กำไร BYD ไตรมาสแรกดิ่งหนัก 55% เซ่นพิษช่วง Low Season และลดการสนับสนุน EV ในจีน

BYD ยักษ์ใหญ่รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เผยรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 พบว่ากำไรสุทธิลดลงอย่างรุนแรง สะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนที่เผชิญทั้งช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Off-season) และการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ

 เจาะตัวเลขผลประกอบการ Q1/2026

  • กำไรสุทธิ: 4.09 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.92 หมื่นล้านบาท) ลดลงถึง 55.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • รายได้รวม: 1.50 แสนล้านหยวน (ประมาณ 7.03 แสนล้านบาท) ลดลง 11.82%

  • ยอดขายรถ NEV: อยู่ที่ 700,463 คัน ลดลง 30.01% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลงถึง 47.82% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว

BYD

ทำไมกำไรถึงดิ่ง?

  1. การปรับลดสิทธิประโยชน์ทางภาษี: ในปี 2024-2025 จีนเคยยกเว้นภาษีซื้อรถ NEV สูงสุดถึง 30,000 หยวนต่อคัน แต่ในปี 2026 นี้ นโยบายถูกปรับลดลงเหลือเพียง “ลดหย่อนภาษีครึ่งหนึ่ง” (จากเรทปกติ 10%) และจำกัดส่วนลดสูงสุดที่ 15,000 หยวน ทำให้ผู้ซื้อแห่ไปออกรถตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนยอดขายต้นปีนี้ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด

  2. สงครามราคา: การแข่งขันที่รุนแรงในจีนบีบให้ผู้ผลิตต้องตัดราคาและทำโปรโมชั่นอย่างหนักเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ส่งผลให้กำไรต่อคัน (Margin) ลดลง

  3. ต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งสูง: BYD ระบุว่าต้นทุนด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น จนล่าสุดต้องประกาศปรับขึ้นค่าออปชั่นระบบช่วยขับขี่ “God’s Eye B” จาก 9,900 หยวน เป็น 12,000 หยวน (เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้)

ตลาดต่างประเทศ: แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

แม้ตลาดในจีนจะตึงตัว แต่ยอดขายในตลาดโลกของ BYD ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด:

  • ยอดขายต่างประเทศ: 321,165 คัน พุ่งสูงขึ้น 55.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน

  • สัดส่วน: ยอดขายต่างประเทศคิดเป็น 45.85% ของยอดขายทั้งหมดในไตรมาสนี้

ก้าวต่อไปของ BYD

ผู้บริหารของ BYD ยังคงมั่นใจในทิศทางระยะยาว โดยได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกในปี 2026 ขึ้นเป็น 1.5 ล้านคัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า BYD กำลังปรับกลยุทธ์โดยเน้นการเติบโตในตลาดสากลเพื่อชดเชยการชะลอตัวและสงครามราคาที่ดุเดือดภายในประเทศจีนครับ

Source: CNEVpost

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts