BYD SHARK 6 เพิ่มรุ่นเพิ่มทางเลือกตอบโจทย์ออสซี่เริ่ม 1.285 ล้านบาท

กลายเป็นรถที่ขายดีในออสเตรเลียหลังทำตลาดเพียง 1 ปีสำหรับ BYD SHARK 6 กระบะปลั๊กอินไฮบริด DMO รุ่นแรกของค่าย

BYD SHARK 6

ล่าสุด BYD SHARK 6 เพิ่ม 2 รุ่นย่อยใหม่จากเดิมขายเพียงรุ่น Premium กับรุ่น Dynamic Cab Chassis กระบะพื้นเรียบรุ่นเริ่มต้น และรุ่นท็อปสุด Performance 

หน้าตาเดียวกัน

BYD SHARK 6

ด้วยดีไซน์ภายนอกดุแกร่งทั้งคันเทียบเท่าคู่แข่งเริ่มที่กระจังหน้าพร้อมตรา BYD ตัวบิ๊กล้อมกรอบด้วยไฟหน้าแนวตั้ง Dual LED ไฟหน้า DRL แบบ LED รูปตัว C บึกบึนกับชุดกันชนหน้าดีไซน์ลงตัวกับชุดกระจังหน้าสง่าด้วยหลังคารถแบบลอยตัวติดตั้งราวหลังคาและซันรูฟขนาดใหญ่ด้านข้างเด่นด้วยบันไดข้างดีไซน์กลมกลืนกับคิ้วขายล่างประตู คิ้วขอบล้อทรงเหลี่ยมกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/65R18

กระบะท้ายดุดันด้วยไฟท้าย LED แนวตั้งลากยาวแนวนอนในชุดกระบะท้าย กันชนหลังดีไซน์กลมกลืนกับตัวถังรถ พร้อมความจุกระบะภายใน 1,200 ลิตร พร้อมแหล่งจ่ายไฟ 220V (สูงสุด 6kW) สำหรับรุ่น Premium และรุ่น Performance

ส่วนรุ่น Dynamic Cab Chassis ได้กระบะท้ายพื้นเรียบเปิดได้ 3 ทางจาก IRONMAN 4×4 เด่นด้วยจุดยึด 8 จุด ช่องเก็บของข้างกระบะแบบล็อกได้ 2 กล่องและมีแบบกระบะท้ายแบบเลื่อนได้ (มีให้เลือก) และชาร์จไฟย้ายมาอยู่ด้านหลังของล้อหลังฝั่งขวา

 สร้างจากแพลตฟอร์ม DMO super hybrid off-road platform สำหรับรถยนต์แนวลุยติดตั้งขุมพลังเสียบปลั๊กบนพื้นฐานแชสซีส์ขั้นบันได Ladder-Frame Architecture ตั้งแต่

  • ความยาว 5,143-5,457 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,971 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,925 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,260 มิลลิเมตร
  • ความสูงจากใต้ท้องรถ 230 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,600-2,775 กิโลกรัม
  • ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
  • ความสามารถในการบรรทุก 750 กิโลกรัม
  • ใส่ของด้านท้ายจุถึง 1,450 ลิตร

ภายในมีออปชันมากมาย

BYD

ทั้งคอนโซลหน้าดีไซน์แกร่งหุ้มหนังสัมผัส พวงมาลัยมัลติฟังกชัน 3 ก้านยกมาจาก Leopard 5 จอแสดงผลบนคอนโซลหน้า Head Up Display ขนาด 12 นิ้ว จอมาตรวัดดิจิทัลแบบ LCD ขนาด 10.25 นิ้ว จอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.9 นิ้วในชุดแผงคอนโซลหน้ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Apple CarPlay กับ Android Auto ในรุ่น Premium และ Performance

พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hi BYD” แบบภาษาอังกฤษกับลำโพง 12 จุดจาก DYNAUDIO มีช่องเสียบ USB ทั้ง Type A และ Type C ช่องแอร์คู่ใต้จอสัมผัส เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบฟอกอากาศประจุลบพร้อมกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ถึงระดับ CN95

BYD

คอนโซลเกียร์มาพร้อมหัวเกียร์สั้นจับกระชับพร้อมที่ชาร์จมือถือไร้สายกำลัง 50W เบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold ระบบกุญแจ NFC ทำงานควบคู่กับ กุญแจแบบคีย์การ์ดพร้อมระบบ Keyless Start และเบานั่งสบาย 5 ที่นั่ง เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบพนักพิงดันหลัง 4 ทิศทาง กระจกหน้าต่างคู่หน้าแบบกันเสียงและกระจกส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย

โดยรุ่น Dynamic Cab Chassis มีออปชันถูกตัดออกไปเช่น จอแสดงผล Head-up Display เบาะนั่งด้านหน้าแบบปรับอุณหภูมิได้ (ร้อนและเย็น) กระจกหลังแบบ Privacy Glass พวงมาลัยหุ้มหนัง และที่ปัดน้ำฝนแบบเซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝน และลดขนาดจอสัมผัสเหลือ 12.8 นิ้ว

