และแล้ว Toyota เลือกสหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกของโลกเปิดตัว Toyota Highlander เจนใหม่ครั้งนี้มาแปลกด้วยการติดตั้งขุมพลังไฟฟ้าล้วนออกขาย

Toyota Highlander เจเนอเรชันที่ 5 สานต่อความสำเร็จจากเจนที่ 4 เมื่อปี 2019 แต่ยังคงเป็น 3 แถว 7 ที่นั่งไซซ์ใหญ่เน้นดีไซน์เหลี่ยมสปอร์ต
หน้าตาคุ้นเคยสไตล์ Toyota


ตั้งแต่ไฟหน้า LED ทรงกลมอยู่ใต้ไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียวกันแนวใหม่รูปตัว C-shape กระจังหน้าแบบ Hammerhead กริตเตอร์ขอบใหญ่มีปีกซ้ายขวาดีไซน์เอกลักษณ์พร้อมตราโลโก้สามห่วงกันชนหน้าดีไซน์ใหม่แปลกตากว่าเดิมช่องระบายอากาศออกแบบใหม่ทรง 3 เหลี่ยมในชุดกันชนหน้า คิ้วขอบล้อดีไซน์ทันสมัยเข้ากับตัวถังเรียบเนียนกลมกลืน
ด้านข้างมีเสน่ห์ด้วยหลังคารถลาดลงเล็กน้อยพร้อมหลังคาพาโนรามิแบบตายตัว (Fixed Type) เป็นออปชันเสริม ราวหลังคาบิ๊วอินทรงเรียว พร้อมเสาอากาศครีบฉลาม ที่สวยเท่ถึงใจ กรอบกระจกเสริมคิ้วสีดำ กระจกมองข้างสีดำพร้อมเลี้ยว ที่เปิดประตูแบบเอานิ้วสอดเข้าไปเรียบเนียนกับตัวถัง
ด้านท้ายดีไซน์ไฟท้าย LED แนวยาวทั้งแผงรับกับสปอยเลอร์หลัง และไฟท้าย LED แนวตั้งทรงสี่เหลี่ยมคางหมู พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 22 นิ้ว พร้อมยาง 255/45R22 และขนาด 19 นิ้วให้เลือก พร้อมมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 5,050 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,989 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,709 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,051 มิลลิเมตร
ภายในกว้างสบายแบบ 3 ตอน 7 ที่นั่ง


แบบ 2+2+3 หุ้มด้วยวัสดุหนังเทียม SOFTEX ทั้ง 3 แถว โดยเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบอุ่นเบาะ เบาะเย็นเป็นออปชันเสริม เบาะนั่งตอนที่ 2 แบบ Captain Seat เสริมด้วยระบบอุ่นเบาะซึ่งเป็นออปชันจ่ายเงินเพิ่ม เบาะนั่งตอนที่ 3 แบบ 50/50 ถ้าพับเบาะตอนที่ 3 จะมีพื้นที่มาถึง 1,291 ลิตร แต่ถ้าไม่พับจะมีพื้นที่สัมภาระ 450 ลิตร พร้อมม่านบังแดด


คอนโซลหน้าทรงหรูหุ้มหนังสัมผัสพร้อม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน มาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD สี ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทางในจอ มีจอสัมผัสตรงกลางแบบลอยตัวขนาด 14.0 นิ้ว สั่งการด้วยเสียงรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมจอ HUD แสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้าในรุ่นท็อป มีที่ชาร์จมือถือไร้สายคู่ เสริมความอบอุ่นด้วยไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light ปรับได้ 64 สี ช่องชาร์จ USB-C รอบคัน พร้อมลำโพงรอบคัน 6 จุดในรุ่นเริ่มต้น และ JBL 11 จุดในรุ่นท็อป
ขุมพลังไฟฟ้าล้วน

เริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า Standard Range FWD XLE ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 77.0 kWh ให้กำลังสูงสุด 224 แรงม้า แรงบิด 268 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 462 กิโลเมตร (EPA) หรือ 540 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 635 กิโลเมตร (NEDC)
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ มี 2 ความแรงเริ่มที่รุ่น Long Range AWD XLE ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 77.0 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 343 แรงม้า แรงบิด 438 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 435 กิโลเมตร (EPA) หรือ 508 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 598 กิโลเมตร (NEDC)

รุ่น Performance AWD XLE และ Limited ด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 95.8 kWh ให้กำลังรวมสูงสุด 343 แรงม้า แรงบิด 438 นิวตันเมตร วิ่งไกลสุด 515 กิโลเมตร (EPA) หรือ 602 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 708 กิโลเมตร (NEDC)
ชาร์จมี 2 แบบทั้งชาร์จเร็ว DC 10-80% ภายใน 30 นาที และชาร์จช้า AC รวมถึงฟังก์ชัน V2L Vehicle-to-Load ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้สะดวกง่ายดาย กับพอร์ตชาร์จแบบ NACS (แบบเดียวกับ Tesla) สำหรับสเปกอเมริกา
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense 4.0

ที่รวมเอาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS พัฒนาซอฟท์แวร์และฮาร์ทแวร์ตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าได้แม่นยำมาครบทั้ง
- เตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้า Pre-Collision System with Pedestrian Detection
- ล็อกความเร็วแปรผันอัจฉริยะใช้เรดาร์ตรวจจับแบบ Full-Speed Range Dynamic Radar Cruise Control
- ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมฟังก์ชันหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ Lane Departure Alert with Steering Assist
- ช่วยรักษาตำแหน่งรถในช่องทาง Lane Tracing Assist
- จดจำป้ายจราจร Road Sign Assist
- ช่วยขับขี่เชิงรุก Proactive Driving Assist
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist
- ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน Lane Change Assist
- แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะเดินหน้า Front Cross Traffic Alert
- แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
- แจ้งเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor
- ช่วยจอดหน้าและหลังอัจฉริยะพร้อม ช่วยเบรกอัตโนมัติ Front and Rear Parking Assist with Automatic Braking
และความปลอดภัยพื้นฐานทั้ง กุญแจอัจฉริยะ เตือนผู้โดยสารเบาะหลัง rear seat reminder, และช่วยออกตัวบนทางลาดชัน hill start assist กล้องมองภาพ 360 องศา

Toyota Highlander เจนใหม่ประกอบที่โรงงาน โตโยต้า เมืองจอร์จทาวน์ รัฐเคนตักกี้ ทางด้านแบตเตอรี่แบบโมดูลประกอบที่โรงงานผลิตของโตโยต้าที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา เริ่มผลิตตั้งแต่ปลายปี 2026 และขายในช่วงเดียวกันทั้งรุ่น XLE FWD, XLE AWD, XLE AWD Performance และรุ่น Limited AWD Performance ทางด้านเวอร์ชันฟูลไฮบริดและสันดาปล้วนจะตามมาในภายหลัง
ที่มา Toyota













