Ford ปรับไลน์อัพใหม่ให้กับ Ford Ranger MY2026 ด้วยการยกเลิกการทำตลาดดีเซลเทอร์โบคู่ เหลือ 2.0 เทอร์โบเดี่ยว และ 3.0 V6

Ford Ranger MY2026 ภาพลักษณ์ใหม่เท่ดุดันขึ้นพร้อมขุมพลังปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น
ปรับใหม่ยกตระกูล

รุ่นย่อยใหม่ Ford Ranger WILDTRAK X ยกระดับความดุดันด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเหนือระดับด้วยการเสริมแผ่นโลหะกันกระแทกใต้ท้องรถ ไฟหน้าแบบ Matrix LED ติดไฟ AUX Lamp (ทำงานเมื่อเปิดไฟสูง) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้ดีขึ้นในทุกสภาพอากาศเพิ่มความปลอดภัยในการขับเวลากลางคืน ตัวอักษร Ranger สีดำบนขอบฝากระโปรง
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำด้าน ยาง All-Terrain จาก General Grabber AT3 ขนาด 265/70 R17 พร้อมนวัตกรรม Flexible Rack System ที่ช่วยให้การบรรทุกอุปกรณ์เดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นสะท้อนตัวตนสายลุยได้อย่างชัดเจนด้วยการอัปเกรดช่วงล่างด้วยโช้คอัพ Bilstein เพื่อรองรับทุกเส้นทางท้าทายได้อย่างมั่นใจด้วยการยกตัวรถให้สูงขึ้น 20 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสารมอบความหรูหราด้วยระบบเสียงพรีเมียมจาก Bang & Olufsen 8 ตำแหน่ง ให้ทุกการเดินทางคือการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ตรีมพร้อมมาตรวัดดิจิทัลความชัดเจนสูงขนาด 12.4 นิ้ว เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ที่ครั้งนี้ให้แค่ฝั่งคนขับเท่านั้น
ติดตั้งช่องต่อ AUX 6 ตัวพร้อมสวิตช์เหนือคอนโซลที่ต่อวงจรเข้ากับกล่องจ่ายไฟ รองรับการปรับแต่งและใช้งานอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวก ทำให้การใช้งานรถสะดวกและเต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้ทำงาน ตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือออกผจญภัย

Ford Ranger WILDTRAK เพิ่มความโดดเด่นสำหรับลูกค้าสายลุยคุ้มค่าสำหรับการใช้ ด้วยหน้าใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 255/65R18 เบาะนั่งลายใหม่เอกลักษณ์เฉพาะ และเบาะนั่งปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ที่ครั้งนี้ให้แค่ฝั่งคนขับเท่านั้น

Ford Ranger XLS 4 ประตูยกสูง อัปเกรดอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนมาใช้ไฟท้ายแบบ LED และล้อลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 255/70 R17 ส่วน Ford Ranger XL+ ปรับหน้าตาใหม่ เพิ่มไฟเบรกดวงที่ 3 เพิ่มกันชนหลังสีดำ เพิ่มกล้องมองหลัง และล้อขนาด 17 นิ้วยกมาจากรุ่น XLS เดิม
ทั้ง 2 รุ่น ได้ออปชันใหม่ทั้งหน้าจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาดใหม่ 12 นิ้ว ระบบปรับอากาศใหม่มาแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังในรุ่น 4 ประตู เพิ่ม ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ลาก่อนเทอร์โบคู่

ลาก่อนเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ Bi-Turbo 2.0 ลิตร 210 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร และนำขุมพลังปัจจุบันมาพัฒนาใหม่นั่นคือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว รหัส P02S ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 170 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที
พลังเดิมแต่ปรับรายละเอียดเช่นการใช้ระบบโซ่ราวลิ้น แทนสายพานจุ่มน้ำมัน (Wet Belt) ให้ความทนกว่า ดูแลง่ายกว่า และอัพเกรดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมระบบส่งกำลังใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รุ่น 10R80 ให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงและขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 2H, 4H และ 4L
พร้อมดิฟล็อกแบบไฟฟ้า (Electronic Locking Rear Differential) จับคู่กับโหมดการขับขี่ Terrain Management System 6 โหมด ทั้ง โหมดทั่วไป Normal โหมดประหยัด Eco ลากจูงและบรรทุก Tow/Haul โหมดทางลื่น Slippery โหมดโคลน Mud/Ruts ในรุ่น 4×4 โหมดทราย Sand ในรุ่น 4×4

ขุมพลังดีเซลเทอร์โบ V6 ในรหัส BF2S ขนาด 3.0 ลิตร Power Stroke ที่ให้กำลังมากถึง 250 แรงม้าที่ 3,250 รอบต่อนาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบบ e-Shifter รุ่น 10R80
ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Full Time 4WD แบบ e-Shifter (2H,4H,4L และ 4A) ที่มาพร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์แบบ 2 จังหวะ (On-Demand Two-Speed Electromechanical transfer case–EMTC) ควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมเฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential
กับโหมดการขับขี่ Terrain Management System 7 โหมด ทั้งโหมดทั่วไป Normal โหมดประหยัด Eco ลากจูงและบรรทุก Tow/Haul โหมดทางลื่น Slippery โหมดทราย Sand โหมดโคลน Mud/Ruts โหมดหิน Rock Crawl โดยทั้ง 2 ขุมพลังผ่านมาตรฐาน EURO 5
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลงสำหรับด้านหน้าและระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนสำหรับด้านหลัง พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้าที่ช่วยผ่อนแรงในการขับขี่ ปรับน้ำหนักให้เบาที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มน้ำหนักเมื่อความเร็วสูง และลุยน้ำได้ 800 มิลลิเมตร
ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ADAS

เทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขี่ เป็นออปชันใหม่ในรุ่น WILDTRAK และเป็นออปชันมาตรฐานในรุ่น WILDTRAK X ทั้ง
- ควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control with Stop & Go
- ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Centering
- เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Auto High-Beam
- ช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning with Brake Support
- ช่วยควบคุมรถหลังจากชน Post-Impact Braking
- ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning
- ตรวจจับรถในจุดบอด Blind Spot Information System
- ตรวจจับขณะออกจากช่องจอด Cross-Traffic Alert and Braking
- เบรกอัตโนมัติป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง Reverse Brake Assist
- ช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ Evasive Steer Assist
- ตรวจวัดลมยาง Tire Pressure Monitoring System

อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานทุกรุ่นทั้ง ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control System (TCS) ควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control (HDC)
สัญญาณกันขโมยและกุญแจนิรภัย Security Alarm System and Immobilizer ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ป้องกันล้อล็อก ABS กระจายแรงเบรก EBD กล้องมองภาพด้านหลัง ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Brake Lights (EBL)
ความปลอดภัยเฉพาะรุ่นเริ่มจาก ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ในรุ่น XL กับ XL+ ถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ 6 กับ 7 จุด ดิสก์เบรก 4 ล้อ ในรุ่น WILDTRAK เทอร์โบเดี่ยว กับ WILDTRAK X ช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน Hill Launch Assist (HLA) ในรุ่น XLS WILDTRAK กับ WILDTRAK X
ลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ Roll-Over Mitigation (ROM) ในรุ่น XLS WILDTRAK กับ WILDTRAK X ติดตั้งระบบ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ในรุ่น WILDTRAK กับ WILDTRAK X
สัญญาณกะระยะการจอดรถ Parking Sensors ด้านหน้า 4 จุดเป็นออปชันใหม่ในรุ่น WILDTRAK เทอร์โบเดี่ยวและเป็นออปชันมาตรฐานในรุ่น WILDTRAK X และด้านหลัง 4 จุดในรุ่น WILDTRAK กับ WILDTRAK X

Ford Ranger MY2026 มีสีภายนอก 5 สีทั้ง สีใหม่!! สีส้ม Ignite Orange เฉพาะรุ่น WILDTRAK / WILDTRAK X เพิ่มเงิน 10,000 บาท สีขาว Arctic White สีบรอนซ์เงิน Aluminum Metallic เฉพาะรุ่น XL+ / XLS สีเทา Meteor Grey เฉพาะรุ่น XL+ / XLS กับ WILDTRAK / WILDTRAK X สีดำ Absolute Black มีหลากหลายรูปแบบตัวถังทั้งแบบตอนเดียว ตอนครึ่ง และ 4 ประตู ดังนี้
- Standard Cab XL 2.0L 4×4 10AT ราคา 785,000 บาท
- Open Cab XL+ 2.0L HR 10AT ราคา 779,000 บาท
- Double Cab XL+ 2.0L HR 10AT ราคา 889,000 บาท
- Double Cab XLS 2.0L HR 10AT ราคา 939,000 บาท
- Double Cab WILDTRAK 2.0L HR 10AT ราคา 1,159,000 บาท
- Double Cab WILDTRAK 2.0L 4×4 10AT ราคา 1,249,000 บาท
- Double Cab WILDTRAK 3.0L V6 4WD 10AT ราคา 1,469,000 บาท










