หลังจากที่ Nissan ประกาศแผนธุรกิจระยะยาวด้วยการส่งรุ่นใหม่รวมถึงงัดเทคโนโลยี Ai เข้ามา ทำให้เป็นที่สนใจของสาวกเพื่อนที่แสนดี

โดยแบ่งกลุ่มไลน์อัพรถยนต์ถึง 4 กลุ่มทั้ง
- Heartbeart โมเดลระดับตำนานขายตัวตนและ ล้ำสมัย
- Core โมเดลที่ขายได้อย่างต่อเนื่องมั่นคง ขายทั่วโลก
- Growth โมเดลสำหรับตลาดแปลกแหวกแนว
- Partner โมเดลที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร
ลดโมเดลจำหน่ายเหลือ 45 รุ่น จากเดิม 56 รุ่น โดย 11 รุ่นเตรียมตัดออกจากสารระบบเพราะเป็นรุ่นที่ยอดขายและกำไรต่อคันน้อยมากและยังย่นระยะเวลาการพัฒนารถโมเดลใหม่และรุ่นปรับโฉมให้สั้นลงประเดิมด้วย Nissan X-TRAIL เจนใหม่ Nissan JUKE EV Nissan SKYLINE และ Nissan XTERRA แล้ว
มีอีก 3 รุ่นจากการพัฒนาร่วมกันของกลุ่ม Dongfeng Nissan และ Zhengzhou Nissan ส่งขายนอกเมืองจีนทั้งกลุ่ม ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา อาเซียน และโอชิเนียเช่น ออสเตรเลีย เริ่มที่
Nissan NX8

เอสยูวีไซซ์กลางประกอบที่โรงงานในเขตหัวตู่ เมืองกว่างโจว ตั้งแต่กระจังหน้าทรงรูปตัววีแบบทึบหรือ V-Motion พร้อมกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า สร้างจากแพลตฟอร์ม Dongfeng Nissan’s new energy architecture (TIANYAN Architecture 2.0)
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เริ่มที่รุ่นแพลตฟอร์มแรงดันสูง 400V กับความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 73 kWh จาก SUNWODA ให้กำลัง 292 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 7.1 วินาที วิ่งไกลสุด 580 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 560 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 3C 30-80% ภายใน 12 นาที และ 10-80% ภายใน 17 นาที
รุ่นแพลตฟอร์มแรงดันสูง 800V ความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 81 kWh จาก CATL ให้กำลัง 340 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร
ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.7 วินาที วิ่งไกลสุด 630 และ 650 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 608 และ 627 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC แบบ 5C 30-80% ภายใน 10 นาที และ 10-80% ภายใน 12 นาที

ขุมพลังแบบ Extended Range Electric Vehicle หรือ e-Power แบบ ปลั๊กอินไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบรหัส NR15T ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 148 แรงม้า แรงบิด 225 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง 265 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พ่วงชุดแบตเตอรี่แบบเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ทั้งขนาด 21.1 kWh จาก Ruipu Lanjun กับ 20.3 และ 43.2 kWh จาก CATL วิ่งอีวีไกลสุด 150 และ 310 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 145 และ 299 กิโลเมตร (NEDC)
เมื่อวิ่งไกลรวมกันทุกระบบได้ 1,320 และ 1,450 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 1,273 และ 1,399 กิโลเมตร (NEDC) ชาร์จ DC 3C 30-80% ภายใน 16.8 กับ 19.8 นาที และ 10-80% ภายใน 23.6 และ 23.7 นาที
Nissan N7

เก๋งไซซ์เดียวกับ Nissan TEANA หรือ Nissan ALTIMA จากต้นแบบ Nissan Epoch เพื่อคนที่ใช้ชีวิตในเมือง ชานเมือง ทีมีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบสินค้าที่มีดีไซน์และเทคโนโลยี
มาพร้อมแนวคิดของการใช้ AI และ Internet of Things (IOT) รวมถึงผู้ช่วยส่วนตัวเสมือนจริงที่ช่วยทำให้ชีวิตง่าย และสะดวกสบายยิ่งขึ้นผ่านการสื่อสารที่คำนึงถึงอารมณ์ของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
จากสถาปัตยกรรมแรงดันแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า 400 V ที่เลือกได้ 2 แบบ ทั้งรุ่นเริ่มต้นด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP 58 kWh ให้กำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 305 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า TZ200XS3JD วิ่งไกล 525-540 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 506-521 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 6.8 วินาที

รุ่นท็อปด้วยความจุแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LFP 73 kWh ให้กำลัง 272 แรงม้า แรงบิด 305 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง TZ200XS3JD วิ่งไกล 625-635 กิโลเมตร (CLTC) หรือ 603-613 กิโลเมตร (NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 5.8 วินาที ทั้งคู่ชาร์จได้ทั้ง DC 10-80% ภายใน 19 นาที และ 30-80% ภายใน 14 นาที และชาร์จ AC
Nissan Frontier PRO
อีกรุ่นจาก Zhengzhou Nissan ฝาแฝดของ Zhengzhou Nissan Z9 ในร่างกระบะ 4 ประตู ดุดันด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ทรงทึบติดตราโลโก้ Nissan เรืองแสง พร้อมชุดไฟหน้า LED ทรงรูปตัวที พร้อมไฟ DRL แบบ LED แบ่งช่องกลาง 3 ช่อง ทำให้นึกถึง Nissan BIGM D21 ปี 1997 ขึ้นมาทันที กันชนหน้าเสริมการ์ดสีเข้มเสริมหล่อแกร่งขึ้น
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดจากเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 147 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 212 แรงม้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังรวม 410 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร โดยโหมดอีวีล้วนวิ่งไกลสุด 135 กิโลเมตร (NEDC)
ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All Wheel Drive พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมดทั้ง Hybrid, Pure electric, Performance และ Snow มีล็อกเฟืองท้ายหลังรองรับการลากจูงสูงสุด 2,800 กิโลกรัมระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ด้านหน้าและด้านหลังแบบ 5 LINK
พร้อมระบบถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถยนต์ไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆหรือ Vehicle-to-load (V2L) มากถึง 6 kW และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS 28 รายการ
ทั้ง 3 รุ่นค่าย Nissan เตรียมขายออสเตรเลียเวอร์ชันพวงมาลัยขวาเร็วๆนี้ และจะมีรถใหม่เซตใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแม้มีเรื่องมาฐานการปล่อยมลพิษ หรือ NVES เข้ามา
และมีรุ่นอื่นๆตามมาโดยพาร์ทเนอร์จีนทั้ง Dongfeng Nissan และ Zhengzhou Nissan หลากหลายโมเดลอีก 10 รุ่นใน 4 ปี เปิดไปแล้ว 5 รุ่น เหลืออีก 5 รุ่นจะตามมาในอีก 1 ปีครึ่ง ด้านเมืองไทยจะได้อานิสงส์นี้หรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา Carexpert













