ราคาผ่อน – ดาวน์ 2024 MG4 Electric ทุกรุ่น ผ่อนเริ่มต้น 9,208 บาท

ราคาผ่อน – ดาวน์ 2024 MG4 Electric รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 3 รุ่นย่อย ประกอบในประเทศไทย ค่าตัวอยู่ที่ 709,900 – 889,900 บาท ระยะทางวิ่งไกลสูงสุด 540 กิโลเมตร

ราคา 2024 MG4 Electric 

  • รุ่น Standard Range D ราคา 709,900 บาท (ส่งมอบตั้งแต่ เมษายน)
  • รุ่น Standard Range X ราคา 809,900 บาท (ส่งมอบตั้งแต่ เมษายน)
  • รุ่น Long Range V ราคา 889,900 บาท (ส่งมอบตั้งแต่ มิถุนายน)

ดีไซน์ภายนอก

  • ออกแบบตัวรถใหม่ดีไซน์ AVANT-GARDE INDUCTIVE DESIGN
  • ไฟหน้าดีไซน์หกเหลี่ยม LED GALAXY TECHNOLOGY MATRIX HEADLIGHTS พร้อมไฟ DRL แบบ LED
  • กระจังหน้า ดีไซน์ ‘shark-nosed’ เส้นแนวตั้ง 2 เส้น Fins รวมอยู่ด้วย โดยรวมด้านหน้ามาในแบบรูปตัว X
  • ไฟท้าย LED ลาย CGYNUS SYMBOL DECORATIVE LIGHT
  • หลังคาแบบทูโทน พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ TWIN ARROW WING
  • กันชนหลังทรงสปอร์ต
  • ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ในรุ่น STANDARD RANGE ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R17 และรุ่น LONG RANGE ด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลายเดียวกับรุ่น X POWER พร้อมยาง 235/45R18
  • ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • Adaptive Grille ที่สามารถปรับองศาให้สอดคล้องกับความเร็วได้
  • ความยาว 4,287 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,836 มิลลิเมตร ความสูง 1,516 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มิลลิเมตร

NEW MG4 ELECTRIC เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ดีไซน์มาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ กับความสามารถในการนำไปปรับใช้ร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้าได้ครอบคลุมหลากหลายเซกเมนต์ หลายขนาด ตั้งแต่รถแฮทช์แบ็ค ซีดานไปจนถึงรถ SUV รวมถึงรองรับแบตเตอรี่หลากหลายความจุ

ดีไซน์ภายใน

  • คอนโซลกลาง FLOATED CENTRAL CONTROL PLATFORM พร้อมอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless charger)
  • ดีไซน์พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง
  • พวงมาลัย ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Dual Screen แบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi-function Display)
  • ลำโพง 6 จุด
  • ช่องจ่ายไฟ Power Outlet 12V
  • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ สมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย ในรุ่น STANDARD RANGE และ LONG RANGE
  • พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE A และ C
  • ระบบกรองอากาศ PM2.5
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งด้านหลังพนักพิง ปรับ 60:40
  • โหมด Intelligent Smart Access เมื่อผู้ขับขี่อยู่ในตำแหน่งคนขับ เพียงเหยียบเบรกระบบการทำงานของรถจะสตาร์ทอัตโนมัติ

ฟังก์ชั่นเพิ่มเติมของรุ่น STANDARD RANGE และ LONG RANGE

  • หน้าจอสีระบบสัมผัสปรับให้ใหญ่ขึ้นจาก 10.25 นิ้ว เป็นขนาด 12 นิ้ว
  • เพิ่มความสะดวกในการใช้งานกับ ช่องวางแก้วด้านข้างประตู
  • เพิ่มราวมือจับสำหรับผู้นั่งโดยสาร (Assist Grip) 3 ตำแหน่ง

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART

  • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ที่ครอบคลุมระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ ไปจนถึงการค้นหาสถานีชาร์จ โดยล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ BATTERY DOCTOR บนแอพพลิเคชั่น MG THAILAND บันทึกและวิเคราะห์ พฤติกรรมการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน ท้ายที่สุด ยังช่วยให้การเชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ง่ายยิ่งขึ้นด้วยระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)

ขุมพลังไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตรที่ 1,000-3,500 รอบต่อนาที

  • รุ่น Standard Range D กับ X จากความจุแบตเตอรี่ 49 kWh (เดิม 51 kWh) วิ่งไกลสุด 423 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (เดิม 425 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง)

ระบบการชาร์จ 2 รูปแบบ รองรับทั้งแบบ ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge DC กระแสตรงชาร์จไฟฟ้าจาก 10%-80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที รองรับการชาร์จสูงสุด 88 kWh ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge AC กระแสสลับ ผ่าน MG HOME CHARGER 0%–100% ใช้เวลาประมาณ 8.30 ชั่วโมง รองรับการชาร์จสูงสุด 6.6 kW

  • รุ่น Long Range V แรงม้าแรงบิดเท่ากัน จากความจุแบตเตอรี่ 64 kWh วิ่งไกลสุด 540 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ระบบการชาร์จ 2 รูปแบบ รองรับทั้งแบบ ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge DC กระแสตรงชาร์จไฟฟ้าจาก 10%–80% ใช้เวลาประมาณ 26 นาที รองรับการชาร์จสูงสุด 140 kWh ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge AC กระแสสลับ ผ่าน MG HOME CHARGER 0%–100% ใช้เวลาประมาณ 9.45 ชั่วโมง รองรับการชาร์จสูงสุด 6.6-11 kW

ทุกรุ่นมาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, CUSTOM และ SNOW คู่กับเกียร์อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ในขณะชะลอรถ 4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE)

ชุดแบตเตอรี่จะใช้เทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY จัดเรียงเซลล์แบบแนวนอน ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีด้วยระบบ LIQUID COOLING SYSTEM ตามมาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น ง่าย สะดวกสบาย รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

ความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System 26 ระบบ

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) เฉพาะรุ่น Standard Range X และรุ่น Long Range V
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System)
  • ผสานรวมระบบ LDP (Lane Departure Prevention) LKA (Lane Keep Assist)
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
  • ช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 จุด
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (Follow Me Home)
  • ควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ป้องกันล้อหมุนฟรีกับควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist)
  • สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • กล้องมองภาพด้านหลัง พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ในรุ่น Standard Range D

ประกอบไทยมีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี

  • สีส้ม (Fizzy Orange)
  • สีขาว (Arctic White)
  • สีเทา (Andes Grey)
  • สีดำ (Black Knight)
  • เฉพาะสีฟ้า (Brighton Blue) มีในรุ่น Standard Range X และรุ่น Long Range V พร้อมหลังคาแบบทูโทน (Blacktop) ในรุ่น Standard Range X และรุ่น Long Range V

ราคาผ่อน – ดาวน์ 2024 MG4 Electric ทุกรุ่น


 

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts