More

    เจาะรถเด่น! BMW XM Label Red สายหล่อปลั๊กอิน V8 ขายไทยเร็วๆนี้

    หลังจากส่งข่าวดีมาว่า BMW XM 50e จะเข้ามาพร้อมประกาศราคาล่าสุดส่งทางเลือกใหม่ที่หล่อกว่าเข้มกว่าขายทั่วโลกเพียง 500 คัน กับ BMW XM Label Red

    BMW

     

    BMW XM Label Red รุ่นเรือธงรุ่นนี้รวบรวมเอาที่สุดแห่งขุมพลัง ความพิเศษ และความหรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและทรงพลังแบบไม่เหมือนใคร และยังเป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M รุ่นทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างนิยามใหม่ให้กับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าจากระบบปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูง ไฮไลท์ที่โดดเด่นคือสีตัวถังภายนอกสีดำ BMW Individual Frozen Carbon Black Metallic กระจังหน้าทรงไตคู่ตามแบบฉบับ BMW M พร้อมขอบสองชั้นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ด้านหน้ามาในรูปทรงแนวนอนอันโดดเด่น ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงขอบด้านนอกของกระจังหน้าทรงไตคู่แต่ละข้างยังตกแต่งด้วยสีแดง Toronto Red metallic รวมถึงขอบกระจกลากยาวไปบนที่เปิดประตู ลิ้นสปอยเลอร์ใต้กันชนหลังตกแต่งด้วยสีแดง ในขณะที่ขอบด้านในมากับไฟรูปทรงโค้งมนเป็นวงแหวนไฟที่ให้แสงอย่างคมชัดและต่อเนื่อง แถบเน้นสีมันวาวตัดกับพื้นผิวสีแบบด้านซึ่งส่องแสงระยิบระยับทำให้ภายนอก มีลักษณะที่น่าดึงดูดใจเป็นพิเศษล้อขนาดใหญ่ 21 นิ้ว สีดำ Black High Gloss พร้อมยางหน้า 275/45R21 และยางหลัง 315/40R21 พร้อมสีดำทั้งคันแบบ BMW Individual Frozen Carbon Black

    พร้อมออปชันเดิมทั้งกระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED อัจฉริยะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและมอบแสงสว่างบนท้องถนนตลอดจนช่วงเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น พร้อมปรับการทำงานไฟสูงช่วยเปิดและปิดไฟสูงโดยอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนหรือมีรถด้านหน้า รับชุดกับกันชนหน้าขนาดใหญ่ในชุดฝากระโปรงหน้าออกแบบมีเหลี่ยมสันแต่มองเห็นชัดเจนในยามขับขี่ มีปลดล็อกประตูอัจฉริยะ (Comfort Access System) ให้ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบช่วยผ่อนแรงกระแทกขณะปิดประตูที่ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารขึ้นลงรถได้อย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล

    โดดเด่นยิ่งขึ้นกับกระจกหลัง ไฟท้ายทรงเรียว LED สีดำเงา มีช่องระบายอากาศติดมาด้วยในชุดกันชนหลังใส่ลิ้นสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ฝังท่อไอเสียแนวตั้ง 4 ท่อ สองฝั่งกรอบสีทองสองฝั่ง ตราโลโก้ BMW ฝังไว้ที่กระจกรถนับเป็นครั้งแรกของค่ายที่ติดตราโลโก้ในลักษณะนี้ ส่วนตำแหน่งเดิมตราโลโก้ฟ้าขาวกลายเป็นที่ติดโลโก้ XM ขอบสีแดง

    BMW

    โทนสีดำและแดงยังนำรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดและกลิ่นอายแบบสปอร์ตมาสู่ห้องโดยสาร ตราสัญลักษณ์ “XM” สีแดงสุดโดดเด่นบริเวณใต้หน้าจอ Control display ควบคู่ไปกับแถบตกแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์แบบซาติน ประดับด้วยด้ายเน้นสีแดงและสีน้ำเงิน เสริมมาดให้รถยนต์คันนี้เป็นรถตามแบบฉบับ M อย่างแท้จริง พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์ M มีส่วนประกอบตกแต่งในสีดำโครเมียม พร้อมด้วยปุ่ม M และแป้นเปลี่ยนเกียร์คาร์บอนซึ่งมีสัญลักษณ์บวกและลบเป็นสีแดง พร้อมทั้งคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ จากตราสัญลักษณ์ที่ระบุโหมดการขับขี่แบบ Boost Mode บนแป้นเปลี่ยนเกียร์ด้านซ้าย ส่วนห้องโดยสารด้านท้ายแบบ M Lounge สุดพิเศษ ยังมอบความรู้สึกที่กว้างขวางให้กับผู้โดยสาร พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงและการออกแบบที่หรูหรา

    ผ้าบุหลังคายังเป็นเสมือนงานประติมากรรม 3 มิติ ลวดลายแบบปริซึมและเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual ทำให้การตกแต่งภายในสะดุดตาและหรูหราไปอีกขั้น นอกจากนี้ ยังมีชุดไฟตกแต่งภายใน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน ระบบระบายอากาศ ระบบเสียงรอบทิศทางจาก Bowers & Wilkins Diamond surround sound system กำลังขับ 1,475 วัตต์ และลำโพงพิเศษอีกสี่ตัวบริเวณหลังคา ทั้งหมด 15 จุด

    พร้อมออปชันเดิมจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฎิบัติการ BMW Operating System 8 ใหม่ล่าสุด ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น ระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษพร้อมระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของตนกับรถยนต์แบบไร้สายผ่าน Apple CarPlay หรือ Android Auto นอกจากนั้น ผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ซึ่งช่วยให้ผู้ขับมั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน

    BMWขุมพลังพัฒนาใหม่เพื่อความพิเศษสำหรับคุณกับเบนซินเทอร์โบคู่ V8 M TwinPower Turbo M HYBRID แบบ Plug-In Hybrid รหัส S63B44 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิด 750 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,400 รอบต่อนาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ BMW eDrive 197 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตันเมตรที่ 100-5,000 รอบต่อนาที

    เมื่อทำงานร่วมกันได้แรงม้ามากถึง 748 แรงม้าที่ 5,400 รอบต่อนาที แรงบิด 1,000 นิวตันเมตรที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ในเวลา 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไปไกลถึง 290 กิโลเมตรต่อขั่วโมง ถ้าเพิ่มโหมดสมรรถนะ M Driver’s Package คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด M Steptronic

    BMWโดยใช้พลังงานจากลิเธียม-ไอออนแบตเตอรี่ขนาด 25.7 kWh ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ แถมให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ในโหมดไฟฟ้าล้วนและวิ่งไกลสุด 75-83 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) รองรับการชาร์จช้า 7.4 kW AC 0 – 100% ภายใน 4.25 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกกดปุ่ม M Hybrid ที่คอนโซลกลางเพื่อเข้าโหมดใดโหมดหนึ่งจากทั้งหมด 3 โหมด ทั้ง HYBRID, ELECTRICโหมดการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า 100%  และ eCONTROL

    ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 4 ล้อ M xDrive ช่วยถ่ายทอดกำลังที่เกิดจากเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้าไปที่ล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และตรงตามความต้องการใช้งานตลอดเวลา ระบบเฟืองท้าย M Sport ยังช่วยเสริมสมรรถนะของรถด้วยการกระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างล้อหลัง ช่วยให้ตัวรถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเสริมเสถียรภาพการขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ ในขณะเดียวกันช่วงล่างแบบ Adaptive M Suspension Professional มอบการควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายของผู้ขับขี่

    พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยการขับขี่รุ่น Professional ยังมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความเร็วของรถในระดับที่ต้องการและคงระยะห่างจากรถคันหน้าให้สม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยให้รถยนต์อยู่ในเส้นทางอย่างคงที่ด้วยระบบบังคับพวงมาลัย เพื่อความสะดวกสบายที่เหนือกว่า ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus ยังช่วยให้การจอดรถและการบังคับรถทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

    BMW

    BMW XM Label Red ผลิตมาในจำนวนจำกัดทั่วโลกเพียง 500 คัน ซึ่งภายในตัวรถจะมีเลขระบุ “1/500” อยู่บริเวณด้านล่างของจอ Control Display โดยจะเปิดตัวสู่สาธารณชนที่เมืองไทยพร้อมราคาจำหน่ายเร็วๆนี้ จับตาทางไทยจะได้โควต้ากี่คันจากทั้งหมด 500 คันต้องติดตาม

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts