พร้อมลุย! MG4 EV คันแรกจากสายพานการผลิตพบคันจริงที่จีน 5 สิงหาคม

เรียกว่าเป็นการกู้ศรัทธาของค่าย MG กับการเปิดตัว MG4 EV อีวีแฮทช์แบ็กมาแทน MG4 Electric ที่ยอดขายอับโชคในเมืองจีนแต่รุ่งโรจน์ในต่างประเทศ

MGล่าสุดทาง SAIC Motor เปิดสายการผลิตคันแรกที่โรงงานในเมืองหนานจิง ประเทศจีนสำหรับ MG4 EV ด้วยการดีไซน์รอบคันได้แรงบันดาลใจมาจาก MG CYBERSTER

เก๋งท้ายตัดทรงสปอร์ต

ด้วยหน้าตาไม่ต่างจาก MG CYBERSTER และ MG S5 EV

  • สีเด่นสีม่วงอ่อน Donglai Purple
  • กระจังหน้าทรงทึบแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (Active grille)
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED และไฟหน้า LED 3 ดวงเล็กในโคมทรงเรียบง่าย
  • กันชนหน้าทรงสปอร์ตพร้อมช่องระบายอากาศแบ่ง 2 ฝั่งทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคล้าย MG CYBERSTER ประดับด้วยคิ้วชายล่างสีดำใต้กันชนหน้า
  • ด้านข้างมาแบบเสา A ทรงตั้งพร้อมหลังคารถสีดำหรือสีเดียวกับตัวรถให้เลือก
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ หรือ เสาหลังคามาแบบสีขาวและสีเดียวกับตัวรถให้เลือก
  • พอร์ตชาร์จอยู่ที่บังโคลนหน้าด้านซ้าย กระจกมองข้างทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 LED ไฟท้าย LED แนวยาวโดยไฟท้าย 2 ฝั่งมาในลายธงยูเนียนแจ็คแบบ LED
  • กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถและล้ออัลลอยมี 2 ขนาดตั้งแต่ขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 195/60R16 และขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 205/50R17

สร้างจากแพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ออกแบบมาโดยเฉพาะกับรถไฟฟ้าโดยมีมิติตัวรถตั้งแต่

  • ความยาว 4,395 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,842 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,551 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร
  • น้ำหนักรถคาดว่าอยู่ที่ 1,485 กิโลกรัม

MGภายในเรียบง่าย พัฒนาร่วมกันกับ OPPO

  • จอสัมผัสด้วยอินเตอร์เฟซรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน การสะท้อนหน้าจอมือถือไปยังหน้าจอสัมผัสหรือ Mirroring
  • สั่งงานด้วยเสียง
  • สั่งงานด้วยท่าทางหรือการใช้นิ้วสั่ง Gesture Based Navigation
  • แผงคอนโซลหน้าด้วยวัสดุ Soft touch
  • จอมาตรวัดความเร็วสี TFT ลอยตัว
  • จอสัมผัสขนาดใหญ่แบบลอยตัว
  • รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple Car Play และ Android Auto
  • ลำโพง 6 จุด
  • ช่องเสียบ USB-C 2 จุดหน้า และ 1 จุดหลัง
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สาย Wireless Charging 

MG

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 2 ก้านทรงท้ายตัด D-shape มีช่องแอร์เชื่อมต่อกับชุดคอนโซลหน้าอย่างลงตัว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีกรองอากาศ PM 2.5 กระจกมองหลังตัดแสงแบบอัตโนมัติ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อมปุ่ม Push Start เบรกมือไฟฟ้า และ Auto Hold คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งบนเสา ปุ่มการทำงานฟังก์ชันสีเงินโลหะ

เบาะนั่งคู่หน้ามีปรับด้วยไฟฟ้าด้านคนขับปรับ 6 ทิศทางและด้านคนนั่งปรับ 4 ทิศทาง บาะนั่งคนขับมาพร้อมฟังก์ชันอุ่นเบาะและเป่าลมเย็นที่เบาะ เบาะหลังพับได้ 60/40 และ NVH LUXURY SILENCE SPACE เพิ่มฟิล์มกันเสียงและแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดหุ้มเบาะเป็นหนังสังเคราะห์ มาพร้อมกับรูระบายอากาศ ระบบ Intelligent smart access พร้อมระบบปฏิบัติการ i-SMART 3.0

MG

ขุมพลังเป็นไฟฟ้าล้วน

แบบมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังรุ่น TZ180XS1001 ให้กำลัง 163 แรงม้า ให้ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP จาก Rept Battero Energy โดยยังไม่ระบุเรื่องขนาดของแบตเตอรี่ อาจเป็นรุ่นแรกของค่ายที่ใช้แบตเตอรี่แบบกึ่ง Solid-State เป็นมาตรฐานประจำรุ่นคาดวิ่งไกลสุด 800 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 772 กิโลเมตร (NEDC)

พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแบบอิสระแบบแมคเฟอร์สันและด้านหลังแบบไฟว์ลิงก์ รองรับฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่ L2+ ซึ่งรวมถึงระบบนำทางบนทางหลวงด้วยระบบ Autopilot (NOA)

MG

SAIC เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาจำหน่าย ในวันที่ 5 สิงหาคม หลังจากนั้นจะโกอินเตอร์ไปขายต่างประเทศทั้งกลุ่มประเทศ ยุโรป อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงไทยโดยเป็น 1 ใน 13 อีวีรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวทั่วโลกภายใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2025-2027) จับตาเมืองไทยจะนำเข้ามาขายหรือไม่ต้องติดตาม

ที่มา CarNewsChina

ABOUT THE AUTHOR

Bangkok International Motor Show 2026 (บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47)

Latest Posts