GWM จีนตัดสินใจปรับภาพลักษณ์ใหม่ของ GWM ORA ด้วยการลบภาพเดิมๆประเดิมรุ่นแรกลงตลาดกับ GWM ORA 7 ทั้ง 2 เวอร์ชัน

GWM ORA 7 แวกอนเปิดตัวพร้อมกับเวอร์ชันซีดานหรือ GWM ORA 07 ชื่อในตลาดโลกรวมถึงเมืองไทยซึ่งก็คือ GWM ORA Lighting Cat ชื่อเดิมนั่นเอง
การปรับภาพลักษณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายที่มาหลากหลายอาชีพจากเดิมจะเจาะกลุ่มผู้หญิง ด้วยการเปลี่ยนชื่อรุ่นรถมาใช้รหัสตัวเลขและตัวอักษรตามตลาดโลก จากเดิมมีคำว่า CAT ลงท้ายซึ่งอาจเกิดความสับสนให้กับลูกค้า รวมถึงกาารแนะนำเวอร์ชันแวกอนออกมาเพื่อผู้ที่พิศมัยกิจกรรมกลางแจ้งลบภาพจำเดิมๆที่เป็นรถเจาะกลุ่มเพศ

โดย GWM ORA 7 ทั้งเวอร์ชันซีดานและแวกอนหน้าตาคล้ายกันต่างกันดีไซน์ตัวรถในบางจุดแต่ตัวรถมีะระยะฐานล้อเท่ากันคือ 2,870 มิลลิเมตร มิติด้านอื่นๆต่างกันโดยเวอร์ชันซีดานยาว 4,890 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,503 มิลลิเมตร

แต่เวอร์ชันแวกอนความยาวลดลงเหลือ 4,820 มิลลิเมตร ความสูงเพิ่มขึ้นเป็น 1,520 มิลลิเมตร ช่วยให้พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมีพื้นที่ในการขนของมากขึ้นแม้จะใช้พื้นฐานของเวอร์ชันซีดานตกแต่งใหม่
เท่านั้นยังไม่พอมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ที่เปิดประตูมาใช้แบบดึงก้านแทนแบบซ่อนเพิ่มการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนรวมถึงการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP จากแบบ Ternary (NMC) เน้นความคุ้มค่าเน้นความเสถียรในด้านความร้อน
โดยทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ผสานการทำงานของมอเตอร์ล้อหน้าให้กำลัง 218 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลัง 204 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุด 422 แรงม้า สร้างความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงรวมถึงการติดตั้งระบบ LiDAR ทำหน้าที่เป็นฮาร์ดแวร์สำหรับระบบนำทางอัตโนมัติบนทางหลวง

ทำให้ GWM ORA 7 เป็นทางเลือกใหม่ในกลุ่มรถไซซ์กลางขับเคลื่อน 4 ล้อ และมีรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าให้เลือก เตรียมเปิตตัวในจีนเร็วๆนี้ ประกอบที่โรงงาน Spotlight Automotive
ซึ่งเป็นโรงงานร่วมทุนในสัดส่วน 50% เท่ากันระหว่าง BMW และ GWM ในอำเภอจางเจียกัง เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีนและเป็นโรงเดียวกับ MINI COOPER SE และ MINI ACEMAN
เริ่มผลิตก่อนสิ้นปี 2026 ผลิตที่โรงงานแห่งนี้โดยราคาขายอยู่ในระดับ 200,000 YUAN หรือราว 969,000 บาท ตามรอยการปรับกลยุทธ์ของค่ายที่ดำเนินไปก่อนหน้าเช่นการแนะนำ GWM ORA 5 เครื่องยนต์สันดาปล้วนและฟูลไฮบริด
การขยายแพลตฟอร์มรองรับขุมพลังทางเลือกที่หลากหลาย Multi-energy platforms สามารถใช้ประโยชน์ในการพัฒนาและวิจัยรถรุ่นใหม่ๆได้อย่างคุ้มค่าพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ทางด้านเมืองไทยจะได้รับอานิสงส์ด้วยหรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา CarNewChina










