อลังการงานสร้าง! Rolls-Royce Spectre Series II ใหม่ ซ่อนไฟ LED ดวงจิ๋ว 8,108 ดวง บนแดชบอร์ด

Rolls-Royce เผยโฉม Spectre Series II ยนตรกรรมคูเป้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดระดับ Ultra-Luxury เจเนอเรชันล่าสุด มาพร้อมการอัปเกรดเซลล์แบตเตอรี่ใหม่ให้มีความจุเพิ่มขึ้น และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังกว่าเดิม โดยรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 671 แรงม้า

Rolls-Royce Spectre Series II  Rolls-Royce Spectre Series II

หลังจากการเปิดตัว Spectre สู่สายตาโลกได้ราว 4 ปี Rolls-Royce ก็ได้เวลาส่งโมเดลปรับปรุงใหม่ในรหัส “Series II” บุกตลาดอย่างเป็นทางการ โดยการกลับมาครั้งนี้เน้นไปที่การปรับปรุงงานดีไซน์ภายใน ขุมพลังที่จัดจ้านขึ้น และที่สำคัญคือ “ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้นอย่างชัดเจน”

Rolls-Royce Spectre Series II

ทว่าในส่วนของงานดีไซน์ภายนอก อภิมหาคุปรุ่นนี้กลับเลือกที่จะไม่ปรับโฉม (Facelift) ให้หวือหวาเพื่อรักษาความคลาสสิก โดยจุดต่างภายนอกมีเพียงการเพิ่มสีตัวถังใหม่ สีฟ้า Ethereal Blue และล้อฟอร์จขนาด 23 นิ้วลายใหม่ ที่เลือกสไตล์ได้ทั้งแบบปัดเงาบางส่วนหรือปัดเงาทั้งวง

แต่สำหรับรหัสแรงอย่าง Spectre Black Badge จะขยับความดุดันไปอีกขั้น ด้วยชุดแต่ง “Iced Black Exterior Detailing” เปลี่ยนชิ้นส่วนโครเมียมรอบคันให้กลายเป็นสีดำด้าน มอบภาพลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

ห้องโดยสารล้ำสมัย พร้อมออปชัน Bespoke สุดขีดจำกัด

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร ตัวรถเปลี่ยนมาใช้แผงแดชบอร์ดเจเนอเรชันใหม่พร้อมหน้าจอ Infotainment แบบ Widescreen ขนาดใหญ่ โดยไฮไลต์อยู่ที่งานศิลปะบนแผงคอนโซลหน้า “Illuminated Fascia” ลวดลายคลื่นแบบทิศทาง ซึ่งประกอบขึ้นจากแสงไฟดวงจิ๋วลักษณะคล้ายพิกเซลจำนวนมากถึง 8,108 ดวง ควบคู่กับนาฬิกาอนาล็อกดีไซน์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมาตรวัดของเครื่องบิน

นอกจากนี้ Rolls-Royce ยังขยายคลังแสงแห่งความหรูหราด้วยการเพิ่มวัสดุตกแต่งใหม่ๆ เข้าไป หนึ่งในนั้นคือผ้า “Duality Twill” ซึ่งเป็นผ้าใยสังเคราะห์ (Rayon) ที่ทำมาจากต้นไผ่ (Bamboo) ถือเป็นวัสดุรักษ์โลกที่ผ่านการปักลวดลายอย่างประณีตสะท้อนถึงการถักทอของเชือกบนเรือยอชต์หรู มีให้เลือก 4 เฉดสีหลัก คือ ดำ (Black), ช็อคโกแลต (Chocolate), ไลแลค (Lilac) และเซจ (Sage) โดยงานปักผ้า Duality Twill นี้สามารถลงฝีเข็มได้มากถึง 2.6 ล้านฝีเข็ม ใช้ด้ายยาวรวมกว่า 16 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาในการสรรค์สร้างสูงถึง 25 ชั่วโมงต่อคัน

หากยังไม่พอ ลูกค้าสามารถเลือกออปชันเบาะหนัง “Placed Perforation” ที่ใช้การฉลุรูด้วยความแม่นยำสูงจนเกิดเป็นรูปภาพงานศิลปะ ตัวอย่างเช่น ลวดลายก้อนเมฆใต้แสงจันทร์ (Clouds in Moonlight) ที่ต้องฉลุรูที่มีขนาดแตกต่างกันถึง 3 ขนาด รวมทั้งหมด 78,138 รู ลงบนพนักพิงและหมอนรองศีรษะ ปิดท้ายด้วยตัวเลือกคอมบิเนชันใหม่อย่างลายไม้ Brindled Walnut เคลือบเงาแบบ High Gloss ที่มีการผสมผงเศษแก้วละเอียดลงไปในเนื้อเคลือบ ช่วยให้ลายไม้มีความระยิบระยับยามต้องแสง

อัปเกรดขุมพลังและแบตเตอรี่: วิ่งไกลขึ้น แรงสะใจขึ้น

ด้านสมรรถนะ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual-Motor AWD) ในรุ่นมาตรฐาน ได้รับการอัปเกรดพละกำลังขึ้นไปอยู่ที่ 593 แรงม้า (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าที่มี 577 แรงม้า) พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 1,015 นิวตัน-เมตร (จากเดิม 900 นิวตัน-เมตร) ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที

และด้วยการเคลมเรื่อง เทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ที่ผ่านการคำนวณสถาปัตยกรรมใหม่” ทำให้ความจุรวมของแบตเตอรี่ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 112.4 kWh ส่งผลให้ระยะทางการขับขี่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 18% โดยในรุ่นมาตรฐานสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 628 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน WLTP) อีกทั้งยังลดเวลาชาร์จลงได้ 14% โดยรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charge สูงสุด 195 kW สามารถอัดประจุจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 28 นาที

สำหรับสายฮาร์ดคอร์ ตัวท็อปอย่าง Black Badge Spectre Series II จะถูกจูนอัปจนปล่อยพลังออกมาได้สูงถึง 671 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลระดับ 1,100 นิวตัน-เมตร กระชากร่างยักษ์จาก 0-96 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.1 วินาทีเท่านั้น ครองตำแหน่งหนึ่งในรถยนต์ Rolls-Royce ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่โรงงานกู๊ดวูดเคยสร้างมา

Source: Carscoops

ABOUT THE AUTHOR

Latest Posts