More

    CHERY TIGGO 8 CSH 7 ที่นั่งราคาดีเพียง 100 คันเริ่ม 899,000 บาท

    หลังจากโชว์ตัวไปเมื่อปีกลายจนแฟนๆสนใจและถามถึงกันว่า CHERY TIGGO 8 CSH เอสยูวี 7 ที่นั่งพลังปลั๊กอินไฮบริดจะเปิดราคาจำหน่ายหรือไม่

    CHERY

    ล่าสุด CHERY ประกาศราคาอย่างเป็นทางการกับรถใหม่รุ่นที่ 2 ของค่ายนั่นคือ CHERY TIGGO 8 CSH นำเข้ามจากอินโดนีเซีย ขาย 2 รุ่นย่อยในราคาพิเศษเพียง 100 คันเท่านั้น

    • รุ่น ESTEEM 2WD ราคา 899,000 บาท
    • รุ่น ELITE 4WD ราคา 999,000 บาท

    CHERY

    ดีไซน์ภายนอกหรู

    CHERY TIGGO 8 CSH พื้นฐานเดียวกับรุ่น TIGGO 7 มีความเท่หรูหราจากกระจังหน้าทรงเพชรอันโดดเด่น Diamond Grille พร้อมไฟหน้า LED ทำงานอย่างเต็มรูปแบบพร้อมไฟ Daytime LED ในโคมเดียวกัน พร้อมกันชนหน้าออกแบบรับกับกระจังหน้าลงตัว

    CHERY

    ด้านข้างติดตั้งราวหลังคาบิ๊วอิน เสาอากาศครีบฉลาม กรอบกระจกโครเมียม กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบไล่ฝ้า ที่เปิดประตูดีไซน์เรียบเนียนกับตัวรถ ล้ออัลลอยลายเท่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางจากค่าย Continental ขนาด 235/50 R19

    CHERY

    ด้านท้ายแบบเดียวกับรถยุโรปด้วยไฟท้าย LED แนวนอน (Signature Taillight Strip) ที่เชื่อมต่อเต็มความกว้างติดตรา CHERY แบบ ตัวอักษรบน กรอบป้ายทะเบียน พร้อมสปอยเลอร์หลัง กันชนหลังติดตั้งกรอบท่อไอเสียคู่สองฝั่งและกรอบลิ้นสปอยเลอร์กันชนหลังแบบโครเมียม

    โดยในรุ่น ELITE 4WD ติดตั้งออปชันเหนือนกว่ารุ่น ESTEEM 2 WD ทั้ง หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ Panoramic Sunroof กระจกมองข้างติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับเวลากลางคืนและระบบไล่ฝ้า ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้ามีระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ เมื่อเข้าใกล้ตัวรถเสริมความสบายในการขนถ่ายสัมภาระ ตัวรถมีมิติที่ใหญ่ทุกส่วนตั้งแต่

    • ความยาว 4,725 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,705 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 2,710 มิลลิเมตร
    • ระยะต่ำสุดจากพื้น 161 กับ 166 มิลลิเมตร
    • น้ำหนักรถ 1,884 กิโลกรัม
    • ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

    CHERY

    ภายในหรูหราสไตล์ CHERY

    ด้วยชุดแผงคอนโซลหน้าติดตั้งจอแสดงผลแยก 2 ส่วนแบบลอยตัวทั้งมาตรวัดความเร็วดิจิทัล LCD 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว ควบคุมระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อทุกรูปแบบชัดแบบ 2.5 K และในรุ่น ELITE 4WD มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า Head-up Display

    พร้อมขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ซึ่งช่วยให้การประมวลผลและการสั่งการต่างๆในรถทั้งระบบความบันเทิงสั่งงานด้วยเสียงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และยังแสดงการทำงานของเครื่องปรับอากาศและการปรับทิศทางของเบาะนั่งรถ

    CHERY

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านทรงท้ายตัดแบบ multi-kinetic flat-bottom ปะตัวอักษร CHERY ชุดเกียร์จะอยู่ที่ด้านหลังบนคอพวงมาลัย ช่องแอร์แนวนอน 4 จุด ดีไซน์เท่ลงตัว คอนโซลกลางมาในแบบเชื่อมต่อติดกับคอนโซลหน้า มีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟน ที่ให้กำลังชาร์จไฟ 50W ชาร์จสมาร์ทโฟนจาก 20-80% เพียง 40 นาที

    CHERY

    เบรกมือไฟฟ้าและ AUTO HOLD ในจอดสัมผัส ช่องวางแก้ว ไฟแอมเบี่ยนไลท์สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารถึง 7 สี เครื่องปรับอากาศแยกส่วน 2 โซน พร้อมระบบกรองฝุ่นละออง PM 2.5 และในรุ่น ELITE 4WD ติดตั้ง ควบคุมคุณภาพเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ที่เก็บช่องพร้อมที่ท้าวแขนแบบมีฝาปิด 2 ฝั่ง พร้อมลำโพงจากแบรนด์ SONY ทั้งหมด 10 จุดในรุ่น ESTEEM 2WD และ 12 จุด ในรุ่น ELITE 4WD

    CHERY

    พร้อมความสบายแบบ 7 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าฝั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง คนนั่งปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง โดยในรุ่น ELITE 4WD ติดตั้งระบบระบายอากาศเต็มรูปแบบ (Seat Ventilator) ทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมเพิ่มความผ่อนคลายในการเดินทางไกลด้วยระบบรองรับส่วนเอวแบบปรับไฟฟ้า (Lumbar Support) 4 ทิศทางสำหรับฝั่งคนขับ

    นอกจากนี้ที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของสุภาพสตรี (Queen Seat) ติดตั้งฟังก์ชันนวด 10 จุด สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ถึง 5 รูปแบบและที่รองน่องเพื่อที่สุดของความสบายและยังมีที่รองน่องเสริมความสบายไปอีกขั้น

    CHERY

    เบาะนั่งตอนที่ 2 พับแบบ 60/40 สามารถปรับเลื่อนเบาะที่นั่งเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาได้อีก 40 เซนติเมตร กับตอนที่ 3 แบบ 50/50 เป็นแนวราบดัดแปลงเป็นเตียงขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่มาถึง 889-1,930 ลิตร

    CHERY

    ขุมพลัง CHERY Super Hybrid (CSH) 

    ด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดด้วยเบนซินเทอร์โบ KUNPENG 1.5 ลิตร SQRH4J15 143 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 215 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) 18.4 kWh ที่มีด้วยกัน 2 ทางเลือก

    เริ่มที่รุ่น ESTEEM 2WD ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิดรวม 525 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 95 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ในเวลา 8.5 นาที

    ส่วนรุ่น ELITE 4WD เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 358 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร  เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้าล้วน 78กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ในเวลา 6.8 นาที

    โดยทั้ง 2 รุ่น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1-speed DHT Dedicated Hybrid Transmission มีโหมดการทำงานทั้ง ECO, Normal, Sport และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ELITE เพิ่มมาอีก 3 โหมดทั้งโหมด Snow ,Mud, Off Road

    CHERY

    ทั้ง 2 รุ่นวิ่งไกลในระบบปลั๊กอินไฮบริด (น้ำมันและไฟฟ้าทั้งระบบ) มีระยะทางขับรวมสูงสุด 1,200 กิโลเมตร (NEDC) สามารถชาร์จไดัทั้งชาร์จ กระแสตรง DC 30-80% กำลัง 40 kW ภายใน 20 นาที และ ชาร์จกระแสสลับ AC กำลัง 6.6 kW เต็ม 8.5 ชั่วโมง

    มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 3.3 kW และระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) นุ่มนวลด้วยช่วงล่างอิสระ 4 ล้อด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และ ด้านหลังมัลติลิงก์

    เพิ่มความมั่นใจในการปกป้องแบตเตอรี่

    ด้วยแผ่นป้องกันด้านใต้ท้องรถที่ผลิตจากวัสดุเหล็กกล้าพิเศษความหนา 0.8 มิลลิเมตร พร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติเพียง 2 มิลลิวินาที ทนทานต่อฝุ่น และน้ำด้วยมาตรฐาน IP68 รองรับการลุยน้ำลึกถึง 300 มิลลิเมตร และใช้งานได้ในอุณหภูมิตั้งแต่ -35 เซลเซียสจนถึง 60 เซลเซียสภายใต้เทคโนโลยี CSH รวมทั้งผ่านการทดสอบด้วยการแช่ในน้ำทะเลนานต่อเนื่องมากกว่า 50 ชั่วโมง ระหว่างกิจกรรม Global Safety Challenge ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยไม่ปรากฏ ความเสียหายใดๆ

    CHERY

    ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงระดับ 2 ADAS ให้มาครบทุกรุ่น 

    • เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Auto Emergency Braking (AEB)
    • เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
    • ช่วยเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
    • เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
    • เตือนก่อนเปิดประตู Door Opening Warning (DOW)
    • เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
    • ป้องกันรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Prevention (LDP)
    • ฉุกเฉินช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Emergency Lane Keeping (ELK)
    • แจ้งเตือนการจำกัดความเร็ว Speed Limit Information Function (SLIF)
    • ช่วยความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Assist (ISA)
    • เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
    • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
    • ควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA)
    • ควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Integrated Cruise Assistant (ICA)
    • ปรับไฟสูงอัจฉริยะ Intelligent High-beam Control Headlamp (IHC)
    • ตรวจจับความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ Driver Monitoring System (DMS)

    CHERY

    ความปลอดภัยพื้นฐาน

    ทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 8 จุด (ทั้งคู่หน้า ด้านข้างผู้โดยสารตอนหน้า 2 จุด ม่านนิรภัย 2 จุด ใต้เข่าคนขับ 1 จุด ระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าและคนนั่ง 1 จุด) ในรุ่น ELITE 4WD เพิ่มถุงลมนิรภัยด้านข้างผู้โดยสารแถวที่ 2 รวม 10 จุด  เซนเซอร์กะระยะการจอดรถด้านหลัง และในรุ่น ELITE 4WD เพิ่มเซนเซอร์กะระยะการจอดรถด้านหน้ามาให้

    ตรวจวัดแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก Anti-Lock Braking System (ABS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD)

    ​ช่วย​เบรกฉุกเฉิน EBA (Emergency Brake Assist) ลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก Brake Override System (BOS) เข็มขัดนิรภัยดึงกลับอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน (Pre-tensioned Seat Belt)

    ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ Electronic Stability Program (ESP) ป้องกันการลื่นไถล Traction Control System (TCS) ออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control (HAC) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Down Control (HDC) และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา ชัดแบบ HD

    CHERY

    CHERY TIGGO 8 CSH มีสีภายนอกถึง 4 สี

    • สีเขียว Aura Green ในรุ่น ELITE 4WD
    • สีดำ Crystal Black
    • สีเทา Emerald Gray
    • สีขาว Ivory White

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts