ในที่สุดก็เปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการเสียทีสำหรับ BYD DOLPHIN G DM-i เก๋งพลังปลั๊กอินไฮบริดสำหรับตลาดยุโรป

BYD DOLPHIN G DM-i มาในร่างแฮทช์แบ็กทรงท้ายตัด 5 ประตูที่ออกแบบมาเพื่อชาวยุโรปโดยเฉพาะ
ภายนอกดูเฉียบคมกว่าเดิมด้วยชุดไฟหน้า LED ทรงเรียวบาง ช่องระบายอากาศด้านหน้าทรงสี่เหลี่ยมแบบ Active Air Intake เปิด-ปิดอัตโนมัติ รวมถึงช่องระบายอากาศคู่บริเวณขอบกันชนหน้า ตัวรถยังเสริมความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยสีดำดุดัน (Blackened Rims) ขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 195/60 R16 กับ 18 นิ้ว พร้อมยาง 215/50R18
มือเปิดประตูแบบยกก้าน (Semi-hidden Door Handles) ตกแต่งเสา D ด้วยสีดำ ออกแบบหลังคารถให้ดูเสมือนลอยตัวอยู่แยกจากตัวรถ หรือ Floating Roof พร้อมหลังคาพาโนรามิกเต็มบาน ไฟท้าย LED แนวยาวดีไซน์ปีกนกไส้ในชุดไฟปรับใหม่เน้นความทันสมัย สปอยเลอร์หลังออกแบบใหม่ให้ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED กันชนหลังดีไซน์ใหม่เน้นความสปอร์ตมากขึ้น โดยมีมิติดังนี้
- ความยาว 4,160 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,825 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,575 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,610 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร
- น้ำหนักรถ 1,440-1,555 กิโลกรัม

ภายในเท่เข้มตั้งแต่ชุดแผงคอนโซลหน้าประกอบด้วย พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน พร้อมเกียร์คอพวงมาลัย มาตรวัดความเร็วสี LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และ จอสัมผสัขนาดใหญ่ให้เลือกทั้งขนาด 10.1 กับ 12.8 นิ้ว รองรับ built-in Google ในจอท้ัง Google Maps, Google Assistant และ Google Play Store จอแสดงข้อมูลการขขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า HUD 8 นิ้ว และลำโพง 8 จุด

คอนโซลกลางของชุดคอนโซลหน้าประกอบด้วย ปุ่มกดขนาดเล็กหลายปุ่ม รวมถึงตัวเลือกโหมดการขับขี่ คันโยกปรับระดับเสียงเพลง ปุ่มไฟฉุกเฉิน ที่ชาร์จมือถือไร้สาย 15 W ที่วางแก้วน้ำ ช่องเก็บของ และส่วนที่ปรับเปลี่ยนได้อยู่ติดกับกลุ่มปุ่มกดที่กล่าวถึง
ช่องระบายแอร์ใต้จอสัมผัสอยู่ในแนวเดียวกับ BYD ATTO 3 พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light 31 สี เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อม CN95 Filter ระบบกรองอากาศ PM 2.5 แอปพลิเคชันร้องคาราโอเกะ บนรถได้
เชื่อมต่ออัจฉริยะ BYD DiLink กุญแจแบบคีย์การ์ด พร้อมระบบ Keyless Start และช่องเสียบ USB เบรกมือไฟฟ้าพร้อมช่วยควบคุมการไหลของรถอัตโนมัติ (AVH) ม่านบังแดดที่หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ

ส่วนอื่นๆ ของห้องโดยสารถูกซ่อนไว้อย่างดี และหมอนรองศีรษะปักโลโก้ G พร้อมอุ่นเบาะและเป่าลมเย็นในเบาะคู่หน้าและอุ่นที่พวงมาลัยเบาะนั่งด้านหลังพับแบบ 60/40 มีพื้นที่สัมภาระท้ายรถ 1,225 ลิตรในกรณีพับเบาะและ 425 ลิตรกรณีไม่พับเบาะ และมีช่องเก็บของใต้พื้นห้องสัมภาระด้านท้ายอีก 45 ลิตร
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i 5.0

ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 120 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า 163 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.3 วินาที
พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP แบบ Blade Battery เลือก 2 ขนาดตั้งแต่ ขนาด 7.42 kWh ให้กำลังรวม 176 แรงม้า แรงบิดรวม 210 นิวตันเมตรวิ่งไกลในโหมดอีวีล้วน 40 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 47 กิโลเมตร (NEDC)
วิ่งไกลทั้งระบบ 1,020 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,200 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จกระแสสลับ AC 3.3 kW 15-100% ภายใน 2.8 ชั่วโมง ประหยัด 38.46 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (WLTP)

ขนาด 18.3 kWh ให้กำลังรวม 212 แรงม้า แรงบิดรวม 210 นิวตันเมตรวิ่งไกลในโหมดอีวีล้วน 105 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 124 กิโลเมตร (NEDC) วิ่งไกลทั้งระบบ 1,040 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 1,224 กิโลเมตร (NEDC)
ชาร์จกระแสสลับ AC 6.6 kW 15-100% ภายใน 2.9 ชั่วโมง ชาร์จกระแสตรง DC 39 kW 10-80% ภายใน 26 นาที ประหยัด 71.42 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 1.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (WLTP)
ทั้ง 2 มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative braking) มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง EV+HEV/SPORT+ECO+NORMAL
ในรุ่นแบตเตอรี่ 18.3 kWh มีระบบ V2L (Vehicle To Load) จ่ายไฟฟ้าได้ 3.3 kW พร้อมช่วงล่าด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลงและช่วงล่างหลังแบบคานทอชันบีม (Torsion beam)
มอบความอุ่นใจขณะเดินทางด้วย ADAS

- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
- ช่วยเตือนเมื่อขับรถออกนอกเลน Lane Departure Assist (LDA)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
- เตือนจุดอับสายตา Blind Spot Monitoring (BSD)
- เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า Front Cross Traffic Alert (FCTA)
- เบรกเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านด้านหน้า Front Cross Traffic Brake (FCTB)
- เตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- เตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go (ACC-S&G)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- เตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- จดจำป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
- ช่วยจำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
- เตือนก่อนเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
- เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW)
- ไฟส่องนําทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HMA)
ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) กล้องมองรอบคัน 360 องศา (Surround-view Camera) เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้าและด้านหลัง

ถุงลมนิรภัยคู่หน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง–ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ด้านหน้า และถุงลมนิรภัยระหว่างคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า รวม 7 จุด ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ สามารถปิดระบบแจ้งเตือนคนข้ามถนนได้ เมื่อใส่เกียร์ P สามารถปิดไฟ Daytime Running Light ได้

BYD DOLPHIN G DM-i ประกอบที่โรงงาน BYD ที่เมืองเซเกด ประเทศฮังการี เปิดราคาในเยอรมนีเริ่มต้น 28,990-34,490 EUR หรือราว 1,099,000-1,306,000 บาท เป็นราคาก่อนหักส่วนลดจากภาครัฐ
ส่วนราคาหลังหักส่วนลดเริ่ม 18,990-23,990 EUR หรือราว 719,000-909,000 บาท มี 4 รุ่นย่อยทั้งรุ่น ACTIVE, BOOST, COMFORT และ SPORT และกำหนดส่งมอบตั้งแต่ปลายปีนี้ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน
ที่มา CarNewsChina
ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day










