CHERY Group และ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) จัดงาน TECH DAY 2026 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7–8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต
ภายในงานมีการนำเสนอทั้งเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ และระบบจอดรถอัจฉริยะ รวมถึงแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่
TECH DAY 2026 หมุดหมายสำคัญของ CHERY Group
TECH DAY 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ CHERY Group ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก
จากเดิมที่การเติบโตขององค์กรขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ CHERY Group กำลังก้าวไปสู่การสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น
งานครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการต่อยอดรากฐานเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group เพื่อรองรับทิศทางการเดินทางแห่งอนาคตของประเทศไทย
โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับยานยนต์อัจฉริยะ ความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และสมรรถนะที่สามารถตอบโจทย์สภาพการขับขี่จริงได้ในทุกมิติ
เปิด 5 เสาหลักเทคโนโลยีของ CHERY Group
ภายในงาน CHERY Group ได้นำเสนอรากฐานเทคโนโลยีหลักขององค์กร ภายใต้ 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Mars Architecture, Kunpeng Power, Lingxi Smart Cockpit, Falcon Pilot และ Galaxy Ecosystem
เทคโนโลยีทั้ง 5 ด้านถือเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่และระบบการเดินทางอัจฉริยะ
ขณะเดียวกัน ยังมีบทบาทสำคัญในการรองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทในระยะยาว และช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต

Falcon Pilot ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน TECH DAY 2026 คือการเผยศักยภาพของ Falcon Pilot Intelligent Driving System
ระบบดังกล่าวครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Intelligent Assisted Driving และ Intelligent Parking เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน
นอกจากนี้ CHERY Group ยังได้นำเสนอ SIVP หรือ Super Intelligent Valet Parking เทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถในเมือง
เป้าหมายของเทคโนโลยีนี้คือการช่วยเปลี่ยนขั้นตอนการจอดรถให้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
SIVP ช่วยให้การจอดรถในเมืองง่ายขึ้น
ระบบ SIVP สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมโดยรอบ วางแผนเส้นทางการจอด และควบคุมการทำงานของรถยนต์ในขั้นตอนสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยว การเร่ง การเบรก หรือการนำรถเข้าจอดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ระบบสามารถบริหารจัดการขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการจอดรถ
เทคโนโลยีนี้เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดและมีสภาพแวดล้อมซับซ้อน เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล และโครงการมิกซ์ยูส
สถานที่เหล่านี้มักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ขนาดช่องจอด รวมถึงสภาพการจราจรที่หนาแน่น จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ระบบจอดรถอัจฉริยะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ปลอดภัยและนุ่มนวล
ควบคู่กับระบบจอดรถอัจฉริยะ CHERY Group ยังได้ถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะในอนาคต
การพัฒนาดังกล่าวให้ความสำคัญกับความสามารถในการรับรู้สภาพแวดล้อม การตัดสินใจอย่างแม่นยำ ความปลอดภัย และการควบคุมรถยนต์อย่างนุ่มนวล
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อ และไร้รอยต่อในทุกมิติให้กับผู้ใช้งาน
เตรียมเปิดตัวรถรุ่นแรกที่มาพร้อม SIVP ในไทย
ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ CHERY Group สำหรับการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาทดสอบและใช้งานจริง
ผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ SIVP มีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เริ่มทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีดังกล่าวในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานครแล้ว
การทดสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน สภาพแวดล้อม และรูปแบบการเดินทางของผู้บริโภคชาวไทย
แนวทางดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำแนวคิด “Global Technology, Local Validation” ซึ่ง CHERY Group ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
Kunpeng Power รองรับพลังงานหลากหลายรูปแบบ
สำหรับนวัตกรรมด้านพลังงานใหม่ CHERY Group ได้นำเสนอ Kunpeng Power เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนหลักขององค์กร
เทคโนโลยีนี้รองรับทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง Super PHEV, Super REEV และ Super HEV
จุดประสงค์คือการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเดินทางระยะไกล
JAECOO 6T REEV ผสานการขับขี่แบบรถไฟฟ้ากับการเดินทางไกล
อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงานคือการนำเสนอ JAECOO 6T REEV ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานใหม่จาก CHERY Group
รถรุ่นนี้ผสานประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล
ระบบ Range Extended Electric Vehicle หรือ REEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแหล่งขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการทำงานของแบตเตอรี่และมอเตอร์
รูปแบบการทำงานดังกล่าวช่วยลดความกังวลด้านระยะทางการเดินทาง หรือ Range Anxiety
พร้อมกันนี้ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และตอบสนองได้อย่างฉับไวในแบบรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
CHERY Group เดินหน้าสร้างระบบนิเวศพลังงานใหม่ในไทย
นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านยานยนต์ CHERY Group ยังได้เผยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ในประเทศไทย
แผนดังกล่าวครอบคลุมการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งรถยนต์ BEV, PHEV, REEV และรถกระบะพลังงานใหม่ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารจัดการพลังงาน แผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมพลังงานสะอาด และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
ประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดสำคัญของ CHERY Group
นายเซดริก ชุย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group และงาน TECH DAY 2026 ในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นดังกล่าว
การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในตลาดแรกสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมระบบ SIVP ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นั้น เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อศักยภาพของตลาดไทย
รวมถึงความพร้อมของผู้บริโภคไทยในการเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สิ่งที่เรานำเสนอในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเผยโฉมเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้าน Intelligent Mobility อย่างครบวงจร
วิสัยทัศน์ดังกล่าวต่อยอดจากรากฐานเทคโนโลยีระดับโลก ผสานเข้ากับการพัฒนาและทดสอบภายใต้บริบทการใช้งานจริงของประเทศไทย
เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมที่เราส่งมอบสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิต การเดินทาง และความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง
เป้าหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานใหม่ ไปจนถึงระบบนิเวศแห่งการเดินทางในอนาคต
เพื่อมอบความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และคุณค่าที่มากกว่าการเดินทาง ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนอนาคตของ Intelligent Mobility ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”











