ล่าสุด LEXUS เปิดตัวรุ่นปรับปรุงหรูของ LEXUS LM 500h 2026.5 อัลตราลักชัวรีเอ็มพีวีหน้าเดิมเจเนอเรชันที่ 2 ที่พึ่งปรับปรุงออปชันไปเมื่อปีกลาย
LEXUS LM 500h 2026.5 มีจำหน่ายถึง 2 รุ่นย่อยทั้งรุ่น “EXECUTIVE” 4 ที่นั่งและรุ่น Version L 6 ที่นั่ง ปรับครั้งนี้เน้นภายในเป็นหลักบนเรือนร่างเดิม รหัส AW10
ปรับออปชันใหม่รุ่น”EXECUTIVE”


ปรับปรุงไฟต้อนรับ welcome illumination เมื่อเปิดประตูเลื่อนสไลด์ 2 ฝั่งด้วยแสงไฟวิ่งเชื้อเชิญผู้โดยสารเข้าสู่รถ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสร้างบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นและยังมาพร้อมตู้เย็นออกแบบที่วางขวดใหม่ จากวัสดุที่ยืดหยุ่นและทนทานพร้อมแผ่นกั้นแบบหยักที่ช่วยให้สามารถวางขวดขนาดต่างๆ ได้ และป้องกันไม่ให้ขวดสัมผัสกัน เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีพอร์ตชาร์จ USB Type-C บนคอนโซลกลางเบาะหลังรองรับกำลังไฟสูงสุด 60W (กำลังไฟรวมของพอร์ต Type-C สองพอร์ต) และยางขนาด 225/65R17 และใหญ่สุด 225/55R19 ปรับปรุงลายดอกยางใหม่เพื่อลดเสียงรบกวนจากถนนและเพิ่มความเงียบสงบให้ในรุ่น “EXECUTIVE” ยังให้ในรุ่น Version L ด้วย
พร้อมออปชันเดิมเริ่มที่รุ่น EXECUTIVE 4 เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารเบาะหลังเริ่มที่สวิตช์ประตูเลื่อนไฟฟ้าซึ่งเดิมอยู่ที่คอนโซลเหนือศีรษะด้านหลังถูกย้ายไปยังคอนโซลกลางด้านหลังสามารถควบคุมได้จากตำแหน่งที่นั่งตามธรรมชาติช่วยให้เข้าถึงสวิตช์ประตูได้สะดวกยิ่งขึ้นแม้ในขณะนั่งอยู่
มีไฟดาวน์ไลท์ใหม่ที่คอนโซลเหนือศีรษะด้านหลัง ไฟดาวน์ไลท์ส่องสว่างภายในห้องโดยสารอย่างสว่างไสว ต้อนรับผู้โดยสารเมื่อก้าวขึ้นรถ และช่วยให้เข้า-ออกได้อย่างปลอดภัย ทำให้มองเห็นใต้เท้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในเวลากลางคืน คอนโซลกลางด้านหลังได้เพิ่มถาดวางสมาร์ทโฟนและของชิ้นเล็กๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

มีฟังก์ชันความสว่างสูงสุดของไฟภายในเพื่อสามารถปรับความสว่างภายในให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้และสะดวกสบายยิ่งขึ้นโดยให้เป็นออปชันมาตรฐานทั้ง 2 รุ่นย่อย รวมถึงเพิ่มวัสดุลดแรงสั่นสะเทือนและดูดซับเสียงรอบซุ้มล้อหลังและประตูท้าย เพื่อลดเสียงรบกวนจากยางหลังและการสั่นสะเทือนจากประตูท้าย
ภายในห้องโดยสารระดับเฟิสต์คลาส สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ต้องการห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบาย พร้อมความประณีต และพิถีพิถันในการผลิตสูงสุด ด้วยเบาะนั่ง VIP Seat แบบ 2 ที่นั่ง ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล พร้อมระบบควบคุมความร้อน / เย็นของเบาะนั่ง ปรับเอนนอนได้ในองศาที่มากขึ้นกว่าเดิม โอบล้อมสรีระ ให้การซัพพอร์ตได้อย่างเหมาะสม ลดแรงสั่นสะเทือนที่มาจากภายนอกรถ พร้อม “Relaxation Function” ระบบนวดที่ทำให้ทุกการเดินทางผ่อนคลาย สะดวกสบายสูงสุด ปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง

พร้อมเบาะรองน่องปรับไฟฟ้า ระบบนวด Massage Relaxation และระบบ Seat Ventilator ควบคุมผ่าน Detachable Tablet 5.5 นิ้ว Personalized Customization ฟังก์ชันปรับแต่งเฉพาะ ความหรูหราที่ตอบสนองทุกรสนิยมส่วนบุคคล พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สามารถปรับให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลาย อาทิ Personalized Screen สามารถแยกการนำเสนอเนื้อหาแต่ละบุคคล
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนที่สามนั่งได้สามที่นั่งสามารถพับได้แบบ 50/50 Smart Comfort Program สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารแถวสอง คอนโซลด้านบนห้องโดยสารแบบ Super-long Overhead Console พร้อมจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว
พร้อมระบบเครื่องเสียงแบบ “2-Zone Audio System” ซึ่งจะแยกระบบเสียงด้านหน้าคนขับ และด้านหลัง ทำให้สามารถรับฟังคอนเทนท์ที่แตกต่างกันได้โดยไม่มีเสียงรบกวนซึ่งกันและกัน การควบคุมฟังก์ชันเฉพาะบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Moon roof หน้าจอ ระบบปรับอากาศแบบแยกโซน สามารถควบคุมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสจาก “Overhead Control” และ “Removable Touchscreen Rear Controller”
มาตรวัดดิจิตอลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังประดับลายไม้ Bengala ปรับสูง-ต่ำ ใกล้-ไกล 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า Head-Up Display จอสัมผัสแสดงผลการสั่งงานขนาด 14 นิ้ว แบบ EMV ระบบสัมผัส รองรับระบบปฏิบัติการ Apple CarPlayTM และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย ระบบ Lexus Navigation
เครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยมรอบทิศทางจาก Mark Levinson 21 จุด ที่ชาร์จมือถือไร้สายและเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา (คอนโซลกลาง) ช่องเชื่อมต่อ HDMI/ช่องจ่ายไฟ AC 100 V (คอนโซลกลางที่นั่งโดยสาร)
ม่านบังแดดประตูบานเลื่อนแบบไฟฟ้า กล่องคอนโซลกลาง และ ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมฝาปิด กล่องคอนโซลระหว่างเบาะนั่ง ช่องเก็บอุปกรณ์อเนกประสงค์ ที่วางแขนเบาะหลังพร้อมโต๊ะวางของที่ติดตั้งอยู่ในที่วางแขนกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง (บริเวณที่นั่งด้านหน้า)
ช่องวางแก้วน้ำ (บริเวณประตูด้านหน้า ประตูบานเลื่อน และ ที่นั่งด้านหลัง) ไฟสร้างบรรยากาศที่มีให้เลือก 50 สี 14 รูปแบบ ปรับแต่งอุณหภูมิแยกอิสระได้ถึง 4 โซน เลือกระดับความสบายได้แบบส่วนตัวสำหรับทั้งผู้โดยสารแถวหน้าและผู้โดยสารแถวหลัง ระบบระบายอากาศด้านหลังปรับองศาได้

ภายนอกสง่างาม ทันสมัย ด้วยแนวทางการออกแบบภายนอก “Dignified Elegancy” เริ่มจากกระจังหน้ารูปแบบ “Lexus’s Resolute Look” ที่นำมาออกแบบให้เป็น “Unified Spindle” พร้อมไฟหน้าที่เฉียบคม ทันสมัย แบบ 3 LED โปรไฟล์ด้านข้างตัวรถที่ยาวขึ้น เน้นความสบายของห้องโดยสารตอนหลังเป็นอันดับแรก
ไฟท้าย L-Signature Light Bar ขนาดใหญ่ แบบ LED เสริมรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง สปอยเลอร์หลังเนียนเรียบและชุดกันชนหลังพร้อมคิ้วสเกิร์ตในตัวกระจก Acoustic Glass บนทุกส่วนของ LM ไม่ว่าจะเป็นกระจกหน้ารถ ทั้งส่วนหน้า ประตูหน้า หรือประตูเลื่อน ถูกติดตั้งกระจกกันเสียงเพื่อลดเสียงรบกวน และล้ออัลลอยขนาด 17 และ 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19 สร้างจากแพลตฟอร์ม TNGA-K ตั้งแต่
- ความยาว 5,125 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,955 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถ 2,440 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
ขุมพลังฟูลไฮบริด

ด้วยเบนซินเทอร์โบ Dynamic Force Hybrid D-4ST ขนาด 2.4 ลิตร รหัส T24A-FTS ให้กำลังถึง 275 แรงม้า 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 460 นิวตันเมตรที่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าหลังแบบ Permanent Magnet Motor
โดยมอเตอร์หน้า 1ZM ให้กำลัง 87 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร มอเตอร์หลัง 1YM 103 แรงม้า แรงบิด 169 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Nickel-metal hydride (นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์) ขนาดความจุ 1.44 kWh (แรงดันไฟฟ้า 288V ความจุของแบตเตอรี่ 5Ah)
ทำงานร่วมกันได้กำลังสูงถึง 371 แรงม้า แรงบิด 406 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่ถึงสามโหมดทั้ง EV, Normal และ ECO ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Direct 4 ให้ความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 6.9 วินาที ประหยัดน้ำมัน 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC
พร้อมโหมดการขับขี่ “Rear Comfort Mode” ที่ให้ความสบายนุ่มนวลอย่างแตกต่าง ด้วยระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ครั้งแรกของโลก “Frequency-sensitivity Piston Valve”
ทำงานคู่กับระบบ “Adaptive Variable Suspension” (AVS) ควบคุมการทรงตัวขณะเบรก “Braking Posture Control” ช่วยป้องกันทั้งการโยนตัวขณะเบรก และป้องกันการโคลงตัวในขณะเข้าโค้ง ลดอาการเวียนศรีษะ ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังเดินทางได้อย่างสะดวกสบายสูงสุด

ความปลอดภัยระดับโลกกับระบบ “Lexus Safety System Plus” ครบครันนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบตรวจจับระยะด้วยเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร และกล้องที่กว้างขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเสริมความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และผู้ร่วมทางทั้ง
- ป้องกันก่อนการชน (PCS) Pre-crash safety
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (DRCC) Dynamic Radar Cruise Control (with all-speed follow function)
- เตือนออกนอกเลน (LDA) Lane Departure Alert พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (LTA)
- Brake Posture Control (Pitch & Roll)
- ไฟสูงอัจฉริยะ (AHS)
- เตือนมุมอับสายตา
LEXUS LM 500h 2026.5 ขายญี่ปุ่น 1 เมษายนนี้ ในราคา 15,200,000 Yen หรือราว 3,075,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายรวมภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ 6,559,000 บาท ในรุ่น Version L 6 ที่นั่ง และรุ่น EXECUTIVE 4 ที่นั่ง 20,300,000 Yen หรือราว 4,105,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยแต่ถ้านำเข้ามาขายรวมภาษีนำเข้าจะอยู่ที่ 8,755,000 บาท
ที่มา Carwatch










