GWM HAVAL H6 เอสยูวีขายดีของค่าย GWM ผ่านมาแล้ว 3 เจเนอเรชันและเจเนอเรชันที่ 4 เตรียมรับช่วงต่อพร้อมที่จะขายทั่วโลก

GWM HAVAL H6 2027 เจนที่ 4 นำเอา GWM HAVAL XIAOLONG MAX มีแฝดชื่อ GWM HAVAL H6L ปรับครั้งใหญ่ในร่างเดิมเมื่อปีกลายตั้งแต่หัวจรดท้ายสานต่อจากรุ่นก่อนที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 ทำตลาดสั้นๆเพราะยอดขายน้อยที่จีนมาเปลี่ยนชื่อ
หน้าตาดีไซน์ใหม่

ตั้งแต่ชุดไฟหน้า LED แบบแถบไฟ 72 จุด ประกอบด้วยไฟหน้า 2 ดวง พร้อมไฟ DRL แบบ LED คาดยาวพร้อมตราโลโก้ HAVAL ตรงกลางรับกับกันชนหน้าทรงสปอร์ตคล้ายรถยุโรปและมีช่องระบายอากาศทรงสามเหลี่ยมผสมคิ้วชายล่างใต้กันชนหน้าสีดำ
ด้านข้างยังมีกลิ่นอายเดิมๆอยู่พอสมควรตั้งแต่เสาอากาศครีบฉลาม หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ราวหลังคาบิ๊วอินน์ กรอบกระจกจากโครเมียมเปลี่ยนเป็นสีดำ กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวและที่เปิดประตูดึงก้านตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ คิ้วขอบล้อทรงกลมออกแบบกลมกลืนกับคิ้วชายล่างสีดำ และกระจกเสา C กับ D ออกแบบบานใหญ่เป็นหนึ่งเดียวโดยไม่มีเสา D มากั้นอีก
ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์หลังกับไฟเบรกดวงที่ 3 ไฟท้ายแบบ LED “Bright Galaxy” ที่ประกอบด้วยชุด LED สีแดงอัลตรา 628 นาโนเมตร จำนวน 332 จุด แนวยาวแบบเดียวกับด้านหน้าพร้อมตราโลโก้ ขอบไฟท้ายแบบเป็นแฉก ใต้ชุดไฟท้าย มีชุดใส่ป้ายทะเบียนท้าย กันชนหลังมีลิ้นสปอยเลอร์ใต้กันชนขนาดใหญ่ ล้ออัลลอยลายทูโทนขนาด 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 235/55R19 มิติตัวรถใกล้เคียงกับรุ่นก่อนปรับโฉมตั้งแต่
- ความยาว 4,780 มิลลิเมตร (เพิ่มจากเดิม 22 มิลลิเมตร)
- ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,725 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,810 มิลลิเมตร (เพิ่มจากเดิม 10 มิลลิเมตร)
- ความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ภายในใหม่หมด

อลังการกับคอนโซลหน้าออกแบบใหม่พร้อมติดตั้งจอ 2 จอประกอบด้วยชุดมาตรวัดความเร็วดิจิทัล 12.3 นิ้ว จออินโฟเทนเมนท์ขนาดและจอด้านผู้โดยสาร 14.6 นิ้วควบคุมระบบความบันเทิงและแสดงการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
มาพร้อม Coffee OS 3 ระบบปฏิบัติงานในห้องโดยสารอัจฉริยะพร้อมชิปจาก Snapdragon 8155 มาพร้อมกับการอัปเกรดระบบ Firmware Over The Air (FOTA) มีคุณสมบัติทั้งการจดจำเสียงสั่งการและการจดจำใบหน้า มีจอแสดงผลบนกระจกหน้ารถ (W-HUD) ฟีเจอร์เหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ยอดเยี่ยมให้แก่เหล่าผู้ขับขี่
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านทรงแปลกตาพร้อมระบบทำความร้อน คอนโซลเกียร์ลาทีกับคันเกียร์กลายเป็นเกียร์ที่คอพวงมาลัยหรือเกียร์คอ พร้อมเบรกมือไฟฟ้ากับ Auto Hold ที่วางชาร์จมือถือไร้สายเจ้าแรกที่ให้มาสองฝั่งขนาด 50 W และลำโพง Coffee AI Surround Sound 9 หรือ 10 จุด

ตกแต่งภายในทั้ง 3 สีทั้งสี สีขาว สีน้ำตาล และสีดำแบบ 5 ที่นั่งและด้วยพื้นที่สัมภาระท้ายสามารถจุของได้จุเพียง 540 ลิตร (มาตรฐาน VDA) ในกรณีไม่พับเบาะและ 1,366 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่ 2
พร้อมช่องเก็บของมากถึง 28 ช่อง เบาะนั่งด้านหน้ามีระบบเบาะเย็นและอุ่นเบาะปรับได้ 3 ระดับ ฟังก์ชันนวด 8 จุด เบาะนั่งด้านหลังรองรับอุ่นเบาะและปรับพนักพิงได้ 2 ระดับ ไฟส่องสว่างรอบห้องโดยสาร Ambient Light 64 สี ระบบเปิดประตูโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
ขุมพลังหลากหลาย
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด Hi4 ‘Hybrid Intelligent Four-Wheel Drive ด้วยเบนซินไร้เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร 116 แรงม้า แรงบิด 140 นิวตันเมตร รหัส GW4B15H ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ทั้งหน้าและหลังแบบอีมอเตอร์
เมื่อทำงานร่วมกันจะได้แรงม้าสูงถึง 381 แรงม้า แรงบิด 670 นิวตันเมตร กับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LiFePO4) 2 ขนาดเริ่มที่ขนาด 23.7 kWh วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 95 กิโลเมตร และขนาด 33.8 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 140 กิโลเมตร
สามารถชาร์จได้ทั้งกระแสตรง DC และชาร์จกระแสสลับ AC คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ DHT 2 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่ ทั้ง Standard Economy Exercise Snow และFour-wheel drive
มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) มีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สูงสุด 3.3 หรือ 6 Kw สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้
โดยเป็นระบบขับเคลื่อน Hi4 เหนือชั้นด้วยสมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นบนระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ประกอบด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อน 3 ชุด (เครื่องยนต์ 1 ชุด และ อี-มอเตอร์ 2 ชุด)
รวมถึงมีพลังฟูลไฮบริดเบนซินเทอร์โบแปรผันซูเปอร์ชาร์จ VGT 1.5 ลิตร GW4B15 GDIT EVO 150 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 230 นิวตันเมตรที่ 1,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 177 แรงม้าที่ 300 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ขนาดเล็ก 1.53 kWh เมื่อทำงานร่วมกันจะได้แรงม้ารวมสูงสุด 248 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 535 นิวตันเมตรในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มแรงบิดรวมเป็น 670 นิวตันเมตร

และเบนซินเทอร์โบล้วน VGT ขนาด 2.0 ลิตร รหัส GW4C20NT 231 แรงม้าที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 9 สปีด 9DCT
เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD โหมดการขับขี่เลือกได้ถึง 4 โหมดทั้งโหมด ECO, Normal, Sport, Snow และเพิ่ม 2 โหมดรวม 6 โหมด ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งโหมด Sand กับ Off-Road
พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ กับระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (ADAS) แบบ end-to-end สำหรับการขับขี่ในเมือง ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลจาก DJI Zhuoyu แบบ Coffee Pilot Plus ซึ่งใช้โซลูชันกล้องแบบเพียววิชั่น
รองรับด้วยเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 7 ตัว เพื่อให้นำทางในเมืองและบนทางหลวงได้โดยอัตโนมัติโดยเป็นออปชันเฉพาะรุ่นพร้อมความปลอดภัยดังนี้
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรง Automatic emergency Braking (AEB)
- ช่วยหักเลี้ยวเพื่อเลี่ยงการปะทะ Emergency Steering Evasion Assist (ESA)
- ช่วยเบรกเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า Forward Cross-Traffic Collision Braking (FCTB)
- ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- Rear Crossing Side Assist
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมการช่วยเข้าโค้งอัจฉริยะ (Intelligent ACC)
- ควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind spot monitoring (BSD)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
- ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน Lane centering (LCA)
- อ่านป้ายจราจร Traffic sign recognition (TSR)
GWM HAVAL H6 2027 เตรียมขายออสเตรเลียช่วงปี 2027 (ครึ่งปีแรก) สานต่อความสำเร็จกับยอดขายทั่วโลกด้วยอดขายที่ออสเตรเลีย 13,217 คันในปี 2025 ทำให้เป็นรถยนต์ขายดีอันดับสองของแบรนด์รองจาก GWM HAVAL JOLION
โดยมาทั้งฟูลไฮบริด Hi2 และปลั๊กอินไฮบริด Hi4 เนื่องจากกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษในออสเตรเลียกำลังเข้มงวดขึ้น
ที่มา Carsales












