สงครามซูเปอร์ไบค์จีนระอุ! QJMotor ยื่นสิทธิบัตรวิงเล็ตขยับอิสระ

QJMotor ยื่นสิทธิบัตรซูเปอร์ไบค์วิงเล็ตขยับอิสระซ้าย-ขวา ใช้ข้อมูลจาก IMU 6 แกน เพิ่มแรงกด คุมการยกล้อ ช่วยเบรก และเพิ่มเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ท้าชน CFMoto V4 SR-RR

สงครามเทคโนโลยีซูเปอร์ไบค์จีนกำลังร้อนขึ้น เมื่อ QJMotor ยื่นสิทธิบัตรระบบวิงเล็ตขยับได้สำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูง โดยปีกด้านซ้ายและขวาสามารถปรับองศาแยกจากกัน พร้อมใช้ข้อมูลจาก IMU 6 แกนเพื่อควบคุมการทำงานแบบเรียลไทม์

แนวคิดนี้ชวนให้นึกถึง CFMoto V4 SR-RR ซูเปอร์ไบค์ต้นแบบเครื่องยนต์ V4 ที่เคยเผยโฉมพร้อมระบบแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟ ซึ่งใช้วิงเล็ตขนาดใหญ่ปรับตำแหน่งได้อิสระเช่นกัน

จากเดิมที่วิงเล็ตบนรถสปอร์ตมีหน้าที่สร้างแรงกดและช่วยให้ล้อหน้าติดพื้นมากขึ้น การพัฒนาในขั้นต่อไปกำลังมุ่งไปสู่ปีกที่สามารถเปลี่ยนองศาตามสถานการณ์ ทั้งการเร่ง เบรก เข้าโค้ง และการยกล้อ

QJMotor วิงเล็ตขยับได้

สิทธิบัตร QJMotor เผยอะไรบ้าง

เอกสารสิทธิบัตรแสดงภาพมุมมองด้านบนของส่วนหน้าซูเปอร์ไบค์ พร้อมวิงเล็ตขนาดใหญ่ทรงกวาดไปทางด้านหลัง โดยไม่ได้เปิดเผยรูปร่างของรถทั้งคัน

QJMotor อธิบายเทคโนโลยีนี้ว่าเป็นระบบและวิธีควบคุมปีกสำหรับรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะตรวจสอบสภาพการขับขี่ก่อนปรับตำแหน่งของวิงเล็ตให้เหมาะสม

จุดสำคัญคือวิงเล็ตด้านซ้ายและขวาสามารถทำงานแยกจากกัน หมายความว่าปีกแต่ละข้างไม่จำเป็นต้องอยู่ในองศาเดียวกันตลอดเวลา

แนวคิดดังกล่าวทำให้ระบบสามารถนำไปใช้ได้มากกว่าการเพิ่มแรงกดบนทางตรง และเป็นเหตุผลที่ทำให้สิทธิบัตรของ QJMotor ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ CFMoto V4 SR-RR โดยตรง

วิงเล็ตขยับอิสระซ้าย-ขวาทำงานอย่างไร

ระบบวิงเล็ตของ QJMotor สามารถปรับองศาด้านซ้ายและขวาแยกกัน คล้ายหลักการทำงานของปีกควบคุมบนเครื่องบิน

วิงเล็ตแบบติดตั้งตายตัวที่พบในรถสปอร์ตปัจจุบันมีประโยชน์หลักบนทางตรง เช่น เพิ่มแรงกดบริเวณด้านหน้า ลดแนวโน้มการยกล้อขณะเร่ง และช่วยเพิ่มเสถียรภาพเมื่อใช้ความเร็วสูง

แต่เมื่อปีกสามารถขยับแยกกันได้ ระบบแอโรไดนามิกจะมีบทบาทในโค้งมากขึ้น เช่น เพิ่มแรงกดเฉพาะด้าน หรือช่วยควบคุมการเคลื่อนตัวของรถตามองศาเอียงและอัตราการพลิกตัว

นั่นหมายความว่าอากาศไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อกดด้านหน้าของรถลงเท่านั้น แต่สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใช้ช่วยควบคุมพฤติกรรมของตัวรถได้

