SAIC เจ้าของแบรนด์ MG ROEWE และ IM เปิดตัวเอสยูวีหรูรุ่นใหม่ต่อจากอัครเอสยูวี IM LS9 และ IM LS9 HYPER กับ IM LS8

สำหรับ IM LS8 มาในร่างเอสยูวีไซซ์กลางพร้อมนวัตกรรมที่โดดเด่ไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง IM LS9 จากค่าย IM Motors
ภายนอกคล้ายรุ่น LS9

ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า “Star-ring” LED ทรง L-shaped พร้อมแถบไฟ DRL LED พาดยาวต่อเนื่องบนชุดไฟหน้า กระจังหน้าแบบปิด ที่มีช่องระบายอากศทรงสามเหลี่ยมดักลมอยู่ด้านล่าง
ระบบ LiDAR บนหลังคารถ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว มือจับประตูแบบซ่อน กรอบกระจกบริเวณเสา C และ D ออกแบบเป็นรูปตัวแอลยาว ไฟท้าย LED แนวพาดยาว
ล้อแบบ ARMOUR-Like ล้อหลายลายทั้งแบบ ซี่หลายซี่และแบบปัดเงาให้เลือกตั้งแต่ 20 นิ้ว พร้อมยาง 255/55R20 ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยาง 265/45R21 และขนาดใหญ่ 22 นิ้ว พร้อมยาง 265/40R22 โดยมีมิติตัวรถใกล้เคียงกับ LS9 ดังนี้
- ความยาว 5,085 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 2,000 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,807 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 3,060 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวรถเปล่า 2,540-2,620 กิโลกรัม
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
ภายในคล้ายรุ่น LS9

โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การออกแบบโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีจอถึง 3 จอด้วยกันในชุดแผงคอนโซลหน้าเริ่มที่ มาตรวัดความเร็วดิจิทัล และจอสัมผัสส่วนกลางระบบความบันเทิงเป็นจอคู่ติดกันขนาด 27.1 นิ้ว ความละเอียด 5K
ทางด้านฝั่งผู้โดยสารตอนหน้ามีจอเช่นกันดีไซน์เว้าเข้าไปแบบ Mini LED ขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 3K แยกต่างหาก ระบบโต้ตอบ IM Ultra Agent 1.0 ซึ่งใช้โมเดล AI ของ Alibaba ที่ชื่อว่า Qwen เพื่อเพิ่มประสบการณ์การโต้ตอบภายในรถ โดยใช้ชิป Qualcomm 8295P


พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านแบบวงปกติ และ พวงมาลัยแบบครึ่งวง หรือที่เรียกกันว่า Yoke-Style Steering Wheel ติดตั้งตู้เย็นไว้ดับกระหายควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6 ถึง 50 องศาเซลเซียส ขนาด 12.3 ลิตร และลำโพงคุณภาพจาก B&O หรือ Bang & Olufsen 25 จุด
พร้อมความสบายจากเบาะนั่ง 3 แถว 6 ที่นั่งแบบ 2+2+2 โดยเบาะนั่งตอนที่ 2 แบบ Zero Gravity ปรับเอนได้ รองรับฟังก์ชันนวด อุ่นเบาะและเบาะเย็น ยังมีแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งให้เลือก สีภายในให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีน้ำตาล ม่านบังตาแบบไฟฟ้า ระบบลดเสียงรบกวน และระบบทำความร้อนพื้นห้องโดยสาร

ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV หรือ Extended Range Electric Vehicle จากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแปรผัน VGT ขนาด 1.5 ลิตร รุ่น 15FNE ให้กำลัง 155 แรงม้าสำหรับการปั่นไฟ รองรับแพลตฟอร์มแรงดันไฟฟ้า 800V
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมมอเตอร์ล้อหน้า 218 แรงม้า และมอเตอร์ล้อหลัง 313 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ ternary NMC ความจุแบต 66 kWh จาก CATL เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวม 530 แรงม้า แรงบิดรวม 670 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งอีวี 430 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 415 กิโลเมตร (NEDC) โดยวิ่งไกลทุกระบบรวมกัน 1,605 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,548 กิโลเมตร (NEDC) และชาร์จเร็ว DC 10-80% ภายใน 12 นาที
และยังมีรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง 313 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ความจุแบต 52 kWh จาก Jiangsu Zenergy อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งอีวี 335 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 323 กิโลเมตร (NEDC)
ระบบเลีัยว 4 ล้อ

ด้วยช่วงล่างดิจิทัล Lingxi Digital Chassis 3.0 ให้การบังคับเลี้ยวแบบอัจฉริยะ 4 ล้อ ด้วยล้อหลังให้วงเลี้ยวถึง 24 องศา ทำให้มีรัศมีวงเลี้ยว 4.85 เมตร
นอกจากนี้ยังรวมระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ MK C2 ช่วยให้สามารถกู้คืนพลังงานจากการเบรกได้ 100% พร้อมกับระบบช่วงล่างถุงลมแบบห้องคู่ Dual-Chamber ปรับความสูงตัวรถสูงสุด 150 มิลลิเมตร
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS

มาพร้อม LiDAR 520-Line เซนเซอร์ตรวจจับระยะไกลความละเอียดสูงระดับ 520 เส้น และชิป Thor ของ Nvidia ความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติระดับสูงนั้นขับเคลื่อน
โดย Flywheel รุ่นใหญ่ของ Momenta รองรับคุณสมบัติต่างๆ เช่น NOA (Navigation on Autopilot) ในเมืองและบนทางหลวง และฟังก์ชั่นการจอดรถอัตโนมัติ
และหลังจากเปิดราคาไป 60 นาที กวาดยอดจองทะลุ 8,000 คัน IM LS8 เปิดราคาจำหน่าย 4 รุ่นย่อย 249,800-299,800 YUAN หรือราว 1,175,000-1,415,000 บาท ส่งมอบตั้งแต่ 20 เมษายนเป็นต้นไป มีให้เลือก 5 สี ได้แก่
- สีเทา Pamir
- สีดำ Olympus
- สีเงิน Chogori
- สีขาว Alps
- สีเขียว Bled
ที่มา CarNewsChina











