กระทรวงคมนาคมประกาศแผนการทำงานตั้งแต่ปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573 ครอบคลุมทั้งถนน ทางด่วน รถไฟ รถไฟฟ้า ท่าเรือ และสนามบิน พร้อมชูมาตรการที่สามารถสัมผัสได้จริง เตรียมเปิด M6 – M82 วิ่งฟรีปลายปี 69 เดินหน้าค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาท รวมถึงการผลักดันเมกะโปรเจกต์มูลค่าหลายแสนล้านบาท เพื่อยกระดับระบบคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
วางแผนคมนาคม เดินหน้าครบ 5 มิติ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” ปี 2569 และปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทยในระยะต่อไป
ซึ่งการพัฒนาจะครอบคลุมระบบคมนาคมทั้ง 5 มิติ ทั้งทางถนน ทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ
โดยจะเร่งผลักดันโครงการสำคัญให้เกิดขึ้นจริงและรวดเร็ว พร้อมกำหนดกรอบการทำงานร่วมกัน 4 ด้าน คือ
- ลดค่าครองชีพประชาชน
- กระตุ้นเศรษฐกิจ
- ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
- วางรากฐานระบบคมนาคมสำหรับอนาคต
เพื่อให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และผลักดันโครงการต่างๆ ให้สำเร็จตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมกำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 ทั้งโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่ รวมทั้งหมด 262 โครงการ วงเงินลงทุน 229,769 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังวางแผนพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี 2571 – 2573 อีก 51 โครงการ ใช้งบลงทุนประมาณ 593,409 ล้านบาท
ปี 2569 เตรียมมีของขวัญให้ประชาชนได้ใช้จริง
จากรายงานของกระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการที่จะเกิดขึ้น ในปี 2569 ประกอบด้วย
1. มอเตอร์เวย์ M6
- เปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา
- ระยะทาง 196 กิโลเมตร ทั้งขาไปและขากลับ (2 ทิศทาง)
- โดยจะเปิดใช้ฟรีช่วง ปลายปี 2569 จนถึงเดือนเมษายน 2570
2. มอเตอร์เวย์ M82
- เปิดให้ใช้บริการฟรี มอเตอร์เวย์ M82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว
- ระยะทาง 24.7 กิโลเมตร
- เริ่มเปิดช่วง ปลายเดือนสิงหาคม 2569 และจะให้ใช้ฟรีต่อเนื่องประมาณ 2 ปี (จนถึงช่วงปลายปี 2571)
แม้จะล่าช้ากว่ากำหนดจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แต่คาดว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งเตรียมความพร้อม เพื่อเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569
3.ทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนตะวันตก
- เตรียมเปิดใช้ทางพิเศษสาย พระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก
- ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร
- ช่วงปลายปี 2569 จะเปิดใช้งานส่วนที่อยู่บนถนนพระราม 2 ตั้งแต่ แยกต่างระดับบางขุนเทียน – โรงพยาบาลบางปะกอก ก่อน
- ช่วงต้นปี 2570 ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2570 (มกราคม – มีนาคม 2570) จะเปิดใช้งานในส่วนของสัญญาที่ 3 ตั้งแต่ โรงพยาบาลบางปะกอก 9 – ด่านดาวคะนอง ซึ่งเป็นช่วงที่เคยเกิดอุบัติเหตุในช่วงก่อนหน้านี้
4. รถไฟฟ้า 17 – 45 บาท เริ่ม 1 มกราคม 2570
กระทรวงคมนาคมเตรียมนำมาตรการ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย มาใช้กับรถไฟฟ้าทั้ง 8 สาย ประกอบด้วย
- สายสีเขียว
- สายสีน้ำเงิน
- สายสีชมพู
- สายสีเหลือง
- สายสีทอง
- สายสีม่วง
- สายสีแดง
- แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
ทั้งนี้ มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีแดง และสายสีม่วง จะยังใช้ได้ตามปกติ
ระบบหลังบ้านใช้ Krungthai รองรับ EMV
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังเบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะมอบหมายให้ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้พัฒนาระบบหลังบ้าน เนื่องจากมีความพร้อมรองรับระบบชำระเงินแบบ EMV
ซึ่งตอนนี้รถไฟฟ้าหลายสายมีความพร้อมในการรองรับระบบนี้แล้ว เหลือแค่สายสีเขียว และสายสีทอง เท่านั้น ที่ยังต้องปรับเปลี่ยนระบบให้รองรับ EMV ได้
นอกจากนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะมีการหารือเพิ่มเติมกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการแบ่งผลประโยชน์ให้กับกระทรวงคมนาคม หากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากมาตรการใหม่นี้
ส่วนวงเงินชดเชย รวมถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้สนับสนุนโครงการ ตอนนี้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) อยู่ระหว่างการพิจารณา
ทั้งนี้ ยังมีแผนขยายระบบ ตั๋วร่วม ไปใช้กับ รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสาร โดยตั้งเป้าเริ่มใช้งานช่วง กลางปี 2570 ส่วนอัตราค่าโดยสารร่วมระหว่างรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน
เตรียมเสนอ ครม. ลุยเมกะโปรเจกต์งบแสนล้านบาท
นายพิพัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายในปี 2569 หรือไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี 2570 กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการขนาดใหญ่ รวมวงเงินกว่า 5.4 แสนล้านบาท ประกอบด้วย
1. มอเตอร์เวย์ M8 เฟส 1
สายนครปฐม – ชะอำ ช่วงนครปฐม – ตลาดจินดา – ปากท่อ
- ระยะทาง 61 กิโลเมตร
- วงเงิน 61,000 ล้านบาท
2. โครงข่ายบางปะอิน เชื่อม M6 และ M9
- วงเงินประมาณ 7,900 ล้านบาท
3. ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ด้านตะวันออก
ช่วง ทล.4 – ทล.43
- ระยะทาง 24.15 กิโลเมตร
- วงเงิน 17,000 ล้านบาท
4. ถนนวงแหวนกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก
ช่วง ทล.305 – ทล.304
- ระยะทาง 31 กิโลเมตร
- วงเงิน 38,000 ล้านบาท
5. ทางด่วนภูเก็ต เฟส 1
ช่วงกะทู้ – ป่าตอง
- ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร
- วงเงิน 16,000 ล้านบาท
6. ทางด่วนฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก (N2 เดิม)
- ระยะทาง 6.67 กิโลเมตร
- วงเงิน 14,000 ล้านบาท
7. ทางด่วนยกระดับชั้นที่ 2
ช่วงงามวงศ์วาน – พระราม 9
- ระยะทาง 17 กิโลเมตร
- วงเงิน 34,000 ล้านบาท
8. ทางด่วนศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- ระยะทาง 15.8 กิโลเมตร
- วงเงิน 20,000 ล้านบาท
9. ทางด่วนภูเก็ต เฟส 2
ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้
- ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร
- วงเงิน 46,000 ล้านบาท
10. รถไฟทางคู่ เฟส 2 ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี
- ระยะทาง 168 กิโลเมตร
- วงเงิน 30,422 ล้านบาท
11. รถไฟทางคู่ เฟส 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา
- ระยะทาง 321 กิโลเมตร
- วงเงิน 66,270 ล้านบาท
12. รถไฟทางคู่ เฟส 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์
- ระยะทาง 45 กิโลเมตร
- วงเงิน 7,772 ล้านบาท
13. ท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ เกาะสมุย
- วงเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท
14. ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก สนามบินสุวรรณภูมิ (East Expansion)
- วงเงิน 13,000 ล้านบาท
15. พัฒนาสนามบินดอนเมือง เฟส 3
- วงเงิน 69,000 ล้านบาท
16. พัฒนาสนามบินเชียงใหม่ เฟส 1
- วงเงิน 36,000 ล้านบาท
17. พัฒนาสนามบินภูเก็ต เฟส 2
- วงเงิน 16,000 ล้านบาท
18. แผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)
- วงเงิน 179 ล้านบาท
19. รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล
ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม)
- ระยะทาง 22.10 กิโลเมตร
- วงเงินกว่า 40,000 ล้านบาท
เชื่อว่าหลายโครงการที่กระทรวงคมนาคมระบุไว้ในแผน เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยมานาน และยิ่งถ้าสามารถเดินหน้าได้ตามกำหนดที่วางไว้ คงก็จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของไทยครั้งใหญ่ แต่สุดท้ายการดำเนินการจะทำได้ครบตามแผนที่วางไว้ไหม ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไป
ข้อมูลจาก : dailynews.co.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