QJMotor วิงเล็ตขยับได้

IMU 6 แกนคือหัวใจของระบบ

ข้อมูลหลักสำหรับควบคุมวิงเล็ตมาจาก IMU 6 แกน หรือ Inertial Measurement Unit ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันแพร่หลายในรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงยุคใหม่

IMU สามารถตรวจจับข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ เช่น

  • การเร่งและการชะลอความเร็ว
  • องศาการก้มและเงยของรถ
  • การเอียงซ้ายและขวา
  • การหมุนตัวของรถ

ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้อยู่แล้วกับระบบ Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ทำงานตามองศาเอียง

เมื่อรวมข้อมูลจาก IMU เข้ากับความเร็ว ตำแหน่งคันเร่ง และแรงดันเบรก คอมพิวเตอร์จะมีข้อมูลเพียงพอสำหรับสั่งปรับองศาของวิงเล็ตตามสถานการณ์

ระบบตอบสนองอย่างไรเมื่อเบรกหนักหรือเกิดการยกล้อ

หนึ่งในจุดเด่นของสิทธิบัตรคือการทำให้วิงเล็ตมีบทบาทหลายรูปแบบ

เมื่อระบบตรวจพบการเบรกฉุกเฉิน ปีกสามารถปรับองศาเพื่อเพิ่มแรงกดด้านหน้า พร้อมสร้างแรงต้านอากาศเพิ่มเติมในลักษณะคล้ายแอร์เบรก

หากตรวจพบว่าล้อหน้ากำลังยก ระบบจะเปลี่ยนองศาของวิงเล็ตเพื่อเพิ่มแรงกด ช่วยพยายามกดส่วนหน้าของรถกลับลงมา

ส่วนขณะเข้าโค้ง วิงเล็ตซ้ายและขวาจะทำงานแยกกันตามองศาเอียงและอัตราการพลิกตัวของรถ

เอกสารสิทธิบัตรยังแสดงกระบวนการที่คอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลและตอบสนองอย่างต่อเนื่องในระดับหลายร้อยถึงหนึ่งพันครั้งต่อวินาที

QJMotor วิงเล็ตขยับได้
CFMoto V4 SR-RR

QJMotor กำลังไล่ตาม CFMoto V4 SR-RR

ในแง่ของรถต้นแบบ CFMoto ถือว่าก้าวนำหน้า เพราะ V4 SR-RR เคยถูกนำมาโชว์พร้อมระบบแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟที่สามารถใช้งานจริงบนรถต้นแบบ

CFMoto V4 SR-RR ใช้เครื่องยนต์ V4 ขนาด 997 ซีซี มีกำลังมากกว่า 207 แรงม้า หรือประมาณ 152 กิโลวัตต์ และถูกระบุว่ามีเป้าหมายทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 300 กม./ชม.

ระบบวิงเล็ตของรถต้นแบบสามารถปรับตามความเร็วและสถานการณ์การขับขี่แบบเรียลไทม์ โดยมีเป้าหมายทั้งเพิ่มเสถียรภาพ ลดแรงต้านอากาศ และควบคุมแรงยกด้านหน้า

หลักการทำงานที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ระบุว่า ช่วงออกตัววิงเล็ตจะอยู่ในมุมตื้นกว่า 10 องศาเพื่อลดแรงต้าน เมื่อใช้ความเร็วสูงจะเพิ่มมุมเป็นประมาณ 10-20 องศาเพื่อลดแรงยกด้านหน้า และขณะเบรกสามารถปรับได้ถึงประมาณ 45-90 องศาเพื่อเพิ่มแรงกดและแรงต้านอากาศ

QJMotor วิงเล็ตขยับได้

SRK1051RR อาจเป็นซูเปอร์ไบค์ที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้

QJMotor เคยเป็นหนึ่งในแบรนด์จีนรายแรกที่เปิดตัวแนวคิดซูเปอร์ไบค์ระดับลิตรในชื่อ SRK1000RR ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ SRK1051RR

รถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่มีต้นกำเนิดจาก MV Agusta หลังจาก QJMotor ได้สิทธิ์ในการผลิตเครื่องยนต์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม SRK1051RR ยังไม่ได้เข้าสู่สายการผลิต และภาพที่เคยเปิดเผยก่อนหน้านี้ยังไม่มีอุปกรณ์แอโรไดนามิกแบบเดียวกับที่ปรากฏในสิทธิบัตร

จึงยังไม่มีการยืนยันว่าระบบ QJMotor วิงเล็ตขยับได้จะถูกนำไปใช้กับ SRK1051RR โดยตรง หรือจะเปิดตัวพร้อมซูเปอร์ไบค์รุ่นใหม่ในอนาคต

ไลน์อัป 4 สูบของ QJMotor กำลังขยายตัว

นอกจากแผนพัฒนาซูเปอร์ไบค์ระดับลิตร QJMotor ยังเดินหน้าขยายรถสปอร์ตเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสามรุ่นสำคัญ ได้แก่ SRK 800, SRK 800RR และ SRK 921

QJMotor SRK 800

SRK 800 เป็นรถเน็กเก็ตไบค์ที่เน้นการใช้งานหลากหลาย ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 778 ซีซี ให้กำลัง 95.2 แรงม้า หรือ 70 กิโลวัตต์ และแรงบิด 75 นิวตันเมตร

QJMotor SRK 800RR

SRK 800RR ขยับเข้าใกล้รถสายซูเปอร์สปอร์ตมากขึ้น ทั้งแฟริ่งที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์และวิงเล็ตด้านหน้า

รถใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงพื้นฐานเดียวกับ SRK 800 พร้อมเฟรมอะลูมิเนียมโมโนค็อก ระบบ IMU 6 แกน และ Cornering ABS โดย QJMotor ระบุว่าสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3 วินาที

QJMotor SRK 921

SRK 921 เป็นสตรีทไฟเตอร์ระดับบน ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 921 ซีซี กำลัง 129.3 แรงม้า หรือ 95 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิด 93 นิวตันเมตร

รุ่นนี้ถือเป็นรถเน็กเก็ตที่ทรงพลังที่สุดของ QJMotor ในปัจจุบัน และได้รับการออกแบบโดย Adrian Morton จากสตูดิโอ C-Creative ซึ่งมีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับ MV Agusta

QJMotor วิงเล็ตขยับได้

ค่ายญี่ปุ่นและยุโรปยังไม่รีบลงสนาม

แม้สองแบรนด์จีนอย่าง QJMotor และ CFMoto จะเดินหน้าพัฒนาแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟอย่างจริงจัง แต่ผู้ผลิตรายใหญ่จากญี่ปุ่นและยุโรปยังไม่มีรถโปรดักชันที่ใช้แนวคิดใกล้เคียงกันออกสู่ตลาด

Bimota KB998 Rimini เป็นหนึ่งในรถโปรดักชันที่ใช้ปีกขยับได้ แต่ระบบยังทำงานในขอบเขตจำกัดกว่า โดยปรับองศาปีกเพื่อเพิ่มแรงกดในบางสถานการณ์และลดแรงต้านเมื่อใช้ความเร็วสูง

ด้าน BMW ก็เคยมีแนวทางการพัฒนาวิงเล็ตขยับได้ผ่านเอกสารสิทธิบัตรเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์จีนไม่ได้มุ่งแข่งขันกันเฉพาะเรื่องแรงม้าอีกต่อไป แต่กำลังเปิดศึกด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แอโรไดนามิก และเทคโนโลยีควบคุมตัวรถ ซึ่งอาจกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของตลาดซูเปอร์ไบค์ในอนาคต

สรุป

สิทธิบัตร QJMotor วิงเล็ตขยับได้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จีนกำลังก้าวไปอีกระดับ

ระบบที่สามารถควบคุมวิงเล็ตซ้ายและขวาแยกจากกัน โดยใช้ข้อมูลจาก IMU 6 แกน มีศักยภาพช่วยเพิ่มแรงกดขณะเบรก ลดการยกล้อ เพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง และมีบทบาทในการเข้าโค้ง

แม้ระบบนี้ยังอยู่ในขั้นสิทธิบัตร และยังไม่มีการยืนยันว่าจะติดตั้งในรถรุ่นใด แต่การขยับของ QJMotor แสดงให้เห็นชัดเจนว่า CFMoto V4 SR-RR ไม่ได้เป็นผู้เล่นจีนรายเดียวที่กำลังผลักดันแอโรไดนามิกแบบแอ็กทีฟเข้าสู่โลกของซูเปอร์ไบค์


ติดตามข่าวสารยานยนต์ : car2day.com
Page Facebook : Car2Day
Youtube : youtube.com/@Car2day

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts