ตอนนี้การแข่งขันในวงการยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่เริ่มขยายอิทธิพลออกนอกประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือ BYD ที่วันนี้ไม่ได้แค่ต้องเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานใหม่เท่านั้น แต่ยังประกาศเป้าหมายใหญ่ในการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของโลก ตั้งเป้าแซงหน้า Toyota ภายใน 5 ปี แม้ว่าจะไม่มีตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นแรงหนุนก็ตาม
BYD ตั้งเป้าแซงหน้า Toyota ขึ้นเบอร์ 1 โลก
Stella Li รองประธานบริหารของ BYD เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อว่าจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกได้ภายในเวลา 5 ปี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นการประกาศไว้ไม่นานหลังจาก BYD สร้างสถิติใหม่ ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) สะสมครบ 17 ล้านคัน ทั่วโลก ตอกย้ำว่าบริษัทมีการเร่งกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ย้อนดูตัวเลขการเติบโตของ BYD
- เดือนพฤษภาคม 2021 ผลิตรถยนต์ NEV สะสมครบ 1 ล้านคัน
- เดือนพฤศจิกายน 2024 ยอดผลิตสะสมพุ่งแตะ 10 ล้านคัน
- ล่าสุดใช้เวลาเพียง 6 เดือน ในการเพิ่มยอดผลิตจาก 15 ล้านคัน เป็น 17 ล้านคัน
ยอดขายในจีนชะลอ แต่ต่างประเทศยังโต
ข้อมูลจาก China EV DataTracker ระบุว่า หลังจากยอดขายรถยนต์นั่งของ BYD ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนต่อเนื่องนาน 8 เดือน ล่าสุดบริษัทสามารถกลับมาประคองยอดขายได้ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยหันมาให้ความสำคัญกับการขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น
ยอดขายช่วงครึ่งปีแรกของ BYD ประจำปี 2026
- ยอดขายทั่วโลก 1,777,321 คัน ลดลง 16.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ยอดขายในประเทศจีน 795,169 คัน ลดลง 45.9%
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยอดขายในตลาดต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และอาจชดเชยยอดขายในประเทศจีนที่ลดลงได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ได้
ไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐฯ ก็ไปถึงเป้าหมายได้
Stella Li ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่า เป้าหมายของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดของโลก จะเกิดจากการเติบโตของบริษัท ไม่ใช่การเร่งขยายธุรกิจด้วยวิธีอื่น
โดยยืนยันว่า BYD ไม่จำเป็นต้องพึ่งตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ ใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากจีนในอัตราที่ค่อนข้างสูง
ในทางกลับกัน บริษัทกำลังเร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะใน ยุโรป ละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลีย ที่ถูกมองว่าเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเติบโตในระยะยาว
นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น เพื่อเพิ่มยอดขายหรือแซง Toyota เพราะบริษัทเชื่อว่าสามารถเติบโตได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง
แต่หากในอนาคตมีโอกาสที่เหมาะสม ก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการเข้าซื้อแบรนด์รถหรูจากยุโรป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีเป้าหมายการเข้าซื้อกิจการรายใดเป็นพิเศษ
เป้าหมายเดียวกับผู้ก่อตั้ง BYD
ก่อนหน้านี้ในเดือนที่ผ่านมา Wang Chuanfu ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการของ BYD เคยประกาศเป้าว่า บริษัทต้องการแซง Toyota ขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกภายในช่วงเวลา 5 ปี
โดยสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้ไปถึงเป้าหมาย คือ
- การพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จไฟให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- การขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทั้งสองเรื่องจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดัน BYD สู่เป้าหมายที่วางไว้
ช่องว่างจาก Toyota เริ่มแคบลง
ในปีที่ผ่านมา BYD มียอดขายรถยนต์ทั่วโลกประมาณ 4.55 ล้านคัน ส่วน Toyota มียอดขายรวมอยู่ที่ 10.5 ล้านคัน (ไม่รวม Daihatsu และ Hino)
แต่สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลกไว้ที่ 5.0 – 5.5 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้คาดว่าจะเป็นยอดขายจากตลาดต่างประเทศประมาณ 1.5 ล้านคัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบัน BYD ยังมียอดขายตามหลัง Toyota แต่บริษัทก็มองว่า การขยายตลาดทั่วโลกพร้อมกับการเร่งกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง จะทำให้บริษัทสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดของโลกได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายใน 5 ปี แม้จะไม่มีตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นแรงสนับสนุนเลยก็ตาม
ข้อมูลจาก : carnewschina.com
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com













