Porsche 911 GT3 RS รุ่นพิเศษจากแผนก Sonderwunsch เนรมิต 911 GT3 RS ในเฉดสี Macadamia Metallic พร้อมงานคาร์บอนไฟเบอร์สีน้ำตาล และภายในหนัง Truffle Brown แบบจัดเต็ม ซึ่งหาไม่ได้จากรถในสายการผลิตปกติ

ไฮไลต์ความพิเศษ
-
GT3 RS คันนี้เลือกใช้คาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสมเม็ดสีน้ำตาลบนฝากระโปรงหน้าและหลังคา
-
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังสี Truffle Brown ตัดสลับกับดีเทลสีส้ม Pastel Orange
-
ล้อแม็กทำสีน้ำตาลเข้ากับตัวรถ พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีส้มโดดเด่น

เดิมทีมักจะเป็นรถในครอบครองของนักสะสม ตัวยงที่รู้ซึ้งถึงรหัสแรงนี้ดี แต่ในเจเนอเรชัน 992 ฐานแฟนคลับกลับขยายตัวขึ้นอย่างมาก ด้วยดีไซน์แอโรไดนามิกที่ดุดันและกระแสในโซเชียลมีเดียที่ทำให้โมเดลระดับตำนานนี้กลายเป็นรถกระแสหลักที่ใครๆ ก็อยากได้
แม้ GT3 RS ทุกคันที่ออกจากโรงงานจะมีความพิเศษในตัวอยู่แล้ว แต่คันนี้ “เหนือ” ไปอีกขั้น นี่คือผลงานความร่วมมือระหว่าง Porsche Centre Geneva และแผนกตกแต่งพิเศษ Sonderwunsch ใน Zuffenhausen ที่เลือกใช้โทนสีซึ่งหาได้ยากมากบนตัวถัง 911 ยิ่งกับรหัส RS ด้วยแล้ว แทบจะไม่มีใครกล้าทำ

ภายนอก: ความหรูหราที่แฝงความดุดัน
สีตัวถังภายนอกคือสี Macadamia Metallic จากโปรแกรม Paint to Sample (PTS) ซึ่งเป็นสีน้ำตาลเข้มที่จะประกายสีเงินออกมาเมื่อกระทบแสงแดดโดยตรง
-
Brown Carbon Fiber: ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์โชว์ลายถูกเคลือบด้วยเรซิ่นผสมเม็ดสีน้ำตาล ทั้งในส่วนของฝากระโปรงและหลังคา
-
ดีเทลสีส้ม: เพิ่มลูกเล่นด้วยวงแหวนสีส้ม Pastel Orange ภายในชุดโคมไฟหน้า LED รมดำ รวมถึงใต้ปีกหลัง (Rear Wing) และแผ่นปิดข้างสปอยเลอร์ (End Plates)
-
ช่วงล่าง: ล้อแม็กถูกพ่นสีเดียวกับตัวรถ (Macadamia Metallic) ตัดกับคาลิปเปอร์เบรกสีส้มที่ดูตัดกันอย่างลงตัว
ภายใน: นิยามใหม่ของรถแข่งสายหรู
ห้องโดยสารผ่านการประณีตไม่แพ้ภายนอก โดยการประโคมหนังสี Truffle Brown ลงไปในเกือบทุกจุด พร้อมตัดขอบด้วยการกุ๊นขอบ (Piping) และเดินด้ายเย็บสีส้ม Pastel Orange รวมถึงที่ดึงประตู, ช่องแอร์ และแถบมาร์ก 12 นาฬิกาบนพวงมาลัย ส่วนชายบันไดคาร์บอนไฟเบอร์ประทับตรา Sonderwunsch เพื่อเตือนให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ Porsche ทั่วไป
แม้จะไม่มีการเปิดเผยราคาของออปชันสั่งทำพิเศษเหล่านี้ แต่บอกได้เลยว่า “ไม่เบา” แน่นอน อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มีกำลังซื้อ 911 GT3 RS ป้ายแดงได้ การจ่ายเพิ่มเพื่อความยูนีคระดับนี้คงไม่ใช่ปัญหา เพราะรถที่ล้ำขนาดนี้สมควรที่จะได้รับความสนใจพอๆ กับ Hypercar ระดับ 1,000 แรงม้าเลยทีเดียว
Source: Carscoops











