ในที่สุด BYD ประเดิมตลาดพวงมาลัยขวาที่แรกของโลกที่ออสเตรเลีย กับ BYD SEALION 8 ชื่อใหม่ขายต่างประเทศของ BYD TANG L หลังเปิดที่บราซิล
BYD SEALION8 มาในร่างเอสยูวีไซซ์ยักษ์ ด้วยธีมการออกแบบสไตล์ Loong Face ปรับเปลี่ยนจากโลโก้จีนมาเป็น BYD แทน

ภายนอกหรู
ไฟวิ่งกลางวัน DRL แบบ LED 2 เส้น อยู่เหนือชุดกระจังหน้าโครเมียมคลาสสิกแบบ 3 มิติที่เรียกว่า Dragon Mustache พร้อมตรา BYD ปะอยู่กระจังหน้า ชุดไฟหน้า LED 2 ดวง แยกส่วน พร้อมกรอบทรงเลข 7 สองฝั่งทรงหรูในชุดกันชนหน้าดีไซน์ล้ำ ช่องระบายอากาศทรงสี่เหลี่ยมคางหมูสีดำ
ด้านข้างเท่ด้วยคิ้วสีเงินโครเมียมแนวยาวพร้อมคำว่า BYD Design บริเวณบังโคลนหน้าและประตูคู่หน้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED กระจกโอเปร่าสไตล์ยุโรปพร้อมคิ้วกรอบกระจกโครเมียม ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ ราวหลังคาทรงบิ๊วอินน์ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ
ด้านท้ายหรูด้วยไฟท้าย LED แนวยาวแบบ Phoenix Wings ซึ่งมีรูปร่างเหมือนปีกนกฟีนิกซ์ พร้อมตรา BYD อยู่ใต้ไฟท้ายเรืองแสง กันชนหลังเสริมลิ้นกันชนหลัง ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 20 นิ้วพร้อมยาง 255/50R20 จากค่าย Hankook และ 21 นิ้วพร้อมยาง 265/45R21 จาก Goodyear
ตัวรถออกแบบโดย Wolfgang Egger หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ BYD มิติตัวรถใหญ่กว่ารุ่น TANG จากพื้นฐาน Super e-Platform ตั้งแต่
- ความยาว 5,040 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,996 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,760 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,315-2,580 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

ภายในตามสไตล์ BYD
ด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ต หุ้มหนังอย่างประณีต มีช่องเก็บของหลายจุดสามารถวางแก้วน้ำ เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่งแบบ 2+3+2 เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า โดยฝั่งคนขับปรับ 8 ทิศทาง ในรุ่น PREMIUM AWD และคนขับปรับ 6 ทิศทางในรุ่น Dynamic FWD และรุ่น Dynamic AWD สำหรับคนขับและ 4 ทิศทางสำหรับคนนั่ง พร้อมระบบความจำสำหรับเบาะคนขับ มีระบายอากาศ เป่าเบาะเย็น อุ่นเบาะ ดันหลังด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทางและนวดเบาะได้

เบาะหลังตอนที่ 2 พับได้แบบ 60/40 พร้อมระบายอากาศ อุ่นเบาะและนวดเบาะได้ ปรับเลื่อนได้ด้วยระบบไฟฟ้าตอนที่ 3 พับได้แบบ 50/50 แบบเรียบ โดยมีพื้นที่ด้านท้าย 270 ลิตร และเมื่อพับเบาะตอน 3 มีพื้นที่ 960 ลิตร และพับทั้งตอน 2 และ 3 มีพื้นที่มากถึง 1,960 ลิตร
กระจกประตู 4 บานแบบ 2 ชั้นอย่างหนาเพื่อเพิ่มความรู้สึกเงียบสงบ มีตู้เย็นขนาดเล็ก เครื่องปรับอากาศแยกอิสระอุณหภูมิซ้าย-ขวา และด้านหลังถึง 3 โซน

ชุดคอนโซลหน้าติดตั้ง AR-HUD Head-up Display 26 นิ้วในรุ่น PREMIUM AWD พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านทรงท้ายตัด พร้อมเกียร์คอหลังพวงมาลัย มองลอดพวงมาลัยเป็นจอ Driver Display แสดงผลในรูปแบบดิจิตอล LCD ขนาด 10.25 นิ้ว

ระบบ Infotainment ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 15.6 นิ้ว ปรับหมุนได้ด้วยระบบไฟฟ้า เชื่อมต่อ Apple Car Play, Android Auto แบบไร้สาย รองรับ 5G มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ DiLink ลำโพง 10 จุด ในรุ่น Dynamic FWD และรุ่น Dynamic AWD และลำโพงคุณภาพ Di Sound 21 จุด ในรุ่น PREMIUM AWD
ที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส ช่องเก็บของหลายจุด มาพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ 2 จุด พอร์ตชาร์จ USB Type C 3 จุด และ Type A 1 จุด ระบบการเข้ารถและสตาร์ทแบบ Keyless ทำงานร่วมกับกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC

ขายรุ่น Plug In Hybrid
ด้วยเครื่องเบนซินเทอร์โบ BYD472ZQB ขนาด 1.5 ลิตร 150 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โดยมีให้เลือกถึง 2 ความแรงเริ่มที่รุ่น Dynamic FWD จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว DM-i มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น TZ210XYD ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมแบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) จาก BYD ขนาดความจุ 19 kWh ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร
วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 103 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.6 วินาที สามารถชาร์จกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 40 kW และกระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 11 kW
รุ่น Dynamic AWD, PREMIUM AWD ใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ DM-p ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น TZ210XYD ที่ด้านหน้า 272 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร และด้านหลังให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ lithium iron phosphate (LFP) 35.6 kWh เมื่อทำงานร่วมกันให้พลังสูงสุด 488 แรงม้า แรงบิดรวม 675 นิวตันเมตร
วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 152 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที ชาร์จกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 74 kW และกระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 11 kW

พร้อมโหมดการขับขี่ทางเรียบทั้ง EV/HEV/SPORT/ECO/NORMAL/SNOW และ Mud/Sand/All Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
พร้อมมีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ มีระบบการดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)
ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังแบบ Five-Link โดยในรุ่น Dynamic FWD ใช้ช่วงล่างแบบ Frequency Selective Damping หรือ FSD สามารถควบคุมไดนามิกของตัวรถได้เป็นอย่างดี และยังปรับเปลี่ยนตามรูปแบบของการขับขี่ ตามสภาพของถนน
ส่วนรุ่น AWD ทั้ง Dynamic และ PREMIUM มาพร้อมช่วงล่างปรับอัตโนมัติ DiSus-C Adaptive Damping ควบคุมเสถียรภาพอัจฉริยะ ช่วยลดการสั่นสะเทือนของตัวรถที่มีน้ำหนักมาก ปลอดภัยและมั่นใจในทุกการขับขี่

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS) ครบครัน
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) Stop and Go
- แสดงข้อมูลควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Information (ISLI)
- จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
- ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติอัจฉริยะ Adaptive Front Light (AFL)
- แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Collision Alert (FCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Frontal Collision Braking (FCTB)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Collision Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Collision Braking (RCTB)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door Opening Warning (DOW)
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Assist (LDA)
- แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)

ความปลอดภัยพื้นฐาน ทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 10 จุดรวมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่นั่งด้านใน Far Side Airbag ตรวจวัดแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ Brake Assist (BA) เบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ Electronic Stability Control (ESC)
ป้องกันการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brakeforce Distribution (EBD) ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control (HHC) ช่วยเสริมแรงเบรกอัจฉริยะ Hydraulic Brake Booster (HBB) ช่วยกระจายแรงเบรกอัจฉริยะ Intelligent Brake Assist (HBA) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา สัญญาณกะระยะการจอดรถด้านหน้า-หลัง รวม 8 จุด
BYD SEALION 8 ขาย 3 รุ่นย่อยทั้งรุ่น Dynamic FWD, Dynamic AWD และ PREMIUM AWD เปิดราคาขายไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขับขี่หรือ Drive-Away เริ่มต้น $56,990-$70,990 หรือราว 1,205,000-1,499,000 บาท มีทั้งหมด 4 สี ทั้ง
- สีดำ Cosmos Black
- สีเขียว Dark Aquamarine
- สีเทา Ridge Grey
- สีขาว Aurora White
ที่มา CarSales











