคัน 10 จุด เบรก ABS + EBD ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (TSA) ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) ควบคุมเบรกขณะลงทางลาดชัน (DBC) และกระจกมองหลังอัจฉริยะ
Hyundai Santa FE เจนใหม่มี สีภายนนอกทั้งหมด 10 สีภายนอกทั้ง สีดำ Abyss Black Pearl, สีขาวมุก Creamy White Pearl, สีขาว Creamy White Matte, สีบอรนซ์เงิน Typhoon Silver Metallic, สีเทา Magnetic Gray Metallic, สีเขียว Ocado Green Pearl, สีส้ม Terracotta Orange, สีครีม Cyber Sage Pearl, สีน้ำตาล Earthy Brass Metallic Matte, สีน้ำเงิน Pebble Blue Pearl เตรียมเปิดตัวในไทย 15 กรกฎาคมนี้ นำเข้าจากอินโดนีเซีย
















