More

    LEPAS เจ้าเสือดาวเครือ CHERY บุกไทยครั้งแรกที่ Motor Show 2026

    เฌอรี่ส่งแบรนด์น้องใหม่ลำดับที่ 4 ต่อจาก OMODA JAECOO และ CHERY กับ LEPAS ลักชัวรีแบรนด์โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน Motor Show 2026

    LEPAS L6

    LEPAS เน้นทำตลาดนอกเมืองจีนโดยที่มาของชื่อแบรนด์มาจากการผสมคำระหว่าง Leopard (เสือดาว) Leap (การก้าวกระโดด) และ Passion (ความหลงใหล) นั่นเอง

    โดยตั้งเป้าขายทั่วโลก 500,000 คันภายใน 3 ปี ตั้งแต่เปิดแบรนด์เมื่อเดือนเมษายนปี 2025 ประเดิม 27 ประเทศภายในสิ้นปีเดียวกันและภายในปี 2027 จะเพิ่มตลาดอีก 45 ประเทศทั้งในยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ตะวันออกกลาง อาเซียนที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเมืองไทย

    จ่อมาไทย 2 รุ่น

    LEPAS L6

    เริ่มที่ LEPAS L6 เอสยูวีไซซ์กลางเน้นดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีที่เข้ากับวิถีชีวิตคนเมือง ด้วยไฟ DRL แบบ LED รูปทรง V-shape ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดวงตาเสือดาวที่กำลังจ้องมองพร้อมไฟหน้า LED แนวตั้ง 2 ดวง กับกระจังหน้าดีไซน์แปลก

    กับภายในล้ำเช่น หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว และหน้าจอ สัมผัสความละเอียด 2K ขนาดใหญ่ 13.2 นิ้ว เบาะนั่งออกแบบมาเพื่อสรีระ พร้อมปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 3 โซน ตกแต่งภายในเน้นวัสดุ Soft Touch หนังสัมผัส และสีทูโทนดูสะอาดตาแต่หรูหรา และที่ชาร์จมือไร้สาย

    พัฒนาบนแพลตฟอร์ม LEX (Next-generation Intelligent Platform) รองรับหลากหลายขุมพลังตั้งแต่สันดาปไปจนถึงอีวีล้วน

    LEPAS L8

    ส่วนอีกรุ่นกับ LEPAS L8 ฝาแฝด CHERY TIGGO 8 เจเนอเรชันที่ 2 แต่ปรับหน้าตาให้เข้ากับความเป็น LEPAS ด้วยกระจังหน้าแบบ X-shape ทรงเหลี่ยมตกแต่งด้วยลายแบบ MATRIX พร้อมไฟ Daytime LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมไฟหน้า LED

    ด้านข้างติดตั้งราวหลังคาบิ๊วอิน เสาอากาศครีบฉลาม กรอบกระจกโครเมียม ที่เปิดประตูดีไซน์ดึงก้านเรียบเนียนกับตัวรถ ล้ออัลลอยลายเท่ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 จาก Continental

    ด้านท้ายแบบเดียวกับรถยุโรปด้วยไฟท้าย LED แนวยาวขนาดใหญ่ติดตรา LEPAS ด้านบนแบบ ตัวอักษร กรอบป้ายทะเบียนย้ายมาอยู่ในฝั่งกันชนหลังติดตั้งกรอบท่อไอเสียคู่สองฝั่งและกรอบลิ้นสปอยเลอร์กันชนหลังแบบโครเมียม พร้อมฝาท้ายไฟฟ้า ตัวรถมีมิติที่ใหญ่ทุกส่วนตั้งแต่

    • ความยาว 4,725-4,749 มิลลิเมตร
    • ความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร
    • ความสูง 1,705-1,710 มิลลิเมตร
    • ฐานล้อ 2,825 มิลลิเมตร
    • ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

    LEPAS L8

    ภายในหรูกว่าเดิมด้วยไฟแอมเบียนไลท์สร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร เครื่องปรับอากาศแยกส่วน 3 โซน จอแสดงผลแยก 2 ส่วนแบบลอยตัว