แรงและประหยัดด้วยขุมพลัง Plug-In Hybrid DMO

BYD

ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร รหัส BYD476ZQF ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร พร้อมระบบ EHS (Electric Hybrid System) พ่วงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ที่มีความจุ 29.6 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ Permanent magnet synchronous motor

โดยมอเตอร์หน้าให้กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตรและมอเตอร์หลัง 204 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้ความแรงสูงสุด 437 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรุ่น Dynamic Cab Chassis ส่วนรุ่น Premium

ชาร์จหนึ่งครั้งและน้ำมัน 1 ถังวิ่งไกล 800 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งวิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วนถึง 100 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มีความสามารถในการลากจูงสูงสุด 2,500 กิโลกรัม ความสามารถในการบรรทุก 790 กิโลกรัมและใส่ของด้านท้ายจุถึง 1,450 ลิตร

BYD SHARK 6

รุ่น Performance ได้กำลังใหญ่จากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร รหัส BYD487ZQD ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร พร้อมระบบ EHS (Electric Hybrid System) พ่วงแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ที่มีความจุ 29.6 kWh พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ Permanent magnet synchronous motor

โดยมอเตอร์หน้าให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตรและมอเตอร์หลัง 204 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้ความแรงสูงสุด 476 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ชาร์จหนึ่งครั้งวิ่งไกล 80 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 94 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จหนึ่งครั้งและน้ำมัน 1 ถัง 640 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 753 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC มีความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม

BYDชุดแบตเตอรี่จะอยู่ในส่วนกลางของแชสซีสสำหรับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อควบคุมด้วยไฟฟ้าจะตอบสนองเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่าชาร์จเร็วกระแสตรง DC 30-80% รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 55 kW ใช้เวลาเพียง 20 นาที ชาร์จกระแสสลับ AC รองรับการชาร์จสูงสุด 7 kW ใช้หัวชาร์จแบบ Type 2/CCS Combo

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบกระจายแรงบิดแบบเรียลไทม์ มั่นใจได้ถึงการส่งกำลังที่เหมาะสมและการควบคุมที่แม่นยำในทุกสภาพถนนด้วยมุมไต่ หรือ มุมปะทะ Approach angle 31 องศา มุมจาก Departure Angle 19.3 องศาและมุมคร่อม Ramp Over Angle 17 องศา

โหมดการขับขี่ลุยถึง 3 โหมดทั้ง Terrain Modes ทั้ง Sand, Mud, Snow และใหม่ โหมด Crawl Mode สำหรับไต่หิน ทางชัน หลุมลึก จำกัดความเร็วที่ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรับแรงบิดอัตโนมัติให้ล้อไม่ลื่น สำหรับรุ่น Dynamic และ Performance ช่วยให้ลุยจริงได้ลุยน้ำได้ 700 มิลลิเมตร

มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) เทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุดทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้มาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังแบบปีกนกคู่ (Double Wishbones) พร้อมระบบเบรกแบบเบรกดิสก์ระบายอากาศ ขับเคลื่อนโดย

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงอัจฉริยะ (ADAS)

BYD SHARK 6

ครบครันออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงได้แก่

  • ช่วยเตือนการชนด้านหลัง Rear Collision Warning (RCW)
  • ช่วยเตือนจุดอับสายตา Blind-Spot Monitoring (BSM)
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-Traffic Alert (RCTA)
  • ช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านจุดอับสายตา Front Cross-Traffic Alert (FCTA)
  • ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Departure Warning (LDW)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
  • ช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC)
  • เตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Fatigue Monitoring (DFM)
  • ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) Stop and Go
  • ช่วยเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB)
  • ควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Departure Prevention (LDP)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Emergency Lane Keeping Assist (ELKA)
  • เตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning (FCW)
  • เบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Brake (RCTB)
  • ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door Open Warning (DOW)
  • จดจำป้ายสัญญาณจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
  • ช่วยเตือนวัตถุเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door Open Warning (DOW)

BYD

ความปลอดภัยพื้นฐานทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 จุด รวมถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX เสริมแรงเบรกอัจฉริยะ เบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VDC) ป้องกันการลื่นไถล (TCS) ควบคุมการกระจายแรงเบรก Electronic Brake force Distribution (EBD)

ควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control (HHC) ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา เซนเซอร์ช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้าและด้านหลังรวม 6 จุด ช่วยกระจายแรงเบรกอัจฉริยะ Hydraulic Brake Assist (HBA)

BYD

BYD SHARK 6 ขาย 3 รุ่นย่อยในราคาไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มหรือ On-road costs ของออสเตเรเลีย เริ่มต้น $55,900-$62,900 หรือราว 1,285,000-1,445,000 บาท ขายจริงพฤษภาคม มีสีภายนอก 5 สีทั้ง

  • สีน้ำเงิน Deep Sea Blue
  • สีดำ Tidal Black
  • สีส้ม Outback Orange
  • สีขาว Great White
  • สีเทา Mist Grey

ที่มา Carexpert

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts