BYD แถลงความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐานระดับมหากาพย์ในงานเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า BYD Great Tang (ต้าถัง) ระบุว่า ปัจจุบันค่ายได้ติดตั้งตู้ชาร์จสุดแรงเกิด “Flash Charger” ไปแล้วถึง 6,682 หัวจ่าย ครอบคลุมพื้นที่ 321 เมืองทั่วประเทศจีน ซึ่งทีเด็ดของสถานีชาร์จประเภทนี้คือการจ่ายไฟกระแสตรง (DC) ได้โหดจัดถึง 1,500 kW ต่อหนึ่งหัวจ่าย ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ขึ้นไปถึง 97% ได้ในเวลาเพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้น!

หากย้อนไทม์ไลน์กลับไปขุนพลขุมพลังไฟฟ้าของ BYD ได้ฤกษ์คิกออฟโปรเจกต์ Flash Charger นี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยบิ๊กบอสและทีมบริหารจากสำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้นตั้งเป้าหมายใหญ่ในชื่อแคมเปญว่า “Flash Charging China” ดันยอดติดตั้งตู้ชาร์จด่วนให้แตะ 20,000 หัวจ่ายภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งในจำนวนนี้จะถูกส่งไปประจำการอยู่บนสถานีบริการไฮเวย์ (ทางหลวงข้ามมณฑล) อีก 2,000 หัวจ่าย
เช็กสปีดการเดินเกม: แผ่วปลายเล็กน้อย แต่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง
ในช่วงแรกบอกเลยว่า BYD เดินหน้าลุยแบบติดเทอร์โบ โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค่ายสามารถปักหมุดตู้ชาร์จตัวแรงนี้ได้เป็นคันที่ 5,000 ครอบคลุม 297 เมือง ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดที่น่าทึ่งมากเพราะใช้เวลาเพียงแค่ 27 วันเท่านั้น ทว่าหลังจากนั้นสปีดการขยายโครงข่ายเริ่มมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย
-
5 พฤษภาคม: ติดตั้งตู้ที่ 5,715 ในเขตมองโกเลียใน
-
17 พฤษภาคม: ขยับยอดสะสมรวมเป็น 5,979 หัวจ่ายทั่วประเทศ
-
สถิติล่าสุด (รอบ 1 เดือนที่ผ่านมา): BYD สามารถตั้งตู้ชาร์จเพิ่มได้อีก 703 หัวจ่าย
เมื่อสรุปตัวเลขแบบเรียลไทม์ ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา เท่ากับว่า BYD เพิ่งจะทำยอดทะลุเป้าหมายการติดตั้งชาร์จเจอร์สายฟ้าฟาดไปได้เพียง 33.4% เท่านั้น นั่นหมายความว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 ค่ายจำเป็นต้องเร่งมือติดตั้งตู้ชาร์จเพิ่มอีกถึง 13,318 หัวจ่าย ซึ่งถือเป็นงานหินและท้าทายโคตรๆ เมื่อเทียบกับความเร็วในการตั้งตู้ ณ ปัจจุบัน
ไม่ได้โม้แค่ในบ้าน! ขยายแนวรบโกอินเตอร์ บุกยุโรป-เยอรมนี
ในเวลาเดียวกัน BYD ไม่ได้กบดานอยู่แค่ในจีน เพราะพวกเขามีแผนจะส่งออกตู้อัจฉริยะ Flash Charger นี้ไปนอกประเทศอีก 6,000 หัวจ่าย โดยล็อคเป้าแบ่งให้ฝั่งยุโรปเน้นๆ ถึง 3,000 หัวจ่าย
ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา BYD ได้ทำการเปิดตัวสถานีชาร์จพละกำลัง 1,500 kW แห่งแรกในประเทศเยอรมนีเรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการไปปักหมุดตูแรกในสหราชอาณาจักร (UK) เป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ตามการเปิดเผยของ He Zhiqi รองประธานกรรมการบริหารระบุว่า BYD ยังวางแผนที่จะส่งตู้ชาร์จด่วนนี้ไปติดตั้งในแถบตะวันออกกลาง (Middle Kingdom) อีก 300 หัวจ่ายภายในสิ้นปี 2026 อีกด้วย
เปิดโผทัพรถรุ่นใหม่ รองรับระบบชาร์จสายฟ้าฟาด
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่ารถ EV ทุกคันจะเดินไปเสียบปลั๊กแล้วรับไฟแรงสูงระดับนี้ได้ เพราะทางค่ายระบุชัดเจนว่า จะมีเพียงรถยนต์ BYD เจนเนอเรชันใหม่ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ Blade Battery เจนที่ 2 (Second-gen Blade Battery) เท่านั้น ถึงจะรองรับระบบซูเปอร์ชาร์จนี้ได้อย่างปลอดภัยและเต็มพิกัด
จากการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง CITIC Securities ประเมินว่า ยอดขายรายเดือนของรถยนต์กลุ่มที่รองรับระบบชาร์จไวขั้นเทพนี้ จะพุ่งทะยานขึ้นไปอยู่ที่ราวๆ 20,000 – 30,000 คันต่อเดือน และคาดว่าจะกินส่วนแบ่งถึง 30% ของยอดขายรวมประจำปีของ BYด เลยทีเดียว โดยจากข้อมูลของ China EV DataTracker ชี้ให้เห็นว่าในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา BYD สามารถสร้างยอดขายรถยนต์ทั่วโลกไปได้สูงถึง 376,990 คัน
สำหรับไลน์อัพรถยนต์รุ่นปัจจุบันของกลุ่ม BYD (รวมแบรนด์ลูก) ที่รองรับระบบสปีดชาร์จลุกเป็นไฟ Flash Charging ประกอบไปด้วยโมเดลตัวตึงระดับท็อปเหล่านี้:
-
Yangwang: U7, U8L
-
Denza: N9, Z9 GT (ทรงแวกอนตัวแรง)
-
Fang Cheng Bao: Bao 3 (Ti3), Bao 7 (Ti7)
-
BYD Dynamic Line & Ocean: Seal 07, Great Tang (ต้าถัง), Sealion 06, Song Ultra EV, Han EV และเจ้าน้องเล็กมหาชนอย่าง Yuan Plus (หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ Atto 3 นั่นเอง)
การอัดกำลังไฟระดับ 1,500 kW ถือเป็นตัวเลขที่บ้าพลังมาก เพราะแรงกว่าตู้ Supercharger ของคู่แข่งหลายค่ายในตลาดตอนนี้เกิน 3-4 เท่าตัว การที่ชาร์จ 9 นาทีแล้วได้แบตเตอรี่เกือบเต็ม 100% มันกำลังจะทำลายจุดอ่อนดั้งเดิมของรถ EV เรื่องการเสียเวลาจอดรอชาร์จลงอย่างสิ้นเชิง ยิ่งถ้าออปชันนี้ถูกอัปเกรดลงมาอยู่ในตัวขายดีในไทยอย่าง Atto 3 เจนหน้าเมื่อไหร่ล่ะก็… บอกเลยว่าค่ายอื่นมีหนาวๆ ร้อนๆ กันแน่นอน
Source: CarNewsChina













