โปรเจกต์ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังมีกระแสว่ากลุ่มซี.พี. เตรียมถอนตัวจากโครงการ ล่าสุด บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ออกมาแถลงยืนยันว่า การยื่นหนังสือถึง รฟท. เป็นแค่การใช้สิทธิ์ตามสัญญาร่วมลงทุน เพื่อรักษาสิทธิของคู่สัญญา ไม่ใช่การถอนตัวหรือยกเลิกโครงการในทันที

CP แถลงยังไม่ถอนตัวจากโครงการ
บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ชี้แจงกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน หลังมีกระแสข่าวถอนตัวจากโครงการโดยระบุว่า หนังสือที่ยื่นถึง รฟท. ไม่ได้หมายความว่าตัดสินใจถอนตัวจากโครงการ หรือยกเลิกสัญญาในทันที โดยการพิจารณาเรื่องต่างๆ ยังอยู่ในกระบวนการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ หลังจากลงนามสัญญาร่วมลงทุน ทั้งสองฝ่ายพบว่ามีข้อจำกัดหลายอย่างที่ส่งผลต่อการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะปัญหาลำรางสาธารณะในพื้นที่มักกะสัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ของโครงการ ทำให้ที่ผ่านมา คู่สัญญาต้องหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางให้โครงการเดินหน้าต่อได้
นอกจากนี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน รวมถึงเงื่อนไขของโครงการ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การแก้ไขสัญญาต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ยืนยันการใช้สิทธิตามสัญญา ไม่ใช่ถอนตัว
สำหรับประเด็นเรื่องบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) บริษัทชี้แจงว่า โครงการได้รับการอนุมัติหลักการจาก BOI ตั้งแต่ปี 2565 และที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก BOI มาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม บัตรส่งเสริมการลงทุนได้หมดอายุลงในปี 2567 และการยื่นขอใหม่จำเป็นต้องอาศัยรายละเอียดของโครงการที่มีความชัดเจน ซึ่งปัจจุบันยังมีบางประเด็นอยู่ระหว่างการพิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน จึงส่งผลต่อการดำเนินการในขั้นตอนนี้
พร้อมย้ำว่า ไม่ควรตีความว่าการดำเนินการที่ล่าช้าเกิดจาก BOI ไม่ให้การสนับสนุน หรือไม่เห็นชอบกับโครงการ
ส่วนการใช้สิทธิตามสัญญาครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่คู่สัญญาสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบสัญญาร่วมลงทุน และการพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรตีความแบบอัตโนมัติว่าเป็นการผิดสัญญา ละทิ้งงาน หรือเป็นความรับผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
โดย นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการดำเนินโครงการ โดยยึดเงื่อนไขของสัญญา กฎหมาย และประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ รฟท. เปิด 2 แนวทางรองรับโครงการ
ก่อนที่บริษัทจะออกแถลงการณ์ชี้แจง รฟท. ได้เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการ พร้อมสรุปแนวทางดำเนินงาน
โดย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รฟท. และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ได้รายงานความคืบหน้าต่อคณะกรรมการ รฟท. พร้อมสรุปแนวทางดำเนินโครงการไว้ 2 ทางเลือก ได้แก่
1. เดินหน้าแก้ไขสัญญา
ซึ่ง รฟท. ให้ความสำคัญกับแนวทางนี้มากที่สุด โดยจะเป็นการเดินหน้าแก้ไขสัญญาตามมติของ กพอ. และคณะรัฐมนตรี
ซึ่งปัจจุบันร่างสัญญาฉบับแก้ไขผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว และเอกชนได้ยอมรับข้อสังเกตของอัยการทั้ง 18 ประเด็นครบทั้งหมด
ขั้นตอนต่อไป คือการเสนอเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของ กพอ. และคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติร่างสัญญาฉบับแก้ไข
หากได้รับความเห็นชอบ โครงการจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่
2. หากไปต่อไม่ได้ จะเข้าสู่กระบวนการสิ้นสุดสัญญา
หากการแก้ไขสัญญาไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นการไม่สามารถขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี หรือไม่ได้รับความเห็นชอบ รฟท. จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการสิ้นสุดสัญญาตามขั้นตอน

จุดเริ่มต้นของการใช้สิทธิตามสัญญา
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ในกลุ่มซี.พี. ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 224,544 ล้านบาท ได้ยื่นหนังสือถึง รฟท. เพื่อใช้สิทธิ์ตามข้อ 6.2 ของสัญญาร่วมลงทุน
โดยตอนนั้นบริษัทให้เหตุผลว่า ยังไม่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ครบตามเงื่อนไข ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการด้านการเงิน และยังไม่สามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) ได้
ซึ่งหากยังไม่ได้รับ BOI ก็จะกระทบต่อการจัดหาเงินกู้จากสถาบันการเงิน บริษัทจึงเสนอให้มีการแก้ไขสัญญาก่อน แต่เมื่อไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด จึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ตามข้อ 6.2 ของสัญญา
ตามสัญญาร่วมลงทุน การสิ้นสุดสัญญาแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่
- สิ้นสุดเมื่อครบอายุสัมปทาน 50 ปี
- เลิกสัญญาในช่วงก่อนออก NTP ตามข้อ 6.2
- บอกเลิกสัญญาจากเหตุอื่น เช่น รฟท. ผิดสัญญา เอกชนผิดสัญญา เหตุสุดวิสัย เหตุผ่อนผัน หรือรัฐบาลใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
การใช้สิทธิ์ครั้งนี้ เป็นสิทธิ์ที่สัญญากำหนดไว้สำหรับช่วงก่อนการออก NTP หากไม่สามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงานได้ เพราะปัญหาการส่งมอบพื้นที่ หรือเอกชนไม่ได้รับ BOI ภายในระยะเวลาที่กำหนด คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม นายอนันต์ ย้ำว่า รฟท. ยังมองว่าการเดินหน้าแก้ไขสัญญาเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยลดขั้นตอนทางกฎหมาย และทำให้โครงการเดินหน้าต่อได้ทันที แต่หากเอกชนยังยืนยันใช้สิทธิตามสัญญา รฟท. ก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอน โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และความต่อเนื่องของโครงการเป็นหลัก
ทั้งนี้ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยืนยันว่า การยื่นหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นเพียงการใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุน เพื่อรักษาสิทธิของคู่สัญญา ไม่ใช่การถอนตัวหรือยกเลิกโครงการในทันที โดยทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมย้ำว่ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าโครงการ และเชื่อว่าความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยหาทางออกที่เหมาะสม เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้และเกิดประโยชน์ต่อประเทศ โดยจะยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการดำเนินงานทุกขั้นตอน
ข้อมูลจาก : thairath.co.th, BTimes
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com










