สลัดคราบแฮทช์แบ็ก! Hyundai i20 ใหม่ เป็นเบบี้ครอสโอเวอร์ ลงตลาดบราซิล

Hyundai ทำการเปิดตัว i20 เจนเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศบราซิล ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณและพรีวิวหน้าตาของเวอร์ชันที่จะทำตลาดโลกไปในตัว โดยรถซับคอมแพกต์แฮทช์แบ็กรุ่นนี้ถูกปรับบุคลิกใหม่ให้กลายเป็นรถครอสโอเวอร์ยกสูง อัดแน่นด้วยภาษาการออกแบบและเทคโนโลยีล่าสุดของแบรนด์ ขณะที่ขุมพลังสำหรับตลาดบราซิลยังคงเหนียวแน่นกับเครื่องยนต์สันดาปภายในเพียวๆ ไม่พึ่งระบบไฟฟ้า

Hyundai i20

หลังจากเปิดตัวไม่นาน Hyundai ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า i20 เวอร์ชันยุโรปจะพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างออกไป ทั้งในเรื่องของงานดีไซน์ ไลน์อัพขุมพลัง เลย์เอาต์ห้องโดยสาร รวมถึงการเซ็ตติ้งระบบช่วงล่าง แต่อย่างไรก็ตาม ภาพแอบถ่าย Spyshot ก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองเวอร์ชันจะยังคงใช้ชิ้นส่วนร่วมกันอยู่หลายจุด

Hyundai i20 Hyundai i20

งานดีไซน์ภายนอกได้รับอิทธิพลมาจากรถไฟฟ้า Ioniq 3 แต่ถูกลดทอนความล้ำลงมา รอบตัวถังทั้งกันชนหน้า-หลัง และซุ้มล้อถูกคาดด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ (Plastic cladding) จับคู่กับเสาหลังคาสีดำและแนวหลังคาที่ราบแบน ส่งผลให้ i20 มีบุคลิกเหมือนรถ SUV ขนาดจิ๋ว อารมณ์เหมือนจับรุ่นพี่อย่าง Creta มาย่อส่วนลงมา

Hyundai i20 Hyundai i20

ไฮไลต์ส่วนอื่นๆ ประกอบด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ชุดไฟ LED พาดยาวเต็มความกว้างของหน้ารถ พร้อมไฟ DRL ดีไซน์ดุดันคล้ายกับรถซูเปอร์คาร์ฝั่งอิตาลี เส้นสายตัวถังด้านข้างดูมีมิติ แนวขอบกระจก (Beltline) ยกตัวสูงขึ้น และสวมล้ออัลลอยปัดเงาลาย Diamond-cut ขนาด 17 นิ้วในรุ่นท็อปสุด

มิติตัวถังของ i20 สเปกบราซิล มีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,580 มิลลิเมตร ซึ่งเท่ากับ i20 เจนเนอเรชันที่ 3 เวอร์ชันยุโรปตัวปัจจุบัน ทว่ามิติตัวถังโดยรวมของเจนใหม่นี้จะยาวขึ้นและสูงขึ้น โดยมีความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,130 มิลลิเมตร และสูง 1,505 มิลลิเมตร

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอดิจิทัลแบบลอยตัว (Free-standing digital cockpit) ที่รวมเอาหน้าจอมาตรวัดและหน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้วจำนวน 2 จอเข้าไว้ด้วยกัน โดย Hyundai ยังคงรักษาปุ่มกดและปุ่มหมุนควบคุมแบบอนาล็อกเอาไว้ครบครัน ทั้งบริเวณใต้หน้าจอสัมผัสและบนพวงมาลัย พร้อมแยกแผงควบคุมระบบปรับอากาศไว้ที่คอนโซลกลางระหว่างช่องแอร์อย่างเป็นสัดส่วน สำหรับรุ่นท็อปสุดอย่าง Ultimate จะได้รับการตกแต่งด้วยเบาะหนังแต่งสีทูโทน

เจาะลึกขุมพลังและระบบส่งกำลัง

i20 เวอร์ชันบราซิลเลือกที่จะมองข้ามระบบไฮบริด โดยยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่รองรับน้ำมันเบนซินและเอทานอล:

  • เครื่องยนต์เริ่มต้น: เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ (NA) รีดพละกำลังสูงสุด 79 แรงม้า

  • เครื่องยนต์เทอร์โบ: เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ขยับแรงม้าขึ้นมาอยู่ที่ 113 แรงม้า

โดยทั้งสองขุมพลังจะขับเคลื่อนล้อหน้า มีให้เลือกทั้งระบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

Hyundai จะปักหลักผลิต i20 รุ่นใหม่นี้ที่โรงงาน Piracicaba ในประเทศบราซิล เคียงข้างกับรุ่น HB20, HB20S และ Creta ซึ่งการทับซ้อนกันในกลุ่มรถซับคอมแพกต์นี้ ทำให้เกิดคำถามตามมาเกี่ยวกับอายุการตลาดของรุ่นเก่า และมีความเป็นไปได้ว่า i20 อาจจะเข้ามาทำตลาดแทนที่ HB20 เจนเนอเรชันที่ 2 ที่ลากขายมาตั้งแต่ปี 2019 และเพิ่งปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อปี 2022

สำหรับราคาจำหน่ายในบราซิล เริ่มต้นที่ 99,990 เรอัลบราซิล (ประมาณ 19,800 ดอลลาร์สหรัฐ) ในรุ่นเกียร์ธรรมดาตัวเริ่มต้น และไปจบที่ 139,990 เรอัลบราซิล (ประมาณ 27,700 ดอลลาร์สหรัฐ) ในรุ่นท็อปสุดเครื่องยนต์เทอร์โบเกียร์อัตโนมัติ โดยมีคู่แข่งในพิกัดเดียวกันอย่าง VW Polo, Chevrolet Onix, Toyota Yaris และ Fiat Argo

Hyundai i20 ทิศทางของเวอร์ชันยุโรปจะเป็นอย่างไร?

ปัจจุบันตลาดฝั่งยุโรปยังคงวางจำหน่าย i20 เจนเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 และเพิ่งปรับปรุงโฉมไปเมื่อปี 2023 โดยมีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศตุรกี ส่วนตัวตายตัวแทนของสเปกยุโรปคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ หรืออาจจะลากยาวไปจนถึงปี 2027

ตัวรถเวอร์ชันยุโรปจะใช้แพลตฟอร์มและดีไซน์หลักร่วมกับสเปกบราซิลคันนี้ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ขุมพลัง” ที่ฝั่งยุโรปจะหันไปคบกับเครื่องยนต์พ่วงระบบ Mild-hybrid แทน รวมถึงจะมีการปรับรายละเอียดงานดีไซน์ภายนอก-ภายในเล็กน้อย และเซ็ตติ้งระบบช่วงล่างใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพถนนของตระกูลยุโรป

นอกจากนี้ ตลาดยุโรปยังมีโอกาสสูงที่จะได้เห็นเวอร์ชันตกแต่งมาดสปอร์ตอย่าง N Line รวมถึงตัวแรงรหัสแท้หน้าใหม่อย่าง i20 N ที่คาดว่าจะเปลี่ยนมาใช้ขุมพลัง Self-charging hybrid สมรรถนะสูงเพื่อตอบโจทย์เกณฑ์ไอเสียที่เข้มงวดขึ้นในอนาคต

เทรนด์การจับรถแฮทช์แบ็กขนาดเล็กมาแต่งหน้าทาปาก ยกสูงขึ้นอีกนิด แล้วแปะป้ายเป็นครอสโอเวอร์กำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก เพราะตอบโจทย์เรื่องความอเนกประสงค์และการลุยน้ำท่วมขังในเมืองได้ดีขึ้น สำหรับ i20 ใหม่นี้ ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านดีไซน์ครั้งสำคัญที่น่าจับตามองว่าเมื่อถึงคิวเปิดตัวในตลาดโลก พลังไฮบริดรวมถึงรหัสตัวแรงอย่าง i20 N จะทำผลงานออกมาได้จี๊ดจ๊าดขนาดไหน

Source: Carscoops

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts