FERRARI LUCE 2026 เมื่อม้าพยศอยากทำอีวีวิ่งไกล 530 กม.

นับเป็นประวัติศาสตร์โลกยานยนต์ซูเปอร์คาร์และเป็นครั้งแรกของค่ายม้าผยศจากเมืองมาราเนลโลอย่าง FERRARI เปิดตัว FERRARI LUCE 2026 

FERRARI LUCE 2026 

FERRARI LUCE 2026 เปิดตัวที่งานอีเวนต์ที่กรุงโรม อิตาลี มาในร่างเก๋ง 4 ประตูรุ่นแรกของค่ายที่ทำทรงนี้ด้วยขุมพลังอีวีล้วน

โดยชื่อ LUCE ในภาษาอิตาเลียนแปลว่า แสงสว่าง เป็นการนำทางแบรนด์ไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์และเป็นรุ่นในกลยุทธ์ความหลากหลายทางด้านขุมพลังตั้งแต่สันดาป ไฮบริด ไปจนถึงอีวีFERRARI LUCE 2026

จากการออกแบบของกลุ่ม LoveFrom ก่อตั้งโดยอดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple อย่างเซอร์ โจนี ไอฟ์ (Sir Jony Ive) และมาร์ค นิวสัน (Marc Newson) นี่เป็นครั้งแรกที่มอบหมายให้สตูดิโอทีมนี้ออกแบบภายนอก และทีมงานออกแบบภายในใช้ของค่ายเองนำโดย ฟลาวิโอ มันโซนี (Flavio Manzoni)

โดยผลลัพธ์ที่ได้คือรูปทรงที่สะอาดตาอย่างน่าทึ่ง สร้างขึ้นจากสิ่งที่เรียกว่า “glass house” ซึ่งเป็นพื้นที่ห้องโดยสารกระจกขนาดใหญ่ที่ตัวถังและใช้ชิ้นส่วนแบบแอโรไดนามิกลอยตัวคู่หนึ่งโอบล้อมอยู่

ด้านหน้าของตัวรถไม่มีฝากระโปรงแต่จะใช้โครงสร้างปีกขนาดใหญ่ติดตั้งเยื้องลอยอยู่เหนือส่วนจมูกรถที่กดต่ำลงไปโดยตัวปีกด้านหน้านี้เป็นที่อยู่ของไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights – DRLs)

บริเวณท้ายรถถูกตัดตรงในสไตล์ Kamm Tail ซึ่งช่วยลดกระแสลมหมุนวนที่ท้ายรถ ทำงานร่วมกับแผ่นปิดใต้ท้องรถที่ราบเรียบสนิท (Extremely Flat Underfloor) และช่องระบายลมบริเวณซุ้มล้อ

FERRARI LUCE 2026

พร้อมล้อลายเท่ลาย ห้าก้านน้ำหนักเบาและลายกังหันที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศ พร้อมยางติดรถมาแบบคนละขนาดโดยยางหน้าขนาด 265/35 R23 และยางหลัง 315/30 R24 J11 ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำที่สุดและลู่ลมที่สุดอยู่ที่ 0.254 จากมิติตัวรถดังนี้

  • ความยาว 5,026 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,999 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,544 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,961 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถ 2,260 กิโลกรัม
  • กระจายน้ำหนักล้อหน้าและหลังในสัดส่วน 47% กับ 53%

FERRARI LUCE 2026

ภายในเน้นใช้งานง่าย ภายใต้แนวคิด “Single Clean Volume” ด้วยการกลับมาใช้ปุ่มควบคุมคลาสสิกสไตล์ม้าลำพองไม่ว่าจะเป็นปุ่มกด ปุ่มลูกบิด สวิตช์แบบโยก ที่ขึ้นรูปจากโลหะอนอไดซ์ และหัวเกียร์แก้วแบบดั้งเดิม

FERRARI LUCE 2026

FERRARI LUCE 2026

มีพวงมาลัย 3 ก้านที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล มีสวิตช์จริงสำหรับควบคุมระบบความเร็วมีปุ่มหมุน Manettino เป็นโหมดการขับขี่ 5 ตำแหน่งที่คุ้นเคยอยู่เคียงข้าง e-Manettino

FERRARI LUCE 2026

แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ผสมผสานปุ่มหมุนจริงเข้ากับหน้าจอมาตรวัดความเร็ว OLED ขนาด 12.5 นิ้ว จอกลางระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.12 นิ้ว เป็นปุ่มบิดหมุนได้ โดยตำแหน่งจอกลางสามารถหมุนหันองศาไปหาคนขับหรือผู้โดยสารตอนหน้าได้ตามต้องการ มาพร้อมที่พักพักฝ่ามืออะลูมิเนียมเพื่อความสบายขณะใช้งาน

FERRARI LUCE 2026

วัสดุที่ใช้มีความเรียบง่ายและรักษ์โลก โดยโครงสร้างห้องโดยสารใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิล กระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass ทั่วทั้งคัน ระบบเสียง 21 ลำโพง กำลังขับ 3,000W มีโหมดปรับแต่งเสียงล้อมรอบ (Audio Presets) 5 รูปแบบ

FERRARI LUCE 2026

พร้อมสวิตช์ Launch Mode บนเพดานที่รวบรวมปุ่มเปิดออกตัวรถ Launch Control แบบคันโยก สบายแบบ 5 ที่นั่ง ยหนังอิตาลีพรีเมียมและ Alcantara ความจุท้ายรถสูงถึง 597 ลิตร  และพิเศษด้วยประตูตู้กับข้าวหรือ Suicide Doors

แม้แต่กุญแจก็ยังพิเศษ E Ink ที่เป็นครั้งแรกของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นแบบจอหมึกอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อนำกุญแจไปเสียบที่แท่น ไฟเรืองแสงสีเหลืองสัญลักษณ์ม้า จะวิ่งกระจายไปทั่วแผงควบคุมเพื่อสตาร์ทรถ

FERRARI LUCE 2026

ขุมพลังอีวีล้วนจากมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 122 kWh ร่วมกันกับ SK On ให้พลังรวม 1,050 แรงม้า แรงบิดรวม 990 นิวตันเมตรแต่ทาง FERRARI ระบุว่าแรงบิดสูงสุดที่ล้ออยู่ที่ 11,500 นิวตันเมตร

เป็นมอเตอร์ที่แยกขับเคลื่อนอิสระในแต่ละล้อจากมอเตอร์ล้อหน้า 286 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร (แรงบิดที่ล้อ 3,400 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ล้อหลัง 843 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร (แรงบิดที่ล้อ 7,750 รอบต่อนาที)

ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V สามารถชาร์จเร็ว DC ด้วยกำลังสูงสุด 350 kW วิ่งไกลสุด 530 กิโลเมตร (WLTP) หรือ 624 กิโลเมตร (NEDC)

FERRARI LUCE 2026

ด้านเสียงเครื่องยนต์จำลองมาจากเทคโนโลยีอะคูสติกส์ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะ เรียกว่า “ระบบขับเสียงจากแรงสั่นสะเทือนจริง” (Mechanical Acoustic System / Acoustic Pickup) ด้วยการดักจับแรงสั่นสะเทือนจริงเซนเซอร์ความแม่นยำสูง

พร้อมตัวขยายเสียงผ่านโครงสร้างรถ ทำให้เกิดโทนเสียงที่มีมิติ เป็นธรรมชาติ และแปรผันตามน้ำหนักคันเร่ง เสมือนเครื่องดนตรีกีตาร์ GIBSON LESPAUL มอเตอร์ไฟฟ้าคือสายกีตาร์ และคนขับคือมีอกีตาร์ ที่สร้างท่วงทำนองผ่านการควบคุมรถ โดยเสียงไม่เลียนแบบเสียงเครื่องยนต์แบบเดิมโดยจะเป็นเสียงของขุมพลังอีวีแท้จริงแต่ให้มีความดุ ทรงพลัง

FERRARI LUCE 2026

FERRARI LUCE 2026 เปิดรับจองตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ส่งมอบทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2026 ประเดิมที่ยุโรป ด้านสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ต้นปี 2027

ที่มา FERRARI

 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts