GWM Haval H10 เอสยูวี PHEV ทรงกล่องไซซ์ยักษ์ ขายจีน เริ่ม 1.7 ลบ.

GWM Haval H10 เอสยูวีขนาดใหญ่ ดีไซน์ทรงกล่องทรงพลัง มาพร้อมทีเด็ดระบบปลั๊กอินไฮบริดที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดถึง 180 กิโลเมตร โดยโมเดลนี้จะมีให้เลือกทั้งห้องโดยสารแบบ 5 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง และจะใช้ชื่อ “GWM Haval H10” ลุยตลาดเหมือนกันทั้งหมดไม่ว่าจะขายในจีนหรือส่งออกไปตลาดโลก

GWM Haval H10

สำหรับงานดีไซน์ภายนอกของ H10 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ฟางติ่ง” (Fangding) หรือกระถางสำริดสี่เหลี่ยมโบราณของจีน ส่งผลให้ภาพรวมของตัวรถดูดุดัน บึกบึน และเป็นทรงเหลี่ยมชัดเจน ด้านหน้าติดตั้งชุดไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเข้าคู่กับกระจังหน้าแบบกึ่งปิด (Semi-enclosed Grille) พร้อมติดตั้งโมดูล LiDAR ทรงหอคอยบนหลังคาและราวหลังคา ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมเอกลักษณ์สายลุยด้วยที่เก็บยางอะไหล่แบบติดตั้งภายนอก และประตูท้ายแบบเปิดออกด้านข้าง

GWM Haval H10

ขุมพลังของตัวรถเป็นระบบ Plug-in Hybrid 1.5T (ทำงานร่วมกับระบบไฮบริด Hi4 ของ GWM) ให้พละกำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ที่ 123 กิโลวัตต์ (ประมาณ 165 แรงม้า ยังไม่รวมพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า) รองรับสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 800 โวลต์ จับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.8 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 176 – 180 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันล้ำๆ อย่าง Crab-Walk Mode (โหมดเดินปู) มาให้เซอไพรส์อีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นรถทรงกล่องสายลุย แต่ H10 เลือกใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Unibody (โมโนค็อก) บนแพลตฟอร์ม Global One แตกต่างจากคู่แข่งในระดับเดียวกันส่วนใหญ่ที่มักจะใช้แชสซีส์แบบ Body-on-frame (เฟรมแชสซีส์แยก) ซึ่งการเลือกใช้โครงสร้างนี้ก็เพื่อเน้นความนุ่มนวลและนั่งสบายสำหรับการขับขี่ในเมือง ตอบโจทย์รถยนต์สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว

GWM Haval H10

ในส่วนของมิติตัวถัง รุ่น 5 ที่นั่ง

  • ความยาว 5,138 มม.
  • กว้าง 2,050 มม.
  • สูง 1,970 มม.
  • ระยะฐานล้อที่ 3,000 มม.

ส่วนรุ่น 6 ที่นั่ง จะถูกขยายความยาวตัวถังเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 5,299 มม. โดยที่ระยะฐานล้อยังคงเท่าเดิม

ระบบขับขี่อัจฉริยะจัดเต็มด้วย Coffee Pilot 3 ซึ่งติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR มาให้เป็นมาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น พร้อมรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติ NOA (Navigation-assisted Driving)

ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์ม Global One ถือเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในการดัน GWM สู่ตลาดพรีเมียม โดยมี Wey V9X เอสยูวีเรือธงของแบรนด์หรูอย่าง Wey เป็นรถรุ่นแรกที่ผลิตบนแพลตฟอร์มเวอร์ชัน Global One S ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยราคาเริ่มต้น 349,800 หยวน (หรือประมาณ 1,717,500 บาท)

ด้านยอดขายของแบรนด์ Wey ในเดือนพฤษภาคม เติบโตขึ้นถึง 31.78% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยทำตัวเลขไปได้ 8,119 คัน และถ้านับยอดสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ยอดขายของ Wey พุ่งทะยานขึ้นถึง 53.61% เลยทีเดียว

ในทางกลับกัน ภาพรวมยอดขายทั้งหมดของ GWM กลับต้องเผชิญกับความกดดันเล็กน้อย โดยยอดขายรวมทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมลดลง 1.79% อยู่ที่ 100,399 คัน อย่างไรก็ตาม ตลาดต่างประเทศ (ส่งออก) ยังคงแข็งแกร่งมาก โดยยอดขายในตลาดนอกประเทศจีนเติบโตพุ่งสูงถึง 46.77% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

Source: cnevpost

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts