นอกจากเปิดตัวรุ่นพิเศษฉลองแซยิด 60 ปี แล้ว Toyota Corolla 2026 เปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่และแนะนำรุ่นย่อยใหม่รุ่นสอนหัดขับรถที่ญี่ปุ่น

เริ่มที่รุ่นปกติทั้ง Toyota Corolla Sedan, Toyota Corolla Touring ปรับปรุงใหม่ ปี 2026 เพื่อต่ออายุตลาดไปอีกครั้ง
ปรับในส่วนออปชันใหม่บางรายการทั้งการเพิ่มสีใหม่ 2 สีทั้งสีดำ “Neutral Black” และสีแดง “Emotional Red II” พร้อมออปชันเดิมทั้ง ไฟหน้า Full LED กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะ Corolla ไฟท้าย LED ไฟตัดหมอกหน้า LED ช่องระบายอากศจากรังผึ้งกลายเป็นสีดำแนวนอน
ล้อและยางมีหลายขนาดตั้งแต่กระทะล้อในรุ่น X กับล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 205/55R16 ในรุ่น G ในรุ่น X อัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/45 R17 ในรุ่น WxB

รุ่น X มาพร้อมระบบกุญแจ Smart Entry และ Push Start และชุดระบบนำทางในตัวจอสัมผัสเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง 3 ก้านปรับได้ 4 ระดับ
มาตรวัดแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สามารถปรับแต่งได้หลากหลายสไตล์ปรับได้ตามความชอบกับหน้าจอ 4 สไตล์ Casual, Smart, Tough, Sporty และมาตรวัดเรืองแสงแบบจอสี TFT พร้อม MID 7 นิ้ว
จอสัมผัสลอยขนาดใหญ่ขึ้นเลือกได้ทั้งขนาด 8 นิ้ว และ 10.5 นิ้ว เชื่อมต่อ WIFI ระบบนำทาง Apple Car Play และ Android Auto

Qi wireless charging สำหรับชาร์จมือถือแบบไร้สาย จอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้า Head-Up Display Dual Zone A/C ระบบปรับอากาศอัตโนมัติสามารถปรับอุณหภูมิสำหรับผู้โดยสารซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง
ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB-C 4 จุด และ USB-A 1 จุด ปุ่ม Smart Entry ที่ประตูผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อม Push Start เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะหลังพับได้ 60/40 พร้อมที่วางแขนกับที่วางแก้วน้ำ


นอกจากนี้ยังแนะนำรุ่นสอนหัดขับรถใช้สำหรับโรงเรียนสอนขับรถพร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องติดตั้งจากโรงงานตั้งแต่แป้นเบรกเสริม แป้นคลัตช์เสริม สวิตช์ไฟเลี้ยวและแตรเสริม
กระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบคู่ และ ป้ายสัญลักษณ์รถหัดขับที่หน้าและหลังรถ โดยรุ่นใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาผู้ขับขี่รุ่นใหม่ ให้ขับขี่มีคุณภาพและปลอดภัยรวมถึงเพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมปลอดคาร์บอนในตัว

งานนี้นำขุมพลังสันดาปล้วนกลับมาอีกครั้งด้วย Dynamic Force รหัส M15A-FKS 1.5 ลิตร พร้อมฉีดจ่ายน้ำมันโดยตรง D-4S direct injection ควบคุมการเปิด-ปิด วาลว์ไอดี VVT-iE 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาทีแรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 4,800- 5,200 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดจำหน่ายเฉพาะรุ่นสอนหัดขับรถเท่านั้น

และมีเบนซิน Full Hybrid กับขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE พัฒนาให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้น 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้ารุ่น 1VM 95 แรงม้า แรงบิด 185 นิวตันเมตร และหลังสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four รุ่น 1WM 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร ได้แรงม้ารวม 140 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ที่มีแรงดันไฟฟ้า 207.2 V จำนวนเซลล์ 56 ความจุไฟฟ้า 4 Ah (0.83 kWh)
คู่กับระบบส่งกำลังอย่างเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Paddle Shift โหมดการขับขี่ 5 โหมดทั้ง “Eco”, “Normal”, “Sports”, Comfort” และ “Sports S + เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four ให้เลือกทั้งรุ่นปกติและรุ่นสอนหัดขับรถพร้อมความปลอดภัย Toyota Safety Sense ครบครัน

Toyota Corolla 2026 รุ่น Sedan 6 รุ่นย่อยทั้งรุ่น X, G, WxB เปิดราคาขายที่ญี่ปุ่น เริ่มต้น 2,380,400-3,342,900 YEN หรือราว 489,000-689,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยถ้านำมาขายไทยราคาอยู่ที่ 917,000-1,292,000 บาท

ส่วนรุ่น Touring 6 รุ่นย่อยทั้งรุ่น X, G, WxB เริ่มต้น 2,447,500-3,393,500 YEN หรือราว 504,000-697,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยถ้านำมาขายไทยราคาอยู่ที่ 945,000-1,309,000 บาท
รุ่นสอนหัดขับรถขาย 2 รุ่นย่อย เริ่ม 2,142,800-2,400,200 YEN หรือราว 445,000-495,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยถ้านำมาขายไทยราคาอยู่ที่ 835,000-929,000 บาท
ที่มา Carwatch










