เปิดตัวพร้อมกับอินเดียสำหรับ HONDA CITY 2026 ไมเนอร์เชนจ์ครั้งที่ 2 ในร่างเจเนอเรชันที่ 5 รหัส GN1 อย่างเป็นทางการในไทย

HONDA CITY 2026 หน้าตาหล่อเแบบเดียวกับอินเดียมาครบทั้ง 2 รูปแบบตัวถังทั้งซีดาน และแฮทช์แบ็ก
หน้าใหม่ทรงสปอร์ต

ตั้งแต่กระจังหน้าตะแกรง ลายรังผึ้งดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่นย่อย อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย รับกับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบ Clear lens ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 185/55R16


ภายในปรับใหม่ด้วย เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ

กับ 2 ทางเลือกทั้ง เบนซินไฮบริด e:HEV Atkinson Cycle DOHC i-VTEC รหัส LEB-H5 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบพลัง 98 แรงม้าที่ 5,600-6,400รอบต่อนาที แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 4,500-5,000 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า และ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ)
ให้กำลังได้สูงสุด 109 แรงม้าที่ 3,500-8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 253 นิวตันเมตรที่ 0-3,000 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมพาคุณเดินทางสู่ทุกจุดหมายและไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง
และเบนซิน VTEC Turbo 1.0 ลิตร 3 สูบ รหัส P10A6 ให้กำลังมากถึง 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 173 นิวตันเมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Paddle Shift โหมดการขับขี่ ECO
ความปลอดภัยใหม่

ด้วย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) และความปลอดภัย Honda Sensing
- เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) ในรุ่น e:HEV RS พร้อมปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF)
- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง Rear Seat Reminder เบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) พร้อม Auto Brake Hold ในรุ่น e:HEV ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติพร้อมระบบหน่วงเวลาและดิสก์เบรก 4 ล้อ

HONDA CITY 2026 มี 4 รุ่นย่อยทั้งรุ่น e:HEV RS รุ่น e:HEV SV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V และเบนซินเทอร์โบ รุ่น S โดยเปิดตัวเปิดราคาเร็วๆนี้ คาดสิงหาคมนี้ มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี แตกต่างกันไปได้แก่
- ใหม่! สีแดงเบลซิง (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) (เฉพาะรุ่น Hatchback e:HEV RS)
- สีขาวแพลทินัม (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV SV)
- สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) (เฉพาะรุ่น e:HEV SV และ e:HEV V)
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก)
- สีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น e:HEV V และ S)
ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทาแพลทินัม เฉพาะ HONDA CITY ซีดาน รุ่น e:HEV SV ที่สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) หรือสีดำคริสตัล (มุก)
พร้อมให้คุณจองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ผ่านที่ปรึกษาการขาย ณ โชว์รูมฮอนด้า ทั่วประเทศ พร้อมรับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท โดยมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้
- ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569
- ดำเนินการจองอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2569
- รับรถ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569










