หลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ไปสำหรับ Honda ZR-V 2026 ล่าสุดออสเตรเลียปรับตามเช่นกันเพิ่มรุ่นย่อยเน้นขายฟูลไฮบริด

ในรุ่นปรับปรุงใหม่ของ Honda ZR-V 2026 ยังคงมีรุ่นเทอร์โบขายอยู่แต่ถูกลงสถานะเป็นเพียงรุ่นเริ่มต้นรุ่นเดียวเพื่อหลีกทางให้รุ่นฟูลไฮบริดขายโดดเด่นในราคาจับต้องได้
หน้าตาคงเดิมไม่ได้เอาหน้าใหม่จากญี่ปุ่นกับกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมที่มีช่องระบายอากาศรังผึ้งขนาดใหญ่และโลโก้ H ติดบนกระจังหน้า ไฟหน้า LED โคมใหญ่กว่าและดีไซน์โฉบเฉี่ยวกว่ารับกับชุดกันชนหน้า-หลังทูโทนสุดเท่
ไฟท้าย LED กรอบป้ายทะเบียนอยู่ในกรอบข้างๆไฟท้ายอย่างลงตัว จุดสังเกตคือที่เปิดประตูหลังติดตั้งตำแหน่งที่สะดุดตาจับเปิดง่ายตามหลักสากล พร้อมล้ออัลลอยที่มีให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/60 R17 และขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 225/50 R18 โดยมีมิติตัวรถดังนี้
- ความยาว 4,568 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,620 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,655 มิลลิเมตร
- ความสูงจากใต้ท้องรถ 178-186 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 1,439-1,555 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 57 ลิตร
ภายในอัปเกรด

จอสัมผัสความบันเทิงขนาด 9 นิ้ว ใหม่!เพิ่มเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครันด้วย Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว โดยติดตั้งครั้งแรกอย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายเช่น YouTube Music, Spotify
รวมถึง Honda Connect เจน 2 โดยผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์การใช้งาน 3 ปี ครอบคลุมคุณสมบัติการเชื่อมต่อมากมาย รวมถึงรายงานสถานะรถยนต์ การกำหนดขอบเขตทางภูมิศาสตร์ การควบคุมระบบต่างๆ จากระยะไกล เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิ กุญแจดิจิทัล และการค้นหาสถานที่ เป็นต้น
ออปชันเดิมทั้ง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) มาตรวัดดิจิตอลพร้อมจอแสดงข้อมูล TFT 10.2 นิ้ว เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านช่องแอร์แนวยาวขอบสีเงิน คอนโซลกลางดีไซน์ดูอวบๆ

เกียร์แบบกดปุ่มดีไซน์หรูรายล้อมด้วยโหมดการขับขี่เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold และช่องเสียบ USB Type-C 4 จุด แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ตภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ลำโพง BOSE 12 จุด และ 8 จุด
เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ปรับไฟฟ้าคนขับ 8 ทิศทาง คนนั่ง 4 ทิศทาง ในรุ่นท็อป ด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมภาระ ถึง 1,302-1,312 ลิตร และตอนไม่พับเบาะ 370-380 ลิตร
ขุมพลังเดิม

เริ่มที่ขุมพลังเบนซินไฮบริด e:HEV รหัส LFB1 2.0 ลิตร พร้อมระบบ i-MMD Direct Injection Atkinson-Cycle 141 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิด 186 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์
ขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลังรวม 184 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 315 นิวตันเมตรที่ 0-2,000 รอบต่อนาที แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 72-cell พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการเคลื่อนของขุมพลัง Hybrid ทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่
- EV Drive Mode
- Hybrid Drive Mode
- Engine Drive Mode
พร้อมการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่ ECON Mode Normal Mode และ Sport Mode ตอบสนองเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ
ส่วนเบนซินเทอร์โบ VTEC รหัส L15C 1.5 ลิตร 182 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตันเมตรที่ 1,700-4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Paddle Shift พร้อมการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 4 โหมด ได้แก่ ECON Mode, Normal Mode, Sport Mode และ Snow Mode ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ
ความปลอดภัย Honda Sensing มาครบทุกรุ่นย่อย

- เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) ใหม่!!
- เตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning (FCW)
- ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Lane Departure Warning (LDW)
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keep Assist System (LKAS)
- เตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation System (RDM)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
- ปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ Low Speed Follow (LSF)
- ลดความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ Low-Speed Braking Control (LSBC)
- ปรับไฟสูงอัตโนมัติ High-Beam Support System (HBSS)
- ตรวจจับและตีความป้ายจราจร Traffic Sign Recognition System (TSRS)
- จำกัดความเร็วอัจฉริยะ Intelligent Speed Limiter (ISL)
- ตรวจสอบจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Monitor (DAM)
- เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
- ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA)

พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยล้ำสมัยอาทิระบบเสริมแรงเบรก Brake Assist System (BA) กระจายแรงเบรก Electronic Brake-force Distribution (EBD) ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Stop Signal (ESS) ควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Assist (VSA) ป้องกันล้อล็อก Anti-lock Braking System (ABS)
เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า Acoustic Vehicle Alerting System (AVAS) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ Agile Handling Assist System (AHAS) ออกตัวบนทางลาดช้น Hill Start Assist (HSA) รักษาทิศทางรถให้วิ่งเป็นเส้นตรง Straight driving steering assist เทคโนโลยีหม้อลมเบรกที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า Electronic Brake Booster (EBB)
เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK)
เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) กล้องมองภาพรอบทิศทาง Multi-View Camera System (MVCS) ในรุ่นท็อป
ล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) และถุงลมนิรภัยรอบคัน 11 จุด (คู่หน้า 2 จุด/ด้านข้างเบาะหน้า 2 จุด/หัวเข่าผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า 2 จุด/ด้านข้างเบาะหลัง 2 จุด/ม่านนิรภัย 2 จุดและตรงกลางเบาะหน้าคนขับ 1 จุด

Honda ZR-V 2026 เพิ่มรุ่นใหม่ 2 รุ่นในเครื่องยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ทั้งรุ่น X, L จากเดิมมีรุ่นท็อป LX และเทอร์โบรุ่น X พร้อมส่งมอบปลายเดือนพฤษภาคม เริ่มต้น $39,900-$51,900 รวมค่าตัวรถและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายในการนำรถลงวิ่งบนท้องถนน (On-road costs) ไว้ทั้งหมดแล้ว ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย (ACCC) หรือราว 939,000- 1,219,000 บาท
ที่มา Carexpert