    ทั้งมาตรวัดความเร็วดิจิทัล LCD 10.25 นิ้ว กับ จอสัมผัสขนาดใหญ่แนวตั้ง 13.2 นิ้ว ควบคุมระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อทุกรูปแบบชัดแบบ 2.5 K มาพร้อมกับชิป Qualcomm 8155 ระบบอินเทอร์แอคทีฟ HMI 5.0 ระบบอินโฟเทนเมนต์บนคลาวด์ และระบบจดจำเสียงขั้นสูงที่รองรับหลายภาษา จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า HUD

    LEPAS L8

    พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านคู่ทรงท้ายตัดแบบ multi-kinetic flat-bottom ชุดเกียร์จะอยู่ที่ด้านหลังบนคอพวงมาลัย ช่องแอร์แนวนอน 4 จุด ดีไซน์เท่ลงตัว คอนโซลกลางมาในแบบเชื่อมต่อติดกับคอนโซลหน้า

    มีแท่นชาร์จสมาร์ตโฟน ที่ให้กำลังชาร์จไฟ 50W ที่เก็บช่องพร้อมที่ท้าวแขนแบบมีฝาปิด 2 ฝั่ง ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 256 สี พร้อมลำโพงคุณภาพ 12 จุด หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ Panoramic sunroof  เบรกมือไฟฟ้าและ AUTO HOLD ช่องวางแก้ว

    LEPAS L8

    พร้อมความสบายแบบ 5 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าโดยฝั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบนวด อุ่นเบาะ เบาะเย็น และความจำตำแหน่งเบาะ สบายด้วยถาดวางอเนกประสงค์หลังเบาะคู่หน้า เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60/40 เพิ่มพื้นที่ในการขนของมากขึ้น ด้วยเบาะนั่งแบบ Cloud SPA 10 พร้อมฟังก์ชันนวด, เบาะเย็นและอุ่นเบาะ

    ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดแบบ Super Hybrid

    LEPAS L8

    ด้วยเบนซินเทอร์โบ KUNPENG 1.5 ลิตร SQRH4J15 143 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 215 นิวตันเมตรที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (LFP) 18.4 kWh

    ที่มีด้วยกัน 2 ทางเลือกกับรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 347 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร

    และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยขุมพลังเดียวกันพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลัง 358 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 501 แรงม้า แรงบิด 735 นิวตันเมตร โดยวิ่งอีวี 107 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 126 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลทุกระบบรวมกัน 1,300 กิโลเมตรใน LEPAS L8

    ส่วน LEPAS L6 อาจใช้ขุมพลังเดียวกันมอเตอร์ไฟฟ้าเดียวกันและแบตเตอรี่ชุดเดียวกันแต่ ให้กำลังรวม 279-319 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร วิ่งอีวีล้วน 95-100 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 112-118 กิโลเมตร (NEDC) และวิ่งไกลทั้งระบบทำงานร่วมกัน 1,300 กิโลเมตรเช่นกัน

    ทั้ง 2 จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 1-speed DHT Dedicated Hybrid Transmission มีโหมดการทำงานทั้ง ECO, Normal, Sport และในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มมาอีก 3 โหมดทั้งโหมด Snow ,Mud, Off Road

    LEPAS L8 สามารถชาร์จได้ทั้งชาร์จ กระแสตรง DC และ ชาร์จกระแสสลับ AC  มีเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้ ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ 3.3 kW และระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking)

    พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ทั้ง ล็อกความเร็วแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) เบรกฉุกเฉิน Autonomous Emergency Brake (AEB) ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถLane Keeping Assist (LKA) ควบคุมการขับขี่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA) ถุงลมนิรภัยสูงสุด 8 ตำแหน่งรอบคันและกล้องรอบคัน 540 องศาชัดแบบ HD และจอดรถอัตโนมัติ (APA)

    เปิดตัวที่งาน Bangkok Motor Show 

    LEPAS L8

    พบกับแบรนด์ LEPAS เจ้าเสือดาว ภายในบูธ CHERY/OMODA และ JAECOO A24-25 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายนที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ส่วน 2 รุ่นใหม่รุ่นไหนจะขายก่อนต้องติดตาม

     

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts