Toyota และ Joby Aviation ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนด้านการผลิตแห่งใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาและประกอบอากาศยานพลังงานไฟฟ้าที่สามารถขึ้น-ลงในแนวดิ่งได้ (eVTOL) ซึ่งตัวรถ—หรือพูดให้ถูกคือตัวเครื่องบินรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นแท็กซี่บินได้ (Air Taxi) รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 4 ที่นั่ง

ค่ายสามห่วงยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้ ขยันอัดฉีดเม็ดเงินมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ให้กับ Joby Aviation มาตั้งแต่ปี 2020 ดังนั้น การประกาศ “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิต” ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเซอร์ไพรส์เท่าไรนัก ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ Joby Toyota Aero Manufacturing Preparation Company
ถอดรหัสแผนจับมือ: หวังใช้ระบบลีนระดับโลก ยกระดับไลน์ผลิตอากาศยาน
แม้ชื่อบริษัทจะยาวไปนิดและจำยากไปหน่อย แต่โปรเจกต์นี้จะปักหลักฐานบัญชาการอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย Toyota จะถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 51% เป้าหมายสูงสุดของดีลนี้คือการผสานความล้ำหน้าในฐานะ “ผู้บุกเบิกด้านอากาศยานไฟฟ้า” ของ Joby เข้ากับ “องค์ความรู้ระบบการผลิต (TPS) และความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงาน” ที่ทั่วโลกยอมรับของ Toyota
แม้ในแถลงการณ์จะยังไม่มีการลงลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึก แต่ระบุว่าในเฟสแรก บริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะเน้นไปที่การวางรากฐานสำหรับระบบการผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Production) โดยจะมุ่งเน้นไปที่ “ความเป็นเลิศด้านการผลิต” (Manufacturing Excellence) เน้นหนักในเรื่องการเพิ่มผลิตผล ควบคุมคุณภาพ และบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ที่สำคัญที่สุดคือ ดีลนี้จะเข้ามาอัปเกรดกำลังการผลิต (Production Capacity) ให้กับ Joby เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดเครื่องบิน eVTOL ที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นในอนาคต

วิสัยทัศน์จากเก้าอี้ประธานใหญ่
Akio Toyoda ประธานบอร์ดบริหารของ Toyota กล่าวถึงก้าวสำคัญในครั้งนี้ว่า:
“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เราขับเคลื่อนด้วยปรัชญาในการมอบอิสรภาพทางการเดินทางให้กับทุกคน (Mobility for All) เรามองว่าการเดินทางทางอากาศคือส่วนต่อขยายที่รวมเป็นเนื้อเดียวกันของปรัชญานั้น จากพื้นดินทะยานสู่ท้องฟ้า เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้กับชีวิตผู้คนและสังคม การได้ร่วมท้าทายสิ่งใหม่ไปกับ Joby ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน ถือเป็นสิ่งที่มีความหมายกับเรามาก และเราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนี้ คือก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่สังคมแห่งการเดินทางในอนาคต”
เจาะสเปกแท็กซี่บินได้สไตล์ Joby
เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ปัจจุบัน Joby กำลังมุ่งมั่นพัฒนาบริการแท็กซี่บินได้ โดยตั้งเป้าที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ (End-to-End) ที่เชื่อมต่อการเดินทางภาคพื้นดินและการเดินทางทางอากาศเข้าด้วยกันเป็นทริปเดียว ซึ่งตอนนี้มีพันธมิตรร่วมโปรเจกต์อย่าง Delta Air Lines และ Uber เรียบร้อยแล้ว
ขุมพลังและสมรรถนะ:
-
ระบบขับเคลื่อน: ใบพัด 6 ชุด (Six-Rotor) แบบปรับองศาได้ (Rotating Propellers)
-
ความจุห้องโดยสาร: รองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง และนักบิน 1 ตำแหน่ง
-
ความเร็วสูงสุด: 200 ไมล์/ชั่วโมง (ประมาณ 322 กม./ชม.)
-
ระบบพลังงาน: แบตเตอรี่แพ็กแยก 4 ชุด
-
ระบบความปลอดภัย: ติดตั้งระบบสำรองการทำงานแบบ Redundancy หลายชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกเที่ยวบิน

Source: Carscoops











