Honda รุกตลาดอีวีเปิดตัวรถใหม่รุ่นที่ 2 ในไลน์อัป e:N Series กับ Honda e:N2 ก้าวสำคัญในการเติมเต็มไลน์อัป xEV ให้แข็งแรงขึ้น
Honda e:N2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมอบอีกขั้นแห่งประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก
สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback

เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง
กระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงและมือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน และ ช่องชาร์จแบตเตอรี่ถูกจัดวางไว้ด้านข้างอย่างลงตัว ซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/50R18
โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สามดวงใหญ่ พร้อมไฟ Daytime LED เป็นรูปตัว H ลากยาว ประกบด้วยตรา H ในชุดกันชนหน้าแบบมีสเกิร์ตในตัว ไฟท้าย LED รูปตัว H พร้อมกันชนหลังมีครีบ 5 เส้นตรงกลางแบบสปอร์ตพร้อมสเกิร์ตในตัว พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F จากพื้นฐาน Honda e:NS2 ด้วยมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,788 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,838 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,570 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,733 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ 142 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,762 กิโลกรัม

ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้โปร่งโล่ง เรียบง่ายและทันสมัย เน้นความสะดวกสบายและผ่อนคลายในทุกที่นั่ง ผสานการใช้วัสดุคุณภาพสูง สีภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม มอบความรู้สึกเร้าใจ เปี่ยมด้วยพลัง และสะท้อนคาแรกเตอร์ของรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน
เบานั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมบันทึก ตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) และคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะนั่งคู่หน้ามาแบบเบาะเย็น พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายที่กว้างขวาง รองรับการใช้งานอเนกประสงค์ในทุกวันพับเแบบ 60:40

ฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เชื่อมต่อทุกประสบการณ์การใช้งาน ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย

ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold เติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง กระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวาพร้อมฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster และช่องแอร์ด้านหลัง พร้อมกรองฝุ่น PM2.5 ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT
มาพร้อมหลากหลายฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของค่ายในไทย! กับ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) แคปซูลน้ำหอมที่กระจายกลิ่นผ่านช่องปรับอากาศ ถ่ายทอดความพรีเมียมเชิงประสบการณ์ ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความสมดุลของอารมณ์ในทุกเส้นทาง รองรับการติดตั้งได้สูงสุดถึง 3 แคปซูล พร้อมให้ผู้ใช้งานเลือกและปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ถึง 3 ระดับ ผ่านหน้าจอสัมผัส
ขุมพลังไฟฟ้า 100%

พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าประสิทธิภาพสูง ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จากความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไออนขนาด 68.8 kWh
มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และสนุกในทุกจังหวะการขับขี่ แต่ยังควบคุมง่ายและไม่ก่อให้เกิดอาการเวียนหัวหรือเมารถ ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์พร้อมไฟตกแต่ง

อีกทั้งมาพร้อมสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด ทั้ง ECON / NORMAL / SPORT / SNOW เพื่อปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ให้ตรงกับทุกสไตล์การเดินทาง ชาร์จได้ทั้งชาร์จกระแสตรง DC แบบ CCS2 และ ชาร์จกระแสสลับ AC แบบ Type 2
จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุมการใช้งาน

- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
- ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI)
- เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM)
ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (ACL) กล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS) เซนเซอร์กะระยะ (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด) แจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS) ถุงลมนิรภัย SRS รอบคันทั้ง คู่หน้า ด้านข้างคู่หน้า ม่านนิรภัยและครั้งแรกของค่ายกับ และครั้งแรกของค่ายกับถุงลมกลางด้านหน้า ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)

ป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD) ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS) ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ (Auto Door Lock By Speed)
กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA) อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK) เข็มขัดนิรภัย 3 จุด 5 ตำแหน่ง โดยคู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้
เตรียมพบกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม ในงาน Bangkok Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569
นำเข้าจากจีนจากโรงงาน Dongfeng Honda มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้ววันนี้! ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ

- ดอกเบี้ย 54% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69% สำหรับลูกค้าทั่วไป
- ฟรีประกันภัย 1 ปี (ประกันภัยชั้น 1)
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา

พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่รับรถ 100 คันแรก รับเพิ่ม! สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motocompacto มูลค่า 65,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
โดยลูกค้าจะต้องทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่างวันที่ 5 มีนาคม ถึง 22 มีนาคม 2569 พร้อมทำการจองอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 6 เมษายน และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 (โดยขอสงวนสิทธิ์การจองสิทธิ์ จองอย่างเป็นทางการและรับรถกับ ผู้จำหน่ายเดียวกัน)











