วงการซูเปอร์คาร์ฝั่งยุโรปมีชื่อใหม่ปรากฏขึ้น และมาจากประเทศที่หลายคนคาดไม่ถึงอย่างโปรตุเกส ยนตรกรรมรุ่นนี้มีชื่อว่า Adamastor Furia ผลงานชิ้นแรกจากบริษัทน้องใหม่ “Adamastor” ที่ตั้งฐานทัพอยู่ในปอร์โต โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการนำเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่ท้องถนนอย่างแท้จริง
โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การสร้างรถสวยๆ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการใหญ่ที่รวมไปถึงการลงแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต โดยมีเป้าหมายระยะยาวอยู่ที่รายการ 24 Hours of Le Mans อันโด่งดัง สำหรับเวอร์ชันที่วิ่งบนท้องถนน (Street-legal) เปิดราคาเริ่มต้นที่ 1.6 ล้านยูโร หรือประมาณ 59,000,000 บาท (ไม่รวมภาษี) และหากรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 22% ราคาจะพุ่งไปถึง 1.95 ล้านยูโร หรือราว 72,000,000 บาท
งานวิศวกรรมที่เริ่มต้นจาก “อากาศ”
Furia ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยเน้นเรื่องอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เป็นหัวใจสำคัญ ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งชิ้นซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ที่พื้นตัวถังด้วยท่อ Venturi คู่ที่ช่วยสร้างแรงกด (Downforce) มหาศาล ทำให้ไม่ต้องติดตั้งสปอยเลอร์หรืออุปกรณ์แอโรพาร์ทพะรุงพะรัง ช่วยให้เส้นสายตัวรถดูสะอาดตาแต่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ
มิติตัวถังมาในสไตล์ซูเปอร์คาร์สุดขั้ว ด้วยความยาวประมาณ 4.5 เมตร กว้างกว่า 2.2 เมตร และสูงเพียง 1 เมตรเศษๆ เท่านั้น โครงสร้างตัวถังเป็นแบบ Monocoque คาร์บอนไฟเบอร์พร้อมโรลบาร์ในตัว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่งโดยตรง
เบาหวิวระดับ 1 ตันเศษ
จุดเด่นที่น่าทึ่งของ Furia คือน้ำหนักตัวรถ (Dry Weight) ที่หนักเพียง 1,050 กิโลกรัม เท่านั้น ผลจากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์และการออกแบบที่เน้นลดมวลส่วนเกินทุกจุด วางเครื่องยนต์ตามยาวแบบวางกลางลำ (Mid-engine) ขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อการกระจายน้ำหนักและตอบสนองการควบคุมที่เฉียบคม
-
ช่วงล่าง: Double-wishbone แบบปรับจูนได้เต็มระบบ
-
ระบบเบรก: AP Racing คาลิปเปอร์อลูมิเนียม 6 พอร์ตที่คู่หน้า และ 4 พอร์ตที่คู่หลัง
-
ระบบเกียร์: เกียร์ Sequential จาก Hewland ที่ใช้ในรถแข่ง พร้อม Paddle Shift หลังพวงมาลัย
พละกำลังจาก Ford Performance
ภายใต้ฝาครอบคาร์บอนไฟเบอร์ของ Adamastor Furia คือเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่พัฒนาโดย Ford Performance (บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Ford GT) รีดพละกำลังได้มากกว่า 650 แรงม้า แรงบิด 570 นิวตันเมตร
-
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 3.5 วินาที
-
ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 300 กม./ชม. (ในเวอร์ชันสตรีท)
นอกจากเวอร์ชันถนนแล้ว Adamastor ยังมีเวอร์ชันสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ (Track Configuration) ที่สามารถสร้างแรงกดได้สูงถึง 1,800 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ท้าชนกับแบรนด์ไฮเปอร์คาร์เจ้าตลาดได้สบายๆ
งานคราฟต์จำนวนจำกัดสู่เส้นทาง Le Mans
การผลิตจะถูกจำกัดอยู่ที่ประมาณ 60 คัน เท่านั้น โดยเป็นการประกอบด้วยมือในโปรตุเกส ซึ่งรถแต่ละคันจะมีทีมงานเฉพาะดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกตกแต่ง (Personalization) ได้ตามต้องการและควบคุมคุณภาพได้อย่างใกล้ชิด
Source: Motor1













