Tim Kuniskis ซีอีโอของ Ram มั่นใจว่าเขาค้นพบวิธีเปลี่ยนกระบะสายซิ่งทางเรียบ จากเดิมที่เป็นเพียงกระแสชั่วคราว ให้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของความแรงในสไตล์มัสเซิลคาร์ ภายใต้ชื่อ Ram 1500 Rumble Bee โดยรอบนี้ไม่ได้มาแค่รุ่นท็อปแปะตรา SRT ราคาแพงระยับคันเดียว แต่ทางค่ายตั้งใจส่งไลน์อัปกระบะบ้าพลังออกมาถล่มตลาดแบบครบครัน

Rumble Bee SRT: ตัวสุดขุมพลัง Hellcat
พี่ใหญ่ระดับจ่าฝูงอย่าง Rumble Bee SRT ยกหัวใจหลักมาจากตัวลุยในตำนานอย่าง TRX ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ “Hellcat Hemi” รีดพละกำลังมหาศาลถึง 777 แรงม้า แรงบิด 922 นิวตันเมตร (680 lb-ft)

สถิติความโหดบนทางตรง:
-
0-96 กม./ชม. (0-60 mph): 3.4 วินาที
-
Quarter-Mile: 11.6 วินาที (เข้าเส้นชัยที่ความเร็ว 186 กม./ชม.)
-
Top Speed: ตั้งเป้าไว้ที่ 273 กม./ชม. (170 mph)
บอสใหญ่ของ Ram เผยว่าเจ้า SRT คันนี้ได้ทำลายสถิติความเร็วสูงสุด 248.7 กม./ชม. (154.587 mph) ที่ลุงแก่อย่าง Dodge Ram SRT-10 เครื่องยนต์ Viper V10 8.3 ลิตร เคยทำไว้เมื่อ 20 ก่อนลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เจาะสเปคทั้ง 3 ระดับความแรง
| รุ่นย่อย | เครื่องยนต์ | พละกำลัง | 0-60 mph (0-96 กม./ชม.) | Quarter-Mile |
| Rumble Bee (Standard) | 5.7L V8 “Eagle” | 395 HP | 6.1 วินาที | 14.6 วินาที @ 150 กม./ชม. |
| Rumble Bee 392 | 6.4L V8 “Apache” | 470 HP | 5.2 วินาที | 13.2 วินาที @ 162 กม./ชม. |
| Rumble Bee SRT | 6.2L V8 Supercharged | 777 HP | 3.4 วินาที | 11.6 วินาที @ 186 กม./ชม. |
ไม่ต้องกลัวเหงา เพราะมีรุ่นย่อยตอบโจทย์ “ตัวซิ่งกระเป๋าเบา”
แม้ว่ารุ่น SRT จะเป็นตัวชูโรง แต่ Kuniskis คาดการณ์ว่ารุ่นเริ่มต้นเครื่อง 5.7 และรุ่น 392 จะเป็น “หัวใจหลักของยอดขายทั้งหมด”
-
Rumble Bee (รุ่นเริ่มต้น): วางเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.7 ลิตร Hemi “Eagle” 395 แรงม้า แฟนๆ สายดิบได้เฮเพราะรุ่นนี้ ไม่มีระบบ Mild-hybrid (eTorque) หรือระบบ Auto Start-Stop เข้ามากวนใจ รวมถึงรุ่น 6.4 ลิตร (ซึ่งถูกนำมาวางในบอดี้ 1500 เป็นครั้งแรก) ก็ไร้ระบบไฟฟ้าด้วยเช่นกัน!
-
Rumble Bee 392: ขยับมาเล่นเครื่อง V8 ขนาด 6.4 ลิตร “Apache” 470 แรงม้า แรงบิด 617 นิวตันเมตร ประกบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รหัส 8HP75 (ส่วนรุ่น SRT ตัวท็อปจะใช้เกียร์รหัส 8HP95 ที่อึดและรับแรงบิดได้สะใจกว่า)
ระบบส่งกำลังและช่วงล่างคัสตอมสไตล์ Drag Race
กระบะตระกูล Rumble Bee ทุกคันจะใช้ชุดเกียร์ฝากของ Borg-Warner (48-11) ที่มาพร้อมระบบตัดการทำงานเพลาหน้า (Front-axle disconnect) แค่กดปุ่มบนแดชบอร์ด ระบบจะส่งกำลังทั้งหมดลงล้อหลัง 100% เพื่อศาตร์แห่งการ Burnout!
ยิ่งถ้าเป็นรุ่น 392 Track Pack จะได้ระบบ E-Spool ซึ่งเป็นระบบล็อกเพลาท้ายด้วยไฟฟ้าและช่วยกระจยแรงบิดระหว่างล้อซ้าย-ขวาอย่างสมดุล ออกแบบมาเพื่อการกระโดดออกจากเส้นสตาร์ทในแข่งขันแดร็กโดยเฉพาะ แต่ถึงจะซิ่งขนาดนี้ ตัวรถยังคงความอเนกประสงค์ สามารถลากจูงได้หนักถึง 4 ตัน (8,890 ปอนด์) และแบกน้ำหนักบรรทุกได้อีกครึ่งตันเลยทีเดียว

ตัวถังโดดเด่น: สั้นลง กว้างขึ้น หมอบกว่าเดิม
เพื่อให้สมกับการเป็นกระบะสาย Track แท้ๆ Ram จับรถคันนี้หั่นสัดส่วนใหม่หมด โดยจับคู่ห้องโดยสารขนาดสั้น Quad Cab เข้ากับกระบะท้ายช่วงสั้น (Short bed) ส่งผลให้ตัวรถสั้นลงกว่ารุ่นปกติถึง 13 นิ้ว (ยาวรวม 219.5 นิ้ว) ความยาวที่สั้นลงนี้ช่วยเพิ่มความแกร่ง (Rigidity) ให้กับแชสซีอย่างมาก
นอกจากนี้ยังขยายฐานล้อให้กว้างขึ้นเพื่อความเสถียร โดยแทร็กหน้ากว้างขึ้น 6.8 นิ้ว และแทร็กหลังกว้างขึ้น 7.0 นิ้ว (ความกว้างรวม 88 นิ้ว) และสามารถเลือกออปชันช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) ที่กดตัวรถให้หมอบลงได้อีก 1.5 นิ้ว
-
งานแอโรไดนามิก: กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ดุดันเหมือนบูลด็อก ช่องดักลมขนาดมหึมาทำหน้าที่ระบายความร้อนและสร้าง Downforce ควบคู่กับลิ้นหน้า (Front Splitter) ขนาด 4.5 นิ้ว ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์ขนาดใหญ่บนฝากระบะ รับกับฝาปิดกระบะแบบแข็ง (Tonneau Cover) เพื่อความนิ่งในความเร็วสูง ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.357 cd
-
ล้อและเบรก: รุ่น 392 Track Pack และ SRT จะได้ยางหน้ากว้างสะใจถึง 325 มม. (กว้างเป็นรองแค่ดอดจ์ ไวเปอร์) รัดอยู่บนล้อขนาด 22×12 นิ้ว ด้านในซ่อนจานเบรกหน้าขนาด 16.1 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์ 6 พ็อตจาก Brembo
ห้องโดยสารภายใน: ใส่กลิ่นอายตัวซิ่งเต็มขั้นด้วยพวงมาลัยท้ายตัด (Flat-bottom) พร้อมแป้น Paddle Shift อลูมิเนียม หน้าจอกลางใหญ่สะใจสูงสุด 14.5 นิ้ว และระบบเสียงระดับพระกาฬจาก Harman Kardon ลำโพง 19 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว กระแทกตับกันไปข้าง

กำหนดการเปิดตัวและราคา
-
Ram 1500 Rumble Bee (รุ่นเริ่มต้น): เตรียมวางจำหน่ายปลายปี 2026 (ในฐานะโมเดลปี 2027)
-
Rumble Bee 392 และ SRT: จะตามมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ทาง Ram ยังไม่ประกาศราคาออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ารุ่นท็อปสุดอย่าง SRT น่าจะมีราคาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 102,290 ดอลลาร์สหรัฐ (ใกล้เคียงกับ TRX รุ่นปี 2027 หรือราวๆ 3.7 ล้านบาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) ส่วนรุ่นเครื่อง 5.7 และ 392 จะมีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่ามาก
ซีอีโออย่าง Kuniskis รู้ดีว่าในอดีตที่ผ่านมา รถประเภท Street Truck ไม่เคยประสบความสำเร็จในระยะยาวเลย มักจะฮิตอยู่ไม่กี่ปีแล้วก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป แต่ Rumble Bee กำลังพยายามทำในสิ่งที่ต่างออกไป มันไม่ใช่แค่รถโปรโมทแบรนด์ (Halo vehicle) แต่มันคือการเชื่อมโยงความแรงระดับมัสเซิลคาร์เข้ากับความอเนกประสงค์ของรถกระบะได้อย่างลงตัว ชนิดที่ว่า วันเสาร์คุณใช้ลากเรือไปเที่ยว ส่วนวันอาทิตย์ก็ขับไปวิ่งแดร็กในสนามได้แบบชิลๆ!
Source: Carscoops












