Nissan ELGRAND 2026 โฉมจริงเจนใหม่ขายญี่ปุ่นกลางปีนี้ จ่อมาไทย!!

Nissan ELGRAND 2026 เจเนอเรชันที่ 4 เปิดโฉมจริงที่งาน Japan Mobility Show 2025 และพร้อมแล้วที่จะเปิดราคาขายอย่างเป็นทางการ

Nissan ELGRAND 2026

ล่าสุดเว็ป Car Watch เผยภาพโฉมจริงคันจริงของ Nissan ELGRAND 2026 เจเนอเรชันที่ 4 รหัส E53 เปิดตัวใหม่หมดครั้งแรกในรอบ 16 ปี ต่อจากเจเนอเรชันที่ 3 จากกิจกรรมทดสอบให้สื่อมวลชนสายรถยนต์ญี่ปุุ่นหลายสำนักได้ทดสอบกัน

Nissan ELGRAND 2026 รูปร่างหน้าตานำดีไซน์บางส่วนของต้นแบบ Nissan Hyper Tourer สื่อถึงตัวถังที่เรียบลื่น มีเส้นสายที่เฉียบคมโอ่อ่ากลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ ด้านข้างตัวรถมาพร้อมกับเส้นแนวทแยงจากด้านหน้าไปยังบังโคลนหลัง เส้นกลางตัวถังทำหน้าที่เป็นไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมความรู้สึกที่พรีเมียมเหนือระดับ

หรูด้วยตราชื่อ ELGRAND บนขอบฝากระโปรงหน้า ถัดลงมาเป็นกระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้า ส่วนบนจะเป็นแถบไฟ DRL แบบ LED เส้นสีขาวแนวนอนคาดยาวพร้อมชุดไฟหน้า LED เป็นลายเกล็ดที่ให้ความสว่างชัดมากขึ้นด้านล่างเป็นช่องระบายอากาศสีดำในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED

Nissan ELGRAND 2026

ด้านข้างมาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบคู่ หลังคารถรูปทรงเป็นหนึงเดียว เสาอากาศครีบฉลามคุ่ คิ้วขอบกระจกแนวโครเมียมตกแต่งสีตามตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน พร้อมประตูสไลด์ 2 ฝั่ง เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า คิ้วชายล่างกลมกลืนกับล้ออัลลลอยสีดำเข้มขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 235/60R18 จาก Yokohama Rubber’s “ADVAN V61”

Nissan ELGRAND 2026

ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แนวยาวพาดฝาท้ายบ่งบอกถึงความสง่างามลักชัวรีพร้อมสปอยเลอร์หลังทั้งชิ้นกลมกลืนกับฝาท้ายอย่างลงตัวและเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

เมื่อเทียบกับ ELGRAND เจนที่แล้วรหัส E52 พบว่าเจนใหม่ยาวกว่าเดิม 30 มิลลิเมตร กว้างกว่าเดิม 45 มิลลิเมตร สูงกว่าเดิม 160 มิลลิเมตร และเทียบกับ ALPHARD/VELLFIRE พบว่าเจนใหม่ยาวเท่ากันแต่ความกว้างๆกว่า ALPHARD  45 มิลลิเมตร สูงกว่ากว่า ALPHARD 40 มิลลิเมตร โดยมีมิติดังนี้

  • ความยาวตั้งแต่ 4,995 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,975 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 3,000 มิลลิเมตร

Nissan ELGRAND 2026Nissan ELGRAND 2026

Nissan ELGRAND 2026

ภายในห้องโดยสารมอบบรรยากาศระดับพรีเมียมแบบเลานจ์ 7 ที่นั่ง ผู้โดยสารแถว 2 จะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ Captain Seat แบบ Zero Gravity รวมถึงการใข้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูงและให้สัมผัสคล้ายกับหนัง NAPPA

พร้อมการตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์ ลายไม้โรสวูด พร้อมลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุมิโกะบนแผงประตูและเบาะนั่ง ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งสีม่วงและสีน้ำเงิน สะท้อนถึงความสง่างามอันมีชีวิตชีวาในสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 3 พับได้แบบ 50/50 แขวนติดเสา

Nissan ELGRAND 2026 Nissan ELGRAND 2026

Nissanเสริมความสมบูรณ์แบบด้วยจอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ ที่ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน พร้อมจอคู่หลังพนักพิงศีรษะด้านหน้าขนาด 12.8 นิ้ว

นอกจากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเซอร์ราวด์ 3 มิติอันสมจริง และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 สี ส่องสว่างอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แผงหน้าปัดไปจนถึงประตู มอบความรู้สึกโอบล้อมผู้โดยสาร

มีที่ชาร์จมือถือไร้สาย เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ climate control พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง เบรกมือไฟฟ้ากับ auto-hold ช่องเสียบ USB Type-C

Nissan ELGRAND 2026

ขุมพลังใหม่ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบขับเคลื่อนกำลังไฟฟ้าเป็นโมดูลาร์แบบ 5-in-1 เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า ให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

โดย 5-in-1 เป็นส่วนประกอบหลัก 5 อย่างที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนเรเตอร์ อินเวอร์เตอร์ ตัวลดรอบ และระบบเกียร์ ไว้ในตัวเครื่องขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา

จากขนาด 1.5 ลิตร เบนซินเทอร์โบ รหัส ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ สำหรับปั่นไฟให้กำลัง 158 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 205 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร

กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโดย Nissan เคลมว่าเมื่อทำงานร่วมกันจะให้แรงบิดสูงสุดมากกว่า 500 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ล้อหลัง และให้กำลังวังชาเหนือกว่าเครื่องยนต์เดิม 3.5 ลิตร V6 และสามารถเติมเบนซินธรรมดาได้นอกจากพรีเมียม

Nissan ELGRAND 2026

โดยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรพัฒนาใหม่ด้วยการใช้แนวคิดการเผาไหม้ STARC ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบและประสิทธิภาพความร้อนได้ถึง 42%

เครื่องทำงานได้เงียบและมีประสิทธิภาพแม้ที่ความเร็วต่ำ ยังใช้เทอร์โบลูกใหม่ขนาดใหญ่และอัตราส่วนการลดรอบสุดท้ายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด จึงสามารถลดความเร็วรอบเครื่องยนต์ที่ความเร็วสูงได้ประมาณ 200 รอบต่อนาที การบำรุงรักษาตามระยะทางด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยืดอายุการใช้งานมากขึ้นเป็นทุกๆ 20,000 กิโลเมตร (เดิม 15,000 กิโลเมตร) และยังใช้น้ำมันเครื่องเกรด 0W16 ช่วยลดแรงเสียดทานของเครื่องยนต์

Nissan ELGRAND 2026

มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ปรับปรุงใหม่ล่าสุด ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการควบคุม และให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในทุกสภาพถนน แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยลดการส่ายของรถขณะเร่ง และลดความเร็ว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการเมารถของผู้โดยสาร พร้อมการขับขี่ 6 โหมด ทั้ง

  • โหมด Comfort
  • โหมด Sport
  • โหมด Standard
  • โหมด Personal
  • โหมด ECO
  • โหมด Snow

Nissan ELGRAND 2026

สำหรับผู้ขับขี่ ระบบจะใช้ประโยชน์จากแรงบิดของมอเตอร์ด้านหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน และเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบช่วงล่างอัจฉริยะแบบไดนามิก หรือ Intelligent Dynamic Suspension สามารถช่วยลดการโคลงของตัวถัง และรักษาตำแหน่งการทรงตัวให้คงที่ เสริมให้การขับขี่นุ่มนวล

มาพร้อมกับระบบ ProPILOT รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับการควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีระบบ ProPILOT 2.0 ที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และระบบช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

Nissan ELGRAND 2026

Nissan ELGRAND เจนใหม่เตรียมขายจริงที่ญี่ปุ่นช่วงกลางปี 2026 (เดือนมิถุนายน-สิงหาคม) และมีแนวโน้มที่จะขายไทย

ที่มา Carwatch 

ที่มาภาพ Tsuyoshi Yasuda

 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts