More

    BYD SEAL U เตรียมโชว์ตัวที่ Motor Show ลุ้นจะเป็นเสียบปลั๊กหรืออีวี

    จากการเปิดตัว BYD ATTO 3 ค่าตัวไม่เกินล้านจนเป็นที่กล่าวขานของแฟนๆล่าสุด BYD เตรียมส่งรถใหม่เข้าร่วมงาน Motor Show หนึ่งในนั้นมี BYD SEAL U

    BYD

    BYD SEAL U เป็นหนึ่งในเจ็ดรุ่นที่จะนำมาโชว์งานพร้อมรุ่นอื่นๆทั้ง BYD SEA LION, BYD SEAGULL,  BYD SONG MAX,  BAO5, YANGWANG U9 และ DENZA D9 เอสยูวีหน้าหรูเป็นหนึ่งในตระกูล OCEAN หน้าตาคล้ายเวอร์ชันไฟฟ้าแต่จุดต่างตรงที่ชุดกันชนหน้าขึ้นรูปชิ้นเดียว มีช่องระบายอากาศแนวนอนสามชั้นตรงกลางของชุดกันชนหน้า ประกบคิ้วสีเงินสองเส้นซ้าย-ขวาบนมุมกันชน ส่วนรุ่นไฟฟ้าล้วนมาแบบปิดทึบ

    พร้อมไฟหน้า LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL LED ใต้ชุดไฟหน้าแบบรูปตัวแอล กระจกแบบโอเปร่าดีไซน์หรูหราดุจรถยุโรป เส้นสายของตัวถังที่ดูลื่นไหลนับตั้งแต่จมูกหน้ารถแนวตัวถังด้านข้างต่อเนื่อง

    ไฟท้าย LED ที่วางแบบเต็มท้ายรถติดตั้งดิฟฟิวเซอร์มาให้พร้อมไฟถอยหลังใต้กันขนและไฟทับทิมซ้าย-ขวา มีคำว่า Build Your Dreams บนฝาท้ายรถ หลังคารถพาโนรามิกซันรูฟ ล้อสีทูโทนดีไซน์เอกลักษณ์ ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50R19 ตัวรถมาในร่างเอสยูวีไซซ์ใหญ่ D-Segment

    ตั้งแต่ความยาว 4,775-4,785 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,890 มิลลิเมตร ความสูง 1,660-1,670 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,765 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 2,205 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร สำหรับรุ่น PHEV

    BYD

     

    ภายในปรับโทนสีภายในเป็นสีดำล้วนเน้นความล้ำสมัยพร้อมออปชันดังนี้ จอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้วสามารถหมุนจอได้ ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย DiLink รองรับการอัปเดตในรูปแบบ OTA เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน  มาตรวัดความเร็ว 8.8 นิ้ว เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง เบาะนั่งแถวหลังแบ่งพับ 60:40 เพื่อขยายพื้นที่ในการขนสัมภาระมาถึง 1,449 ลิตร กรณีพับเบาะและมีพื้นที่ถึง 570 ลิตร กรณีไม่พับเบาะ

    เครื่องปรับอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบกุญแจ NFC พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงท้ายตัดสามก้าน ที่ชาร์จมือถือไร้สาย หัวเกียร์คริสตัลรอบๆคันเกียร์รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมการทำงานของจอสัมผัส และช่องเก็บของหลายจุดสามารถวางแก้วน้ำ

    มาพร้อมขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร รหัส BYD472ZQA ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า แรงบิด 135 นิวตันเมตร จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 197 แรงม้า แรงบิด 325 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้แรงม้ารวมถึง 311 แรงม้า มาพร้อมสองทางเลือกเริ่มที่รุ่น DM-i 110 จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 18.3 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จตามมาตรฐาน NEDC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.3 วินาที

    รุ่นทอป DM-i 150 พื้นฐานเดียวกันแต่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 26.6 kWh วิ่งไกลสุดในโหมดไฟฟ้า 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จตามมาตรฐาน NEDC อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ 8.5 วินาที ทั้งคู่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมโหมดการขับขี่ทั้ง ECO, Normal, Sport, HEV และ EV รองรับการชาร์จกระแสสลับ AC สูงสุด 3.3 และ 7 kW และการชาร์จกระแสตรง DC สูงสุด 18 kW และวิ่งไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จและการเติมน้ำมันเพียงหนึ่งครั้ง

    BYD

    ทางด้านขุมพลังอีวีมีสองรุ่นสองความแรงจากพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า Permanent Magnet Synchronous Motor พร้อมแบตเตอรี่แบบ lithium iron phosphate (LFP) เริ่มที่รุ่น Standard Range มีความจุแบตเตอรี่ขนาด 71.8 kWh กำลังสูงสุด 204 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุดระดับ 310 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) แถมให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 9.3 วินาที รองรับการชาร์จเร็ว (DC fast charging) 30-80% ภายในเวลา 28 นาที รองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 114 kW และชาร์จกระแสสลับ AC 0-100% ได้ 8 ชั่วโมง

    รุ่น Extended Range มีความจุแบตเตอรี่ขนาด 87 kWh กำลังสูงสุด 218 แรงม้า กับ แรงบิดสูงสุดระดับ 330 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) แถมให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 9.6 วินาที รองรับการชาร์จเร็ว (DC fast charging) 30-80% ภายในเวลา 29 นาที รองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 140 kW และชาร์จกระแสสลับ AC 0-100% ได้ 8 ชั่วโมง รองรับกำลังไฟในการชาร์จสูงสุด 11 kW

    BYD

    มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed พร้อมโหมดการขับขี่สามโหมดทั้ง Eco, Standard และ Sport มีระบบดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่ (Regenerative Braking) ใช้หัวชาร์จแบบ Type 2 / CCS Combo ยังมีระบบเทคโนโลยี Vehicle to Load (V2L) สามารถจ่ายกระแสไฟได้สูงสุด ทำให้รถสามารถถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆได้

    สอดคล้องกับทาง BYD วางแผนเปิดตัวและขายไทยอีกห้ารุ่นนับตั้งแต่ BYD ATTO 3 MY2024, BYD Dolphin ประกอบไทย อีกสามรุ่นที่ยังเป็นปริศนาโดย SEAL U อาจเป็นหนึ่งในห้าของรุ่นใหม่ที่จะมาไทยในภายในปี 2024 สามารถพบตัวจริงที่งาน Bangkok Motor Show 2024 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม-7 เมษายนนี้

    BYD

    ลุ้นกันว่าจะนำเวอร์ชันไหนมาโชว์ระหว่างเสียบปลั๊ก PHEV หรือ ไฟฟ้าล้วน EV แต่ทาง Car2Day ได้รับข้อมูลมาว่าจะมีรถใหม่หนึ่งรุ่นที่ไม่ใช่ไฟฟ้าล้วนมาไทยซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะนำเวอร์ชัน PHEV มาขายไทยตามออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่จะเปิดตัวที่นั่นช่วงไตรมาสที่สอง เพราะเวอร์ชัน EV จะสงวนทำตลาดเฉพาะประเทศยุโรปพวงมาลัยซ้าย

     

    ABOUT THE AUTHOR

    Latest Posts