More

    BMW iX3 2026 เจนใหม่แบตอึด 805 กม. บุกไทย 19 มีนาคม

    หลังเปิดตัว BMW i5 ประกอบไทยแล้วงานนี้ค่ายรถจากเมืองมิวนิกเตรียมเปิดตัวเวอร์ชันขายจริงของ BMW iX3 2026 เอสยูวีไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่

    BMW iX3 2026

    BMW iX3 2026 เจเนอเรชันที่ 2 ในรหัส NA5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Munich Motor Show 2025 และเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ใช้แพลตฟอร์ม NEUE KLASSE (NEW CLASS) 

    ภายนอกร่วมสมัย

    BMW iX3 2026

    BMW iX3 2026

    ภายนอกกับกระจังหน้าทรงไตคู่แนวตั้งทรงคลาสสิกที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น 1500 (ปี 1962-1972) ไฟหน้า LED Adaptive โคมใหม่ดูดีสปอร์ตขึ้นพร้อมไฟ DRL LED รูปเลขเจ็ดในโคมเดียวกันถึง 2 ดวง ยาวประกบกับกระจังหน้าไตคู่ กันชนหน้าขนาดใหญ่ขอบกันชนหน้าซ้ายขวามาในแนวรูปตัวแอลและช่องระบายอากาศทรง 7 เหลี่ยมขนาดใหญ่

    ด้านข้างเท่ด้วยสเกิร์ตและแนวหลังคาที่ทอดยาวไปด้านท้ายรถ พื้นผิวกระจก และโครงสร้างกระจกที่เพรียวบางแสดงให้เห็นว่านักออกแบบปรับแต่งหลักอากาศพลศาสตร์ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.24 ขณะที่กระจกหลังถูกล้อมกรอบด้วยสปอยเลอร์บนหลังคาและที่บังลมด้านข้าง

    หลังคารถแบบ Panoramic Glass Sunroof ป้องกันรังสียูวี กระจกมองช้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงเท่ ที่เปิดประตูแบบเรียบเนียนกับตัวถังรถ แบบ Flush-fitting

    ชุดไฟท้าย LED รูปตัวแอลแนวนอนแบบแยกติดตราโลโก้ตรงกลาง พร้อมกันชนหลังทูโทนเสริมลิ้นสปอยเลอร์ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 255/45R20 และมีขนาด 21-22 นิ้วเป็นออปชันเสริม ตัวรถมีมิติที่ใกล้เคียงกับรุ่น X3 รหัส G45 เกือบทุกมิติตั้งแต่

    • ความยาว 4,782 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่น X3 27 มิลลิเมตร)
    • ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร (X3 กว้างกว่า 25 มิลลิเมตร)
    • ความสูง 1,635 มิลลิเมตร (X3 สูงกว่า 25 มิลลิเมตร)
    • ฐานล้อ 2,897 มิลลิเมตร (ฐานล้อยาวกว่ารุ่น X3 32 มิลลิเมตร)
    • น้ำหนักรถ 2,360 กิโลกรัม
    • ระยะต่ำสุดจากพื้น 176 มิลลิเมตร
    • พื้นที่สัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า 58 ลิตร

    BMW iX3 2026

    ชุดแผงคอนโซลหน้าแบบลอยตัวออกแบบเชื่อมกับแผงประตูรถส่วนหน้า มาพร้อมเทคโนโลยี BMW Panoramic iDrive ซึ่งประกอบด้วย

    หน้าจอส่วนบนของชุดแผงคอนโซลหน้า แบบ 3D Head-up Display ขนาด 43.3 นิ้ว ทอดยาวและแสดงข้อมูลโดยตรงสู่สายตาของผู้ขับขี่ ตั้งแต่เสา A ถึงเสา A สามารถปรับแต่งได้ โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกสิ่งที่ต้องการดูได้และยังแสดงระบบนำทางและเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอีกด้วยในขณะเดียวกัน

    หน้าจอสัมผัสกลางแสดงผลขนาด 17.9 นิ้ว และเอียงเข้าหาผู้ขับขี่มาพร้อมเทคโนโลยีด้วยระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X (OS X) หรือ iDrive X รุ่นล่าสุดซึ่งกล่าวกันว่าตอบสนองได้รวดเร็วและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นพร้อมโหมดปรับแต่ง My Modes

    BMW HypersonX Soundscape ที่ออกแบบเสียงจำลองการขับขี่ใหม่ และ Quick Select เข้าถึงฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยอย่างรวดเร็วและเข้าตรง

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้านทรงแปลกแบบหัวตัดท้ายตัด มีฟังก์ชันใช้งานพื้นฐานทั้งก้านไฟเลี้ยว ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน ปุ่มเบรกมือไฟฟ้า สะดวกในการใช้งานเหมือนรถยนต์ทั่วๆไป มีระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิ 3 โซน และชาร์จมือถือแบบไร้สาย

    มีแถบไฟ Light Effect ในบริเวณชุดแผงคอนโซลหน้ากับแผงประตูสี่บานรวมถึงภายนอกรถ ม่านบังแดดหลังคาพาโนรามิกกลาสที่ต้องเพิ่มเงินซื้อ รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน Over-the-Air (OTA)

    BMW iX3 2026

    เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ให้ทั้งความสบายและบุคลิกสปอร์ต คอนโซลกลางออกแบบใหม่หมด ส่วนเบาะหลังจะเป็นทรงโซฟา ลูกค้าสามารถเลือกการตกแต่งห้องโดยสารได้หลายแบบทั้ง Essential, Contemporary, M Sport, และ BMW Individual

    ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูงไม่ว่าจะเป็นหนัง VEGANZA, M PERFORMTEX และ Merino พร้อมเบาะหลังพับได้แบบ 40/20/40 มีพื้นที่ก่อนพับเบาะ 520 ลิตร และพับเบาะมีพื้นที่มากถึง 1,750 ลิตร พร้อมกุญแจ BWM Digital Key Plus และลำโพง Harman Kardon 13 จุด

    ขุมพลังไฟฟ้าเวอร์ชันใหม่

    BMW iX3 2026

    แบบ eDrive เจเนอเรชันที่ 6 จำหน่ายในช่วงแรกเป็นรุ่น iX3 50 xDrive ประกอบด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูงพร้อมด้วยเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุดมีความจุ 108.7 kWh ผสมผสานกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ EESM Drive System/ASM Technology

    โดยมอเตอร์ล้อหน้าให้พลังเป็น 167 แรงม้าที่ 4,607 รอบต่อนาที แรงบิด 255 นิวตันเมตรที่ 0-4,607 รอบต่อนาที และมอเตอร์ล้อหลัง 326 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 435 นิวตันเมตรที่ 0-5,000 รอบต่อนาที เมื่อทำงานร่วมกันได้พลังสูงสุด 469 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตันเมตร

    อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.9 วินาที มอบระยะวิ่งสูงสุดถึง 679-805 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP หรือ 799-947 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 1 Speed

    BMW iX3 2026

    จากสถาปัตยกรรม 800 V มาพร้อมการชาร์จไฟที่สมบูรณ์แบบทั้งแบบ DC กระแสตรง และ AC กระแสสลับเริ่มที่ชาร์จไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC) สูงสุดได้ที่ 400 kW ใช้เวลาประมาณ 21 นาที ในการชาร์จไฟจาก 10–80% โดยชาร์จ 10 นาที วิ่งได้ 372 กิโลเมตร หรือ 438 กิโลเมตร (NEDC)

    และกระแสสลับ AC สูงสุดได้ที่ 22 kW ใช้เวลาประมาณ 5.45 ชั่วโมง ในการชาร์จไฟจาก 0-100% และ 11 kW ภายใน 11 ชั่วโมง รองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกทั้ง Vehicle-to-Load (V2L) แบบ AC สูงสุด 3.7 kW, Vehicle-to-Home (V2H) และ Vehicle-to-Grid (V2G) แบบ DC สูงสุด 11 kW

    พร้อม ‘Heart of Joy’ ชุดควบคุมสมรรถนะสูงอันล้ำสมัยที่ทำงานร่วมกับระบบ Dynamic Performance Control เพื่อควบคุมระบบการขับขี่ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที ความเร็วและแม่นยำในระดับนี้มอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่อย่างไร้ที่ติ

    เพื่อควบคุมระบบส่งกำลัง เบรก การคืนพลังงานเบรก และช่วงล่างเพื่อให้ได้ ความรู้สึกในการขับขี่แบบฉบับ BMW พร้อมช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกคู่หน้าและมัลติลิงก์หลัง ใช้สปริงเหล็กแต่เพิ่ม Hydraulic Rebound Stop ความปลอดภัยด้วยระบบ ADAS

    • ป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection)
    • ความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ
    • ควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว
    • ระบบช่วยการขับขี่รุ่น Professional (Driving Assistant Professional)
    • ช่วยนำเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)
    • เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน
    • เตือนการชนด้านหน้า
    • เตือนการออกนอกเลน
    • ช่วยจำกัดความเร็ว
    • เตือนการเปลี่ยนเลน
    • ขับขี่กึ่งอัตโนมัติ

    ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า, ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง ถุงลมนิรภัยกลางห้องโดยสาร

    ระบบ Teleservices ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call) คาร์ซีทแบบ ISOFIX ควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ตรวจวัดลมยางและชุดปะยางฉุกเฉิน

    BMW iX3 2026BMW iX3 เจนใหม่ผลิตที่ฮังการีในปี 2025 จำหน่ายตั้งแต่ปี 2026 เริ่มที่ต้นปี (ช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม) สำหรับตลาดยุโรป กลางปี (ช่วงเดือน มิถุนายน-สิงหาคม) สำหรับสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และส่งมอบตั้งแต่กลางปีหน้า 2027

    และมีการประกอบรุ่นนี้ที่เมืองเสิ่นหยาง ประเทศจีน ซึ่งได้รับการออกแบบให้ตรงกับความต้องการและความต้องการของลูกค้าในประเทศจีนโดยเฉพาะ และทางบีเอ็มดับเบิลยูเตรียมเผย NEUE KLASSE อีก 40 รุ่นภายในปี 2027

    ทางด้านเมืองไทยพบกันในวันที่ 19 มีนาคม ก่อนเข้างาน Bangkok Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts