Honda เตรียมร่วมมือ Nissan อีกครั้ง? CEO เผยเตรียมประกาศดีลครั้งใหม่

ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังแข่งขันกันดุเดือด โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ทั่วโลกต่างต้องหาวิธีลดต้นทุนและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้ล้ำและเร็วกว่าเดิม ซึ่งทางลัดที่อาจทำให้เห็นผลเร็วที่สุดก็คือการจับมือกับพันธมิตร ที่เคยเป็นคู่แข่งกันมาก่อน เช่นเดียวกับ Honda และ Nissan ที่เคยมีแผนควบรวมกิจการแต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้นจริง แม้โปรเจกต์ จะเคยล่มไป แต่ความตั้งใจยังอยู่ เมื่อล่าสุด ประธาน Honda ส่งสัญญาณว่า Honda เตรียมร่วมมือ Nissan อีกครั้ง ซึ่งมีความคืบหน้า และกำลังเข้าใกล้การประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการแล้ว

Honda x Nissan
ภาพจาก : roadandtrack

ซีอีโอ Honda เผย ดีล Nissan มีความเป็นไปได้

ถ้าใครติดตามข่าวสารในวงการยานยนต์ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะคุ้นกับกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง Honda และ Nissan ที่ถูกพูดถึงมาโดยตลอด แม้สุดท้ายแผนนี้จะยุติลงตั้งแต่ต้นปี 2025 แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทก็ไม่ได้จบลงตามไปด้วย

Toshihiro Mibe
ภาพจาก : japantimes

ล่าสุด Toshihiro Mibe ประธานและ ซีอีโอ (CEO) ของ Honda เปิดเผยระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทว่า ความร่วมมือระหว่าง Honda และ Nissan มีความคืบหน้าไปมาก และบางส่วนใกล้พร้อมประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

หลังจากตลอดช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีทั้งข่าวลือเรื่องการควบรวมกิจการ การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย รวมถึงข้อเสนอที่ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นทั้ง 3 ราย ได้แก่ Honda, Nissan และ Mitsubishi อาจได้เริ่มทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

NISAAN
ภาพจาก : roadandtrack

เป้าหมายคือการพัฒนา ECU ใช้ร่วมกันทั้ง 3 ค่าย

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประธานของ Honda มองว่าความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายคือการพัฒนาระบบ ECU (Electronic Control Unit) หรือหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์กลางของรถยนต์ เพื่อใช้ร่วมกันในรถยนต์รุ่นใหม่ของ Honda, Nissan และ Mitsubishi ได้ ซึ่งตอนนี้ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนในการพัฒนา รวมถึงเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องหารือกันเพิ่มเติม 

อย่างไรก็ตาม Nikkei Asia รายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจใช้เวลาเจรจาอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะได้ข้อสรุป 

นอกจากนี้ตามรายงานระบุว่า ระบบ ECU ที่ Honda, Nissan และ Mitsubishi จะร่วมกันพัฒนาขึ้น อาจเริ่มนำมาใช้งานได้เร็วที่สุดในช่วงปี 2029 – 2030 โดยเมื่อระบบดังกล่าวพร้อมใช้งาน จะช่วยให้ทั้ง 3 บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนในการพัฒนาระบบ รวมถึงช่วยให้การปรับจูนและการควบคุมการทำงานของรถยนต์แต่ละรุ่นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

Honda รับแรงกดดันด้านผลประกอบการ

สำหรับ Honda เพิ่งมีการรายงานผลประกอบการประจำปีล่าสุด โดยบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้กำไรลดลงประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 88,000 ล้านบาท 

Toshihiro Mibe อธิบายว่า ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของบริษัทมาจากหลายด้าน ได้แก่

  • การปรับตัวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างช้า ทำให้พลาดโอกาสสร้างรายได้จากกลุ่มผู้ใช้ในช่วงแรก
  • ต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เพื่อเร่งพัฒนาและไล่ตามคู่แข่ง
  • การยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า
  • มาตรการกำแพงภาษีในตลาดอเมริกาเหนือ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ Honda ยังเคยแจ้งต่อนักลงทุนว่า ในปีนี้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงมีความเป็นไปได้ว่าการมองหาพันธมิตรเพื่อร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและแบ่งเบาต้นทุน จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้บริษัทรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดในอนาคตได้

 

Renault อุปสรรคของความร่วมมือ

ปัจจุบัน Nissan, Mitsubishi และ Renault ได้มีการจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันตั้งแต่ปี 1999 โดยจะร่วมพัฒนาเทคโนโลยี แบ่งปันต้นทุน รวมถึงใช้ฐานการผลิตสำหรับบางโครงการร่วมกัน

ซึ่งหาก Honda เข้ามาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับ Nissan และ Mitsubishi ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงลดต้นทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของบริษัทได้

แต่ความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะตามรายงานของ Carscoops ระบุว่า Renault ยังไม่เห็นด้วยกับการร่วมมือกับ Honda เพราะอาจกระทบต่อบทบาทของ Renault ในกลุ่มพันธมิตรเดิม 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า บริษัทจากฝรั่งเศสพยายามกดดันผู้ถือหุ้นให้ไม่สนับสนุนแผนที่ Nissan ต้องการเดินหน้าอยู่

อย่างไรก็ตาม แม้การเจรจาจะยังไม่มีข้อสรุป แต่ผู้ผลิตรถยนต์ทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุครถยนต์ไฟฟ้า

ซึ่งตลอดปี 2025 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นมีผลประกอบการและยอดขายที่แตกต่าง

  • Nissan มียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1%
  • Mitsubishi มียอดขายลดลงถึง 13.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ในประเทศกำลังต้องเจอการแข่งขันที่หนักมากขึ้นในทุกๆ ปี

พันธมิตร Nissan
ภาพจาก : headlightmag

ทั้งนี้ Toshihiro Mibe ยอมรับว่า Honda จำเป็นต้องเร่งเดินหน้าให้สามารถแซงคู่แข่งรายใหม่ได้ภายใน 3 ปี เพราะหากยังปรับตัวไม่ทัน ธุรกิจรถยนต์ของบริษัทก็อาจมีปัญหาในอนาคต

ส่วนความร่วมมือระหว่าง Honda, Nissan และ Mitsubishi แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดหรือมีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนทั้งหมด แต่คาดว่า หากทั้ง 3 สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น 

ข้อมูลและรูปภาพจาก : roadandtrack.com

ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts