MINI จับ 2 ตำนานสัญชาติอังกฤษทั้ง มินิ และ พอล สมิธ มาคอลแลปร่วมกันจนมาเป็นรุ่นพิเศษขายตลอดปีนี้ กับ MINI COOPER Paul Smith Edition

MINI COOPER Paul Smith Edition ผสานรูปโฉมสุดไอคอนิกของมินิเข้ากับปรัชญาการดีไซน์แบบ “Classic with a Twist” อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ อย่างลงตัว

โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของใน 3 สี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ได้แก่
- สีเทา Statement Grey มาจากสีเทาสุดคลาสสิกของมินิ ออสติน เซเว่น รุ่นปี 1959
- สีขาว Inspired White ได้แรงบันดาลใจมาจากสีเบจยอดนิยมที่พบได้ในมินิคลาสสิกหลายรุ่น
- สีดำ Midnight Black Metallic โฉบเฉี่ยวตามเจเนอเรชันปัจจุบัน
ทั้ง 3 สี มาพร้อมกับอีกหนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นอย่างหลังคาสีเขียว Nottingham Green พร้อมแต่งแถบสี Signature Stripe อันโด่งดังที่ขอบหลังคาฝั่งคนขับ โดยสีเขียว Nottingham Green นี้ เป็นสีพิเศษที่สื่อถึงบ้านเกิดของเซอร์พอล สมิธ โดยยังปรากฏอยู่บนกระจกมองข้าง กระจังหน้าทรงแปดเหลี่ยม และฝาครอบดุมล้อที่แต่งตัวอักษร Paul Smith อีกด้วย
ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Night Flash Spoke สีดำ ตัดกับสี Dark Steel พร้อมยาง 225/40R18 โลโก้มินิที่ด้านหน้าและด้านหลังมาในสีใหม่ Black Blue เข้ากับโทนสีของพอล สมิธ และมินิ ส่วนมือจับประตูหลังสีดำด้านท้ายรถก็ตกแต่งด้วยลายเซ็นของพอล สมิธ สะท้อนถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของรถคันนี้
ภายในห้องตกแต่งอย่างทันสมัย

ด้วยพื้นผิวถักสีดำบนแผงคอนโซลและแผงประตู โดยพื้นผิวคอนโซลหน้ามีลวดลายแถบสีโทนดำตัดเทาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อผ้าในงานออกแบบของพอล สมิธ เบาะนั่งสปอร์ตสีน้ำเงิน Nightshade Blue ใช้วัสดุ VESCIN และตกแต่งด้วยผ้าถักบริเวณไหล่และพนักพิงศีรษะ พวงมาลัยตกแต่งด้วยแถบผ้าที่มีแถบสีสดใส ซึ่งถอดแบบมาจากองค์ประกอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ

หน้าจอแสดงผลทรงกลมบริเวณกลางคอนโซล มาพร้อมภาพแบ็คกราวด์ลายพอล สมิธ ให้เลือกใช้ได้ 3 ภาพในโหมด Personal และเมื่อเปิดประตูรถ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าจะได้รับการต้อนรับด้วยไฟโปรเจกเตอร์ที่ฉายคำว่า ‘Hello’ ในรูปแบบลายมือลงที่พื้น
ส่วนกรอบประตูรถด้านล่างก็ยังตกแต่งด้วยข้อความ ‘Every day is a new beginning’ ซึ่งเป็นคติประจำใจของพอล สมิธ ขณะที่พรมปูพื้นในห้องโดยสารมาพร้อมกับกราฟิกรูปกระต่าย จากฝีมือการวาดของเซอร์ พอล สมิธ อีกด้วย

สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ปลอดมลพิษด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าพร้อมแบเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 54.2 kWh ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ฉับไวใน 6.7 วินาที วิ่งไกลสุด 402 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP หรือ 473 กิโลเมตร (NEDC) ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 11 kW 0-100% ภายใน 5.15 ชั่วโมง ในขณะที่การชาร์จไฟแบบ DC ทำได้สูงสุดที่ 95 kW โดยในโหมด DC จะสามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียงไม่ถึง 30 นาที
นอกจากนี้ แบตเตอรี่รุ่นนี้ยังรองรับการตั้งค่าการชาร์จต่างๆ เช่น เวลาชาร์จ ระดับแบตเตอรี่ที่ต้องการ และอื่นๆ พร้อมการเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่จากหน้าจอมือถือผ่าน MINI App เพื่อยกระดับประสบการณ์พรีเมียมให้สูงยิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการจอด Parking Assistant Plus อันทันสมัย ซึ่งประกอบด้วยกล้อง 360 องศา
ระบบบันทึกการถอยจอด ทำให้การควบคุมรถและการจอดรถเป็นเรื่องง่ายดาย สำหรับความสามารถในการจอดรถที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ฟีเจอร์การจอดรถระยะไกลล้ำสมัยอย่าง Parking Assistant Professional ทำให้ใช้สมาร์ทโฟนสำหรับการควบคุมและจอดซึ่งมีให้บริการผ่านระบบสมาชิก (subscription) และ Cruise Control

MINI COOPER Paul Smith Edition วางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 1,899,000 บาท เพิ่มจากรุ่น SE HIGHTRIM 100,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ MSI Standard คุ้มครองการบำรุงรักษา 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) พบตัวจริงที่งาน Bangkok Motor Show 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน










