MAZDA ประกาศความสำเร็จของ MAZDA CX-5 เอสยูวีคันเก่งของค่ายที่มียอดการผลิตและยอดขายสะสมทะลุเกิน 5,000,000 คัน

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลทำให้ MAZDA CX-5 เป็นรุ่นที่ 3 ต่อจาก MAZDA 323 กับ MZADA 3 ที่มียอดการขายทั่วโลกสะสมและยอดการผลิตทะลุเกิน 5,000,000 คัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ สิ้นสุดปี 2568 และสามารถบรรลุเป้าการผลิตดังกล่าวได้ภายในเวลาสั้นที่สุด
นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน MAZDA CX-5 ได้วางจำหน่ายในตลาดกว่า 100 ประเทศ ในทุกภูมิภาคทั่วโลก และยังได้รับการคัดเลือกจากลูกค้าทั่วโลกในฐานะรถยนต์เอสยูวีที่ถ่ายทอดการออกแบบอันมีชีวิตชีวารวมถึงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้รุ่นนี้เติบโตขึ้นและกลายเป็นรถยนต์รุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของมาสด้าตั้งแต่ปี 2561

โดยเจเนอเรชันแรกเปิดตัวตั้งแต่ กันยายน ปี 2554 ที่งาน Frankfurt Motor Show ขายทั่วโลกปี 2555 และเข้าขายไทยเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2556 จนมาถึง เจเนอเรชันที่ 2 เปิดตัว 16 พฤศจิกายน 2559 ที่ Los Angeles Auto Show ขายไทยเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2560
สำหรับเจเนอเรชันแรกเริ่มการผลิต ณ โรงงาน UJINA No.2 ในปี 2554 ต่อมาจึงได้ขยายฐานการผลิตไปยังโรงงาน UJINA No.1, โรงงาน HOFU และโรงงานในประเทศจีน CHANGAN Mazda Automobile นอกจากนี้ ยังมีการประกอบรถยนต์ในท้องถิ่นที่ประเทศมาเลเซีย Mazda Malaysia Sdn. Bhd. และเวียดนาม Vina Mazda Automobile Manufacturing

ล่าสุด MAZDA CX-5 เจเนอเรชันที่ 3 ได้เปิดตัวครั้งแรกในทวีปยุโรปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา และกำลังจะเปิดตัวในอเมริกาเหนือและญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2569 ที่จะถึงนี้
มร. โคอิจิโร ยามากุจิ ผู้จัดการโครงการ MAZDA CX-5 กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าและแฟน ๆ ทั่วโลกที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด MAZDA CX-5 เจนใหม่นี้ ได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบแปดปี โดยได้ยกระดับการออกแบบสไตล์สปอร์ตและสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น และยังมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวาง เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยแนวคิดการออกแบบ ภายใต้ “KODO – Soul of Motion”

นอกจากนั้นยังได้รับการออกแบบระบบ Human-Machine Interface ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้นและเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทำให้ MAZDA CX-5 เจนใหม่ เป็นเอสยูวีที่จะช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น และทำให้ชีวิตประจำวันมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เราจะยังคงดูแลและพัฒนาอย่างใส่ใจ เพื่อให้เป็นรถยนต์ที่เป็นที่รักและได้รับการยอมรับไปอีกยาวนานต่อไปในอนาคต”
มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นในการมอบ “ความสุขในการขับขี่ (Joy of Driving)” และสร้างสรรค์รถยนต์อันเป็นที่รักของลูกค้า ภายใต้คุณค่าหลัก “Radically Human” พร้อมตั้งเป้าหมายในการส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต (Joy of Living)” ผ่านการสร้างประสบการณ์ด้านการเดินทางที่สร้างความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าตลอดไป










