ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 1966 เป็นต้นมา Toyota Corolla ได้โลดแล่นบนท้องถนนทั่วโลกกว่า 150 ประเทศจนมียอดขายสะสมมากกว่า 57 ล้านคัน ผ่านมา 11 เจน

และเพื่อเป็นการฉลองแซยิดครบรอบ 60 ปี ของ Toyota Corolla จึงเปิดตัวรุ่นพิเศษสำหรับตลาดญี่ปุ่นกับ Toyota Corolla Active Sport มาทั้งเวอร์ชัน Sedan และ Touring เจเนอเรชันที่ 12
แต่งสปอร์ตรอบคัน

เริ่มที่รุ่น Corolla Active Sport โดดเด่นด้วยกันชนหน้าและคิ้วชายล่างตัวถังด้านข้างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษในสีเดียวกับตัวรถ ส่วน Corolla Touring Active Sport โดดเด่นด้วยกันชนหน้าและคิ้วชายล่างด้านข้างตัวถังสีดำที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

โดยทั้ง 2 รุ่น ติดสติกเกอร์โลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี (บนบังโคลนหน้าทั้งสองข้าง) ล้ออัลลอยสีดำเข้มขนาด 17 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อตราสามห่วงสีเงินพื้นหลังสีดำ พร้อมยาง 225/45 R17 นอกนั้นคงเดิมทั้ง ช่องระบายอากศจากรังผึ้งกลายเป็นสีดำแนวนอน ไฟหน้า Full LED กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะ Corolla และไฟท้าย LED
ภายในแต่งพิเศษ



ด้วยเบาะนั่งสปอร์ตหุ้มหนังด้านหน้าสีเทาและดำในรุ่น Corolla Active Sport และเบาะนั่งสปอร์ตหุ้มหนังด้านหน้าสีดำและเทาเข้มในรุ่น Corolla Touring Active Sport ติดตั้งแผ่นวัสดุบุเบาะเสริมความนุ่มและช่วยลดการเกิดไฟฟ้าสถิต รวมถึงตราโลโก้ฉลองครบรอบ 60 ปี บนแผงคอนโซลหน้าหุ้มหนังสัมผัสฝั่งคนนั่ง แป้นคันเร่งและเบรกสีเงินอะลูมิเนียม และแผ่นพรมปูพื้นลวดลายพิเศษเฉพาะรุ่น

พร้อมออปชันเดิมๆทั้งมาตรวัดแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว สามารถปรับแต่งได้หลากหลายสไตล์ปรับได้ตามความชอบกับหน้าจอ 4 สไตล์ Casual, Smart, Tough, Sporty และมาตรวัดเรืองแสงแบบจอสี TFT พร้อม MID 7 นิ้ว จอสัมผัสลอยขนาดใหญ่ขึ้นเลือกได้ทั้งขนาด 10.5 นิ้ว เชื่อมต่อ WIFI ระบบนำทาง Apple Car Play และ Android Auto
Qi wireless charging สำหรับชาร์จมือถือแบบไร้สาย จอแสดงข้อมูลเหนือคอนโซลหน้า Head-Up Display เบาะหลังพับได้ 60/40 พร้อมที่วางแขนกับที่วางแก้วน้ำ Dual Zone A/C ระบบปรับอากาศอัตโนมัติสามารถปรับอุณหภูมิสำหรับผู้โดยสารซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง ช่องเสียบปลั๊กไฟขนาด AC 100V, 1500W ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า USB-C 4 จุด และ USB-A 1 จุด
ปุ่ม Smart Entry ที่ประตูผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อม Push Start เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ไฟสร้างบรรยากาศภายใน Ambient Light เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง 3 ก้านปรับได้ 4 ระดับ
ขุมพลังฟูลไฮบริด

ด้วยเบนซินขนาด 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE พัฒนาให้มีเรี่ยวแรงมากขึ้น 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที
จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้ารุ่น 1VM 95 แรงม้า แรงบิด 185 นิวตันเมตร และหลังสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four รุ่น 1WM 41 แรงม้า แรงบิด 84 นิวตันเมตร ได้แรงม้ารวม 140 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ที่มีแรงดันไฟฟ้า 207.2 V จำนวนเซลล์ 56 ความจุไฟฟ้า 4 Ah ( ความจุแบตเตอรี่ 0.83 kWh)
คู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Paddle Shift โหมดการขับขี่ 5 โหมดทั้ง “Eco”, “Normal”, “Sports”, Comfort” และ “Sports S + เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four พร้อมช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ พัฒนาใหม่ ปรับจูนใหม่เพื่อการเกาะถนนที่มั่นคงขึ้นในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense มีครบ

- เตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติแบบตรวจจับคนข้ามถนนได้ Pre-Collision System (PCS) with Pedestrian Detection and daytime cyclist detection เพิ่มฟังก์ชันช่วยตรวจจับรถยนต์ นักปั่นจักรยาน คนเดินถนน และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์
- ควบคุมระยะห่างและความเร็วแปรผันตามทุกช่วงความเร็วด้วยเรดาร์ DRCC (Dynamic Radar Cruise Control) แบบ All-speed และ Stop & Hold
- ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist (LKA)
- ช่วยรักษาช่องทางวิ่ง Lane Tracing Assist (LTA)
- แจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA)
- ไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะและช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน Auto High Beam (AHB)
- จดจำป้ายจราจร Road Sign Assist (RSA)
- ตอบสนองต่อความผิดปกติของผู้ขับขี่ Driver Anomaly Response (DAR)
- ช่วยขับขี่เชิงรุก Proactive Driving Assist (PDA)
- เตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM)
- ช่วยเตือนเมื่อมีรถขับมาด้านข้างขณะที่ผู้ขับขี่เปิดประตูลงรถ Safe Exit Assist (SEA)
- ช่วยเตือนขณะจอดรถ พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ Parking Support Brake (PKSB)
- แจ้งเตือนการเข้าใกล้ของยานพาหนะ Vehicle approach warning (VAW)
- กล้องบันทึกภาพหน้า-หลัง
- กุญแจดิจิทัล

Toyota Corolla Active Sport ทั้งรุ่น Sedan และ Touring มาพร้อม 3 สีทั้ง สีขาวมุก Platinum White Pearl Mica สีดำ Neutral Black และสีทูโทน สีเทาเข้ม Ash Grey หลังคาสีดำ Neutral Black เฉพาะรุ่น Touring
เปิดราคาขายที่ญี่ปุ่นจำนวนจำกัด เริ่มต้น 3,231,800-3,446,300 YEN หรือราว 669,000-714,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยถ้านำมาขายไทยราคาอยู่ที่ 1,255,000-1,339,000 บาท ในรุ่น Sedan

ส่วนรุ่น Touring เริ่มต้น 3,282,400-3,496,900 YEN หรือราว 679,000-724,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้าของไทยถ้านำมาขายไทยราคาอยู่ที่ 1,274,000-1,359,000 บาท นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะเปิดตัวรุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี อีก 2 รุ่นทั้ง “Corolla Sport” และ “Corolla Cross” ตั้งแต่กลางปี 2026 เป็นต้นไป
ที่มา Carwatch










