หลังรัฐบาลประกาศเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคมนาคมและเศรษฐกิจไทย ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ถูกจับตามากที่สุดคือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีเป้าหมายคือ ช่วยยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้ แต่โครงการนี้ในปัจจุบันกำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จนล่าสุด มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มีการเปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านโครงการ พร้อมตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อ 50,000 รายชื่อ ซึ่งตอนนี้ทะลุกว่า 100,000 รายชื่อแล้ว

หลังจากรัฐบาลประกาศเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคมนาคมและเศรษฐกิจไทย หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตามากที่สุดคือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่ถูกมองว่าจะช่วยผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการดังกล่าวกำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียง โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จนล่าสุด มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้าน พร้อมตั้งเป้ารวบรวม 50,000 รายชื่อ แต่ล่าสุดตัวเลขพุ่งทะลุไปกว่า 100,000 รายชื่อแล้ว
ประชาชนลงชื่อคัดค้าน ทะลุเป้าในไม่กี่วัน
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ ร่าง พ.ร.บ.SEC รวมถึง โครงการแลนด์บริดจ์ ผ่านเว็บไซต์ stop-sec.com
โดยเริ่มเปิดให้ลงชื่อตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 พร้อมตั้งเป้ารวบรวมรายชื่อให้ได้ 50,000 รายชื่อ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อนำไปยื่นต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการเปิดระบบพบว่ากระแสการคัดค้านโครงการมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนยอดลงชื่อทะลุ 50,000 รายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วประมาณ 101,931 รายชื่อ (วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ) ซึ่งทางมูลนิธิจะยังคงเปิดให้ประชาชนร่วมลงทะเบียนต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตามกำหนดเดิม

โครงการระดับล้านล้าน ที่รัฐบาลเร่งผลักดัน
สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ หรือ โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ช่วงชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่รัฐบาลมีแผนผลักดันมาหลายปี
ปัจจุบัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) และวิเคราะห์รูปแบบการลงทุน
โครงการดังกล่าวประกอบด้วย
- ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ที่แหลมริ่ว จังหวัดชุมพร
- ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ที่อ่าวอ่าง จังหวัดระนอง
- รถไฟรางคู่
- ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)
- ระบบโลจิสติกส์เชื่อมสองฝั่งทะเล
รวมระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร และต้องใช้เงินลงทุนรวมสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท
เป้าหมายพร้อมแผนพัฒนาเมกะโปรเจกต์
เป้าหมายของโครงการนี้ รัฐบาลมองว่า หากสามารถดำเนินการจนเสร็จสิ้น จะช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ลดระยะเวลาขนส่งทางทะเล ลดความแออัดของช่องแคบมะละกา เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโครงสร้างเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ( SEC) กับพื้นที่อุตสาหกรรมหลักฝั่งตะวันออกของไทย (EEC) เข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่ม มูลค่ารวมของสินค้าและบริการทั้งหมด (GDP) ของภาคใต้ จากประมาณ 2% เป็น 10% อย่างน้อย 10 ปี ซึ่งจะสร้างงานได้มากกว่า 200,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศ
ปัจจุบันรัฐบาลเตรียมเร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ.SEC เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการนี้ โดยมีแผนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมเร่งจัดทำ EIA/EHIA ให้เสร็จภายในปี 2570 ก่อนเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างระยะแรกภายในปี 2573
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก พร้อมแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อศึกษาความคุ้มค่าในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการลงทุน ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

โครงการใหญ่ ที่ถูกมองต่าง
แม้ว่ารัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีข้อกังวลจากหลายฝ่าย ทั้งประชาชนในพื้นที่ นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาสังคม นักสิ่งแวดล้อม รวมถึงสื่อมวลชน เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า โครงการอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และอาจสร้างผลกระทบขนาดใหญ่ต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ การประมง การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น
โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.SEC ที่ถูกมองว่าเป็นกฎหมายทางด่วน เพื่อผลักดันแลนด์บริดจ์ และให้อำนาจพิเศษกับคณะกรรมการชุดเล็กในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและปรับแก้กฎหมายบางส่วนได้
ซึ่งในเว็บไซต์ Stop SEC ACT & Land Bridge ของมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมได้มีการสรุปประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายไว้ ได้แก่
1.มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรม
ร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เป็นกฎหมายที่ กำหนดให้พื้นที่ จังหวัดชุมพร ระนองสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยหลายฝ่ายกังวลว่า จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของชุมชนในระยะยาว
2.รวบอำนาจทางกฎหมาย และผูกขาดการตัดสินใจ
โดยร่างกฎหมายดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นการรวมอำนาจไว้กับคณะกรรมการชุดเล็กในชื่อ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ที่สามารถกำหนดทิศทางโครงการ ออกระเบียบ รวมถึงแก้ไขหรือยกเว้นกฎหมายบางส่วนที่ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาได้
ทำให้เกิดความกังวลว่า การตัดสินใจอาจอยู่กับคนบางกลุ่ม และอาจส่งผลต่อสิทธิของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ
3.SEC ทางด่วนของ Land Bridge
ร่างกฎหมาย SEC ถูกมองว่าเป็นกฎหมายสำคัญ ที่จะเปิดทางให้โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง เดินหน้าได้ง่ายขึ้น
โดยโครงการหลักประกอบด้วย
- โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว จ.ชุมพร และโครงการท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่าง จ.ระนอง
- โครงการรถไฟรางคู่
- ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ช่วงท่าเรือชุมพร – ท่าเรือระนอง
เป้าหมายคือ รองรับระบบขนส่งและโลจิสติกส์เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน รวมถึงรองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า โครงการอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากใช้งบลงทุนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และอาจสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่
4.เสี่ยงกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิต
หลายฝ่ายมองว่า พื้นที่ทะเลภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดระนอง ถูกเรียกว่าเป็น ขุมทองอันดามัน ซึ่งเป็นทั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล และเป็นพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพของคนในชุมชนจำนวนมาก
รวมถึงยังสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยวและการประมง ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจท้องถิ่นมาโดยตลอด
แต่ร่างกฎหมาย SEC ถูกมองว่า อาจเปิดทางให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงที่จะกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน โดยหลายฝ่ายกังวลว่า ความเสียหายบางส่วนอาจฟื้นฟูกลับมาได้ยากในระยะยาว
ข้อมูลจาก : matichon.co.th, stop-sec.com, thaipbs.or.th
ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com










