หลังเปิดตัวระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Eye of God ในรถ BYD ทุกรุ่นและเริ่มเปิดเผยราคากันแล้วอย่างเช่น BYD Dolphin MINI หรือ BYD SEAGULL

โดย BYD จีนเตรียมแนะนำเจ้านางนวลหน้าใหม่ BYD Dolphin MINI หรือ BYD SEAGULL เรียกว่าปรับหน้าตาใหม่เพิ่มออปชันในร่างเดิม
หน้าใหม่
ตั้งแต่ด้านหน้าด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมตรา BYD ขนาดใหญ่รับกับชุดกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศขทรงสามเหลี่ยมปรับขนาดให้เล็กลงดีไซน์ช่องระบายอากาศซ้าย-ขวาทรงสีเหลี่ยมคางหมูใหม่ดูดีขึ้นกว่าเดิม
ด้านข้างมาพร้อมเส้นสายทันสมัยออกแบบกระจกบานหน้าบานหลังเล่นระดับพร้อมที่เปิดประตูแบบยกก้านดีไซน์คล้ายรถยุค 90
ด้านท้ายเล็กตามตัวรถด้วยไฟท้าย LED แนวยาวใต้ไฟท้ายติดโลโก้ตัวอักษร BYD ชื่อรุ่นเป็นภาษาจีนกับ ชุดกันชนหลังออกแบบใหม่ด้วยกรอบทรงสีเหลี่ยมพร้อมกีไซน์ช่องป้ายทะเบียนสามเหลี่ยมใหม่ดูเท่กว่าเดิม
ล้อให้เลือกทั้งแบบอัลลอยสีทูโทนและกระทะล้อพร้อมฝาครอบทั้งขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 165/65R15 และ 16 นิ้วพร้อมยาง 175/55R16 ตัวรถทรงกล่อง 5 ประตู สร้างจากแพลตฟอร์ม e-platform 3.0
- ความยาว 3,780 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,715 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,540 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,500 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,160-1,540 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร
ภายในคงเดิมแต่ปรับเหลี่ยนดีไซน์คอนโซลหน้าในส่วนปุ่มใต้จอสัมผัสใหม่ มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหม่จากเดิม 5 นิ้วมาเป็น 7 และแบบ LCD สี 8.8 นิ้ว จอในส่วนของอุปกรณ์ Infotainment ใหญ่เต็มตาด้วยขนาด 10.1 นิ้ว และใหม่ 12.8 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay® และ Android Auto พร้อมช่องเสียบ USB 4 จุด

มีฟังก์ชันเเปิด-ปิดเครื่องยนต์อัจฉริยะ เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นเบาะ แผงคอนโซลหน้าแต่ปรับในส่วนช่องแอร์ของแผงคอนโซลหน้าซ้าย-ขวา ตรงกลางใต้แผงจอสัมผัส เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอนไม่ใช่ทรงกลม เบาะนั่ง Bucket Seat ทรงสปอร์ต
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ระบบกุญแจแบบคียการ์ด NFC เบาะนั่งคนขับปรับธรรมดาและแบบไฟฟ้าถึง 6 ทิศทาง และคนนั่ง 4 ทิศทาง เบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 40:60 เก็บสัมภาระสูงสุดที่ 930 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวหลัง

ขุมพลังไฟฟ้านั้นให้กำลังมากสุด 74 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้ารุ่น TZ180XSH แถมให้ความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีความจุแบตเตอรี่ถึง 2 รูปแบบทั้ง 30.08 kWh และ 38.88 kWh วิ่งไกลสุด 305 และ 405 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC หรือ 294 กับ 391 กิโลเมตร (NEDC) โดยชาร์จกระแสตรง DC กำลังสูงสุด 30kW 30-80% ในเวลา 30 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC กำลังสูงสุด 7kW

เป็นการใช้แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน ที่ต้นทุนถูกกว่าแบตนิเกิล-เมทัลไฮไดรด์ และแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนฟอสเฟต มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) มีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้ พร้อมโหมดการขับขี่ Energy saving/Comfort/Sports/Snow
ระบบกันสะเทือนแบบ MacPherson Strut ช่วยบังคับทิศทางรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้านหลังแบบ Torsion Beam ช่วยเรื่องการทรงตัวอย่างมั่นใจ
เพิ่มระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Eye of God

มาด้วยสัญลักษณ์ท้ายรถสีน้ำเงิน Eye of God C (Dipilot 100) ประกอบด้วยฟังก์ชัน : ระบบนำทางบนทางหลวงและทางด่วน+ช่วยจอดรถ, ไม่มีระบบ Laser LiDAR, ชิปขับเคลื่อนอัจฉริยะ: Orin-N; J6M, พลังประมวลผลของชิป: 84/128 TOPS
จำนวนกล้อง 12 จุด (ประกอบด้วย กล้องมองหน้าความชัด 8MP 3 จุด, กล้องมองรอบทิศทางความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองข้างความชัด 3MP 4 จุด, กล้องมองหลังความชัด 3MP 1 จุด), เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด พร้อมความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุ 1 เซนติเมตร และเวลาแฝงในการรับรู้ระดับความสูงลดลงเหลือ 30 มิลลิวินาที ได้แก่
- ช่วยขับขี่บนทางหลวงในความเร็วสูง High-speed Navigation (HNOA)
- เปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Lever Lane Change (ILCA)
- ล็อกรถเข้าเลน In-Channel Control (ICC)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limit Control (ISLC)
- อ่านป้ายจำกัดความเร็ว Speed Limit Sign Recognition (SLIF)
- ควบคุมความเร็วอัจริยะ Intelligent Speed Limit Alert (ISA)
- เปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ Intelligent High Beam (IHBC)
- จำลองสถานการณ์การขับขี่จริงผ่านมาตรวัด Full scene environment simulation display (SR)
- จอดรถในที่จอดรถโดยอัตโนมัติ Valet Parking (AVP)
- จอดรถเองโดยอัตโนมัติ Remote Control Parking (RPA)
- ช่วยจอดรถอัตโนมัติ Automatic Parking (APA)
- ช่วยเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ Low speed emergency brake (MEB)
- ช่วยถอยหลังอัตโนมัติ Parking Control System (PDC)
- ช่วยเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า Side Distance Warning (SDW)
- ช่วยเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking (AEB)
- แจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Forward Cross Collision Alert (FCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาด้านหน้า Frontal Collision Braking (FCTB)
- แจ้งเตือนก่อนกาชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Collision Alert (RCTA)
- ช่วยเบรกเมื่อมีรถที่มุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Collision Braking (RCTB)
- ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Detection (BSD)
- ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door opening safety reminder (DOW)
- ลดความเร็วขณะเข้าโค้ง Curve Speed Warning (CSW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
- เตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ Lane Departure Assist (LDA)
- ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)
พร้อมความปลอดภัยพื้นฐานครบครันทั้ง ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC) ป้องกันการลื่นไถลขณะขับขี่ (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HHC) ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HHC) Cruise Control และตรวจวัดลมยาง (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ (BA)
ถุงลมนิรภัยคู่หน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ม่านถุงลมนิรภัยด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มออปชันใหม่ทั้งเซนเซอร์กะระยะการจอดด้านหน้าและด้านหลัง 4 จุด จากเดิมมีด้านหลัง 3 จุด พร้อมกล้องมองภาพรอบคัน

BYD SEAGULL หรือ BYD Dolphin MINI ขายจีน 3 รุ่นย่อยในราคราเริ่มต้น 69,800-85,800 YUAN หรือราว 325,000-399,000 บาท มาพร้อมสีภายนอกสีชมพู Peach powder สีฟ้า Arctic Blue สีดำ Polar Night Black และ สีขาว Warm White
ที่มา BYD










